book

คอลัมป์ หมายเหตุประเทศไทย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 26 สิงหาคม 2554

คนทำหนังสือลุกขึ้นสู้ปูนใหญ่

ก็เป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่ 12 องค์กรสิ่งพิมพ์ ตั้งแต่ กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ลงไปจนถึง สมาคมนิตยสาร และ สมาคมค้าวัสดุอุปกรณ์การพิมพ์ไทย รวมพลังลุกขึ้นสู้กับ บริษัทผลิตกระดาษยักษ์ใหญ่ เอสซีจี เปเปอร์ ในเครือ ปูนใหญ่ หรือ เครือซิเมนต์ไทย ที่มีอิทธิพลเหนือวงการตลาดกระดาษในเมืองไทยอย่างไม่กลัวเกรง

ทุกวันนี้ กระดาษพิมพ์เขียน และ ตำราเรียนของเด็กไทย มีราคา แพงเกินไป จนทำให้ เด็กไทยขาดทักษะ ในการ อ่านเขียนหนังสือไทย จนน่าตกใจ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ เอสซีจี เปเปอร์ หรือ บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทยจำกัด ในเครือ ปูนใหญ่ หรือ เครือซิเมนต์ไทย ไปยื่นคำร้องต่อ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยุค นางพรทิวา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีใน รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอให้เก็บภาษี AD กระดาษที่นำเข้าจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน และ อินโดนีเซีย โดยอ้างกฎหมายการทุ่มตลาด เพราะกระดาษนอกขายถูกกว่ากระดาษปูนใหญ่ที่ผลิตในเมืองไทย

ฟังแล้วผมก็รู้สึกขบขันในข้ออ้างของปูนใหญ่

ประเทศที่มีค่าครองชีพแพงติดอันดับโลก อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และมีค่าแรงแพงกว่าไทยไม่รู้กี่เท่า กลับผลิตกระดาษส่งมาขายเมืองไทย ในราคาที่ถูกกว่ากระดาษปูนใหญ่ที่ผลิตในเมืองไทย

ผมไม่เชื่อว่า 29 โรงงานใน 5 ประเทศนี้จับมือกันทุ่มตลาดกระดาษเมืองไทย

แต่ผมเห็นว่า เครือปูนใหญ่ขายกระดาษแพงเกินไป เพราะมีส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มีอำนาจเหนือตลาด จนส่งผลกระทบต่อต้นทุน การผลิตหนังสือในเมืองไทย ทำให้คนไทยขาดโอกาสอ่านหนังสือราคาถูก

ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ ทราบไหมครับ หนังสือ 1 เล่ม ต้นทุนกระดาษกินไปแล้ว 45–50% เหลือเงินไปไม่ถึง “สมอง” คนทำด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีโฆษณาเพียงพอ หรือมีแต่ขาดทุนสถานเดียว

โรงงานกระดาษปูนใหญ่ เอ็นจอยกับการคุ้มครองจากรัฐมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ตั้งโรงงาน ได้บีโอไอไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ได้รับการคุ้มครองจากรัฐ ไม่ให้กระดาษนอกเข้ามาแข่งขัน ตั้งกำแพงภาษีกระดาษนำเข้าสูงถึง 40% เพื่อให้แพงกว่ากระดาษปูนใหญ่ 40% ส่งผลให้ปูนใหญ่กำไรบานเบิกมาตลอด

ทุกวันนี้ โรงงานกระดาษปูนใหญ่ ไปซื้อกิจการ โรงงานกระดาษเล็กใหญ่ ในเมืองไทย จนเหลือคู่แข่งเพียงรายเดียวคือ กระดาษ AA แต่ก็น่าแปลกที่กระดาษเอเอ กลับไม่เดือดร้อนจากกระดาษนอกเหมือนปูนใหญ่ ทั้งที่อยู่ในตลาดเดียวกัน

คุณเกรียงไกร เธียรนุกูล รองเลขาธิการและประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า ถ้า กระทรวงพาณิชย์ ขึ้นภาษีกระดาษนอกตามที่ ปูนใหญ่ ต้องการ จะส่งผลให้กระดาษผลิตตำราเรียน แมกกาซีน ฯลฯ จาก 5 ประเทศนี้แพงขึ้นทันทีหลายสิบเปอร์เซ็นต์ กระดาษเกาหลี เพิ่ม 5.85% อินโดนีเซีย เพิ่ม 6.62% จีน เพิ่ม 17.64% ญี่ปุ่น เพิ่ม 43.01% และ ไต้หวัน เพิ่ม 54.58%

โลกวันนี้เป็น โลกการค้าเสรี ผมจึงไม่เห็นด้วยที่ กระทรวงพาณิชย์ จะช่วย ปูนใหญ่ ผูกขาดตลาดกระดาษต่อไปอีก ตรงกันข้าม ปูนใหญ่ควรจะลดราคากระดาษลงมา เสียที ตำราเรียน และ หนังสือความรู้ต่างๆ จะได้มี ราคาถูกลง ไม่ใช่ปล่อยให้ คนไทยโง่ อ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด แต่ เครือปูนใหญ่ รวยเอาๆ

เดือนที่แล้ว ปูนใหญ่ เพิ่งแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 กำไรก่อนหักดอกเบี้ยสูงลิ่ว 14,161 ล้านบาท หักดอกเบี้ยเหลือกำไร 7,496 ล้านบาท ครึ่งปีแรกฟันกำไรสุทธิไป 16,703 ล้านบาท กำไรขนาดนี้ปูนใหญ่ควรจะใจกว้าง คืนกำไรสู่สังคมไทยบ้าง นี่คือ CSR ของจริง ไม่ใช่แค่โฆษณาตามสื่อ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

edit @ 27 Aug 2011 14:02:51 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

ประเภทบันเทิงคดี (FICTION)

ก. กวีนิพนธ์และบทละคร

1. ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
2. เสภาศรีธนญไชยเชียงเมี่ยง
3. นิราศหนองคาย - หลวงพัฒนพงศ์ภักดี
4. สามัคคีเภทคำฉันท์ - ชิต บุรทัต
5. มัทนะพาธา - พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
6. โคลงกลอนของครูเทพ - เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
7. บทละครเรื่องพระลอ - พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
8. ขอบฟ้าขลิบทอง - อุชเชนี
9. เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า. - นายผี
10. บทกวีของเปลื้อง วรรณศรี
11. บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ - จิตร ภูมิศักดิ์
12. จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย - ทวีปวร
13. กวีนิพนธ์ - อังคาร กัลยาณพงศ์
14. ขอบกรุง - ราช รังรอง
15. เพียงความเคลื่อนไหว - เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ข. นิยาย

16. ละครแห่งชีวิต - ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์
17. กามนิต - เสฐียรโกเศศ, นาคะประทีป
18. ดำรงประเทศ - เวทางค์
19. ผู้ชนะสิบ