posted on 07 Dec 2009 18:15 by spiral in Experience
ผมมารู้จักก็ตอนเรียนอยู่ในจุฬาฯนี่แหละ เคยไปฟังเสวนาของทีมงานWebmasterที่คณะศึกษาศาสตร์ จุฬาฯด้วยมั๊ง
และก็สมัครLoginทิ้งไว้หลายปี แทบจะไม่ค่อยได้ตั้งตอบกระทู้เลยดองซะส่วนใหญ่ เพราะปกติผมก็มีที่สิงสถิตอยู่bloggangกับพันทิปอยู่แล้ว
ผมไม่ค่อยมาเสนอหน้าในเว็ปนี้สักเท่าไหร่ หลายคนในเว็ปอาจจะไม่รู้จักผมด้วยซ้ำไป
ซึ่งผมเองติดพันเว็ปอื่นโดยเฉพาะพันทิปเนื่องจากความหลากหลายและสาระที่นำเสนอผ่านทางกระทู้แนะนำ รวมไปถึงดราม่าข้อพิพาทสำคัญอันเป็นบทเรียนให้กับชาวโลกออนไลน์จนถึงปัจจุบัน
แต่ผมก็มีประสบการณ์ในโลกออนไลน์มายาวนานใกล้ๆเคียงกับอายุของเว็ปนี้แหละนะ ช่วงที่กระแสInternetกำลังบานสะพรั่ง ผมเรียนรู้สังคมออนไลน์มาก็เยอะหลายที่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบอร์ดเกมการ์ตูนเล็กๆที่หลายคนไม่สนใจ
และผมเองก็เขียนสรุปสภาพสังคมความเคลื่อนไหวของบอร์ดตามที่ต่างๆมาหลายที่รวมไปถึงเก็บข้อมูลสรุปที่สมาชิกเว็ปขาเก๋าท่านอื่นได้โพสต์ไว้และรวบรวมเสร็จสรรพไว้ในBlogไว้เป็นอนุสรณ์
วันนี้ผมกลับไปเยี่ยมเว็ปนี้อีกครั้งก็เพื่อมาดูความเปลี่ยนแปลงว่ามันต่างจากที่ผมเคยรู้จักไปมากแค่ไหน ขอยอมรับว่าการจัดระบบระเบียบคอลัมป์และฐานข้อมูลนิยายและสมาชิก ทำได้ดีมากๆ
พูดถึงWeblogผมเองก็มีทั้งbloggangและexteenซึ่งแต่ละเว็ปก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันไป โดยผมเติบโตมากับbloggangเป็นหลักตั้งแต่สมัยสถาปนาเว็ปเมื่อช่วงประวัติศาสตร์สึนามิถล่มอันดามันพอดี ซึ่งอีกไม่นานนี่bloggangก็จะมีอายุครบ5ปี และแน่นอนWeblogของผมที่นั้นก็เช่นกันด้วย และเดือนกุมภาปีใหม่นี่Weblogที่exteenของผมก็จะครบรอบ5ปีเช่นกัน
ผมเปิดและอัพMy-IDก่อนจะดองไปเมื่อ2ปีที่แล้ว แล้วขลุกอยู่กับbloggangซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลัก ก่อนจะกลับมาปัดฝุ่นexteenอีกครั้งเมื่อกุมภาที่ผ่านมา และถึงเริ่มเรียนรู้การใช้งานของส่วนที่ผมไม่เคยทราบเลย และกลายเป็นฐานที่มั่นรองอีกฐานหนึ่งซึ่งผมหวังว่าผมคงจะไม่ดองไปซะก่อนแน่ เพราะคลิกโฆษณาที่ผมได้มานี่ ผมได้จากexteenนี่แหละเป็นสาเหตุที่ผมจะไม่ดองมันอีกแล้ว
ส่วนMy-IDผมกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้งเมื่อช่วงที่ผมทราบว่าคุณWebmaster Pondได้เปิดTwitterของเขาเองพร้อมๆกับของเว็ปเด็กดีเองด้วย อีกทั้งWeblogของผมสองที่อัพซะจนอิ่มตัวเลยขอแบ่งเวลามาปัดฝุ่นMy-IDของตัวเองซะที เข้ามาถึงเพิ่งทราบว่ามันอัพจากV1.0ที่เคยใช้มาเป็นV2.0ไปแล้ว ผมได้ลองเข้ามาเรียนรู้การใช้งานใหม่อีกครั้งและก็ทราบถึงข้อดีหลายข้อที่bloggangและexteenไม่มี ซึ่งอันนี้ผมขอเวลาเอาไปสรุปในBlog My-IDและWeblogสาขาหลักอีก2ที่ไปก่อนละกัน
My-IDของผมแม้ว่าดองมาตลอด2ปี แต่ยังคงมียอดUIPนิ่งๆอยู่มากกว่า20โดยตลอด และยังคงอยู่ในอันดับTop10000ตลอด วันนี้ผมขอถือโอกาสกลับมาปลุกชีพยอดUIPของที่นี่ไปด้วยเลยละกัน หวังว่าผมคงไม่หมดเวลาและอารมณ์จนดองที่นี่ไปซะก่อนละ อย่างน้อยถ้ายอดUIPมันปลุกขึ้นสูงจนถึงระดับหนึ่งที่นิ่งขึ้นมาได้ละก็ผมอาจจะไม่ดองแน่ๆ อย่างน้อยๆผมขอยอดเฉลี่ยนิ่งๆมากกว่า100UIPขึ้นไปก็พอใจแล้วละ
จนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าจะมีBloggerท่านไหนมีWeblogในความรับผิดชอบอยู่มากถึง3ที่เท่ากับผมหรือไม่ แต่นั้นไม่สำคัญเท่ากับการแบ่งปันสาระสร้างสรรค์เพื่อสังคมออนไลน์ที่ก้าวหน้าต่อไป เพราะหลายคนอาจจะสะดวกติดตามข้อมูลแค่ที่เว็ปเด็กดีโดยไม่กล้าไปหาข้อมูลไกลกันถึงbloggang,pantipหรือแม้แต่exteen ซึ่งผมอาจจะเป็นฑูตวัฒนธรรมออนไลน์แลกเปลี่ยนคนสำคัญคนหนึ่งก็ได้ ทั้งๆที่ตัวผมเองนั้นถือสันโดษเป็นหลัก เลยไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมิตรสหายที่แท้จริงอยู่เท่าไหร่ และตัวผมก็คิดว่าตัวเองไม่คิดจะทำหน้าที่ฑูตออนไลน์จริงๆหรอกนะ เพราะโดยส่วนตัวผมชอบอ่านตอบกระทู้หาข้อมูลสาระสนุกๆมาอ่านมากกว่า โดยเฉพาะผ่านทางTwitterซึ่งผมได้แอดFollowingและทำListติดตามเอาไว้เป็นหมวดหมู่ทั้งของไทยและของเทศ
ถ้าผมมีลูกมีหลานก็คงจะแนะนำให้เข้าเว็ปนี้ ผมเองยังต้องศึกษาระบบการศึกษา สภาพสังคมนักเรียนของโรงเรียนและสถาบันกวดวิชาที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ก่อนว่ามันแตกต่างจากในยุคสมัยของผมไปยังไงบ้าง เว็ปนี้เป็นคำตอบได้อย่างดีแหละ ถ้าคิดจะค้นหาข้อมูลที่ว่านี่
เอ.. นี่ผมเขียนออกมาได้ยาวไม่ใช่เล่นนะเนี่ย บางทีอาจจะต้องลงBlogตัวเองในทั้ง3แห่งนี่ไปด้วยละมั๊ง ทั้งหมดนี่คงเป็นคำวิจารณ์อย่างดีในฐานะคนนอกเว็ปคนหนึ่ง
ขอให้กิจการเว็ปเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปครับ
edit @ 7 Dec 2009 18:18:03 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
posted on 23 Jun 2009 18:10 by spiral in Experience
โดยปกติท่านสามารถค้นหากิจกรรมในโลกออนไลน์ที่ผมได้เข้า
ร่วมผ่านการตั้งหรือตอบกระทู้ตามบอร์ดต่างๆเป็นรายความเห็นได้ผ่านทางฐาน
ข้อมูลสมาชิกของบอร์ดต่างๆซึ่งผมมีLoginไว้อยู่ดังนี้
บอร์ดพันทิป
โดยใส่ชื่อ ไทยวรรษ หาในSmart Search
บอร์ดโรส
บอร์ดTKO Comics
บอร์ดฟ้าเดียวกัน
ส่วนบอร์ดบงกชต้องสมัครสมาชิกและLoginเข้ามาก่อนถึงจะสามารถดูได้
บอร์ดบงกชต้องloginก่อนถึงจะดูได้
edit @ 23 Jun 2009 19:56:57 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
posted on 12 Jun 2009 21:03 by spiral in Experience
ช่วงที่มาเปิดBlogใหม่ๆตอนนั้นสามารถสร้างCatagoryได้เพียงแค่8Group ผมก็เลยทิ้งBlogดองค้างไว้ยาวนานเป็นปีๆเลย
จน
กระทั่งเมื่อมาลองปัดฝุ่นอัพBlogใหม่อีกครั้งเมื่อกลางเดือนที่แล้วถึงเพิ่ง
รู้ว่าได้ถูกปรับให้ สามารถสร้างCatagoryได้มากขึ้นจากเดิม
แต่ก็นั้น
แหละครับ มันยังไม่เพียงพอต่อการจัดระเบียบGroup
Catagoryที่มีอยู่มากมายของผมอยุ่ดี
ซึ่งสามารถสร้างCatagoryได้เพียงแค่20Groupเท่านั้น
เมื่อผมได้กลับมา
ปัดฝุ่นBlogของตัวเองใหม่อีกครั้งเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากสถิติยอดคนเข้าเยี่ยมชมBlogตามUnique
IP. ในTruehitsของผมจากเดิมยอดที่เคยขึ้นลงระหว่าง30-45
IP.ตอนนี้ยอดกลับทะยานขึ้นอยู่ระหว่าง120-130
IP.ในช่วง3วันที่ผ่านมาหลังจากทะยอยโยกย้ายข้อมูลจากสาขาหลักBloggang.comมา
อัพBlogที่Exteen.comซึ่งเป็นสาขารองที่ผมมาเปิดไว้นานมากแล้ว
แต่กลับไม่ค่อยได้อัพเพิ่มเลย
ล่าสุดยอดคนเข้าเยี่ยมชมBlogตามUnique
IP. ในTruehitsของผมตอนนี้อยู่ในระดับ200IP.ขึ้นคงที่มา3วัน แม้ว่าผมจะไม่ได้เข้าไปอัพเดตเพิ่มEntry Blogใหม่ๆเลยก็ตาม ต้องถือว่าก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง แม้จะไม่มีCommentตอบสนองมาสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ที่มีก็เป็นพวกSpammerเข้ามาโจมตีEntryซะมากกว่า อันดับWeblogอยู่ที่ประมาณ800-900กว่าๆแต่คงต้องดูยอดในช่วงวันเสาร์อาทิตย์อีกที เนื่องจากยอดคนเข้าBlogของผมจะลงต่ำสุดในรอบสัปดาห์ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี่แหละ
ขอบคุณผู้ที่เข้ามาแวะเยี่ยมชมทุกท่านนะครับ
ยอดผุ้เข้าเยี่ยมชมBlogของกรรมกรทั้ง3สาขาจากTruehits
ส่วนตัวของกรรมกรเองก็ไม่อยากยึดติดกับสังกัดWeblogที่ใดที่หนึ่งมากจนเกินไปนะ
ครับ อยากจะขยับขยายสถานที่ของตัวเองเพิ่มเติมบ้าง
เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของข้อมูลของตนในอนาคตข้างหน้า
เผื่อว่า
ถ้าเกิดมีการเข้าแทรกแซงสื่อส่วนบุคคล
อย่างที่ผมเคยเจอมาแล้วกับWeblogที่เปิดไว้กับOKnationซึ่งถูกปิดไปโดยไม่
แจ้งเหตุผลให้ทราบ หรือถึงจะอ้างว่ามีเหตุผลแต่ไม่จำเป็นต้องแจ้ง
ผมก็เห้นชัดแจ้งว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง
ในเมื่อเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่มีในBloggangซึ่งยังคงอยู่ดีมีสุขจนถึงตอน
นี้ หรือว่าถ้ามีอยู่เล็กน้อยในBlogไหนสักBlogก็ควรจะแจ้งให้Bloggerผู้ใช้
บริการได้รับทราบ เพื่อให้Bloggerพิจารณาลบข้อมูลส่วนที่เสียหายนั้นออกไป
และคงไว้ซึ่งข้อมูลที่ยังมีประโยชน์ต่อผุ้เข้าเยี่ยมชมBlogนั้นต่อไปไม่ใช่
จู่ๆนึกจะปิดBlogก็ปิดกันดื้อๆโดยไม่แจ้งให้เจ้าของBlogได้ทราบ
อย่างน้อยผมอยากให้คุณแชมป์ได้แก้ไขให้สามารถสร้างCategoryให้ได้มากกว่า20ขึ้นไปสักกะที ผมจะได้สามารถนำเอาเนื้อหาส่วนอื่นของWeblogสาขาหลักที่Bloggangมาลงได้อย่างเต็มรูปแบบสักทีหนึ่งครับ จะช่วยตอบรับให้ผมหน่อยได้ไหมเนี่ย
edit @ 12 Jun 2009 21:20:06 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
posted on 23 Feb 2009 12:41 by spiral in Experience
Blogของกรรมกรที่OK-Nationโดนปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
โอเคเนชั่น ปิดบล็อค"ข่าวลับ"กรมหมื่นข่าวแล้ว...
ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน..
เวปบล็อคข่าวลับข่าวกรอง โดย
"กรมหมื่นข่าว"ที่เผยแพร่ข้อมูล"หน่วยข่าวลับ"อีกแหล่งหนึ่ง..ใน
http://www.oknation.net/blog/sunzolo ได้ถูกเวปมาสเตอร์ทำการปิด
ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ ๑-๒
ชั่วโมงที่เห็นมาของวันนี้(๑๘ธ.ค.๕๐)..ด้วยเพราะเนื้อหา
สุ่มเสี่ยงกับเวปไซต์ของ เนชั่น..
ดังนั้น ต่อไปนี้ ท่านที่ติดตามข่าวลับ ใน ok nation จะไม่ได้เห็น"กรมหมื่นข่าว"อีกต่อไป...
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
กรมหมื่นข่าว
จากคุณ : สุริยาอัสดง - [ 18 ธ.ค. 50 18:29:17 A:202.57.179.244 X: ]
Weblogสาขาbloggangของคุณสุริยาอัสดง
http://sunnews.bloggang.com
ช่วง
ที่ผ่านมาผมมักจะอัพBlogที่เนชั่(ว)นแบบเทกระจาดและก็ดองไปยาว
จนกระทั่งมาเจอข่าวการปิดBlogตามที่ปรากฏให้อ่านที่ข้างบน
ผมไปที่Weblogของตัวเองก็ยังปกติดีอยู่ ยังไม่โดนอะไร
แต่แล้ววันนี้ผม
นึกครึ้มลองเข้าWeblogตัวเองที่นั้น
ผมถึงเพิ่งมาทราบภายหลังว่าWeblogที่นั้นของผมก็โดนปิดจนได้
คาดว่าน่าจะเป็นเพราะBlogรวมกระทู้การเมืองของผมนั้นเองที่มีเนื้อหาสุ่ง
เสี่ยงกับWebของเนชั่(ว)น
ชั่วร้ายมากครับนึกจะปิดก็ปิดโดยมิได้
คำนึงถึงเนื้อหาสาระของหัวข้ออื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองจะต้องโดน
ลบสูญหายไปด้วย
การกระทำเช่นนี้ของเนชั่(ว)นถือว่าไม่มีหลักสิทธิมนุษยชนทางโลกออนไลน์อย่าง
สิ้นเชิง
กระทั่งเหตุผลในการปิดBlogล่วงหน้าส่งทางเมล์ก็ยังไม่มีให้เห็น(ต่อให้คุณ
อ้างว่าสามารถปิดBlogได้โดยไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของทราบล่วงหน้า
คุณต้องแจ้งเพื่อจะได้โยกย้ายถ่ายเทข้อมูลได้ทันก่อนจะถูกปิด
แม้ตัวเจ้าของจะทำการสำรองข้อมูลไว้ที่Blogสาขาอื่นแล้วก็ตาม)
สัมพันธ์
ระหว่างผมกับเนชั่(ว)นตอนนี้เหลือเพียงแค่การ์ตูนหนังสือเท่านั้นโดยที่ผม
ซื้อเก็บสะสมอยู่ก็มีClaymore,Haruka17,Wild
Life,อาโออิพยาบาลสาวใจเกินร้อยและการผจญภัยของตินติน
(แต่กำลังพิจารณาจะเก็บเรื่องPokemon
Specialอีกเรื่องหนึ่งรวมถึงMonsterกับ20th.Century Boy)
ถ้าการ์ตูนเรื่องพวกนี้จบเมื่อไหร่
ผมก็จะได้คว่ำบาตรกับทางเนชั่(ว)นอย่างสิ้นเชิง
ผมจึงต้องฟ้องร้องกันทางโลกออนไลน์ให้มิตรรักแฟนBlogกรรมกรทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกันครับ
Create Date : 27 ธันวาคม 2550
posted on 14 Feb 2009 00:52 by spiral in Experience
เมื่อช่วงเช้งเม้งปีที่แล้ว
ครอบครัวมักจะพาขึ้นรถกลับบ้านเกิดที่อุทัยธานีเพื่อเตรียมข้าวของเซ่นไหว้
สุสานบรรพชน โดยต้องค้างคืนที่บ้านคุณยายซะ1วัน
และในช่วงนี้พี่ชาย
ผมแกแบกเอาคอมพิวเตอร์NoteBookของบริษัทติดตัวมาด้วย
เพราะเขาบอกว่าจะลองค้นหาสัญญาณเน็ตไร้สายแถวๆนั้นดูสักหน่อยว่ามีแค่ไหน
ส่วน
ตัวผมก็คิดว่า เอ...
จังหวัดบ้านนอกขนาดนั้นจะมีชาวบ้านที่ไหนติดเน็ตความเร็วสูงADSLแถมยังมี
อุปกรณ์พวกWireless Modem Reuterแบบที่บ้านพวกผมใช้อยู่นี่
เพื่อที่ว่าพี่ชายผมซึ่งใช้NoteBookติดWireless Lan on
Boardสามารถเล่นเน็ตไร้สายอยู่ที่ห้องข้างบนได้
ปรากฏว่าต่อได้ครับได้
ความเข้มสัญญาณสูงพอๆกับของบ้านพวกผมเลย
ก็เลยสงสัยว่าสัญญาณเน็ตมาจากที่ไหนกันแน่
พอดูทำเลที่ตั้งบ้านคุณยายที่เราค้างกันอยู่นี่ถึงเข้าใจเลยครับ
คือเดิมบ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับชุมสายย่อยTOTสาขาอุทัยธานีอยู่นานแล้วครับ
คาดว่าเสาสัญญาณของTOTในชุมสายนี้อาจจะมีการเปิดกระจายคลื่นอินเตอร์ไร้สาย
ความเร็วสูงรวมไปด้วย
เลยกลายเป็นว่าถ้ามีNoteBookแบบของเรามาค้นหารับสัญญาณเท่านั้นก็สามารถใช้เน็ตได้เลยครับ ไม่มีการเข้ารหัสBlockสัญญาณแต่อย่างใดด้วย
แหม... ถ้ามีเวลาก็อยากทดลองดูสักหน่อยนะว่าสมมุติฐานนี้มันจริงไหม และสามารถเล่นเน็ตได้ฟรีๆในระยะรัศมีเท่าไหร่
ใครมีบ้านอยู่ใกล้ๆชุมสายย่อยของTOTก็ลองซื้อNoteBookที่ติดWireless Lan on Boardมาทดลองดูกันได้นะครับ
edit @ 17 Feb 2009 03:27:06 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
posted on 14 Feb 2009 00:51 by spiral in Experience
ผมไปดูหนังครั้งสุดท้ายก็เรื่องตำนานนเรศวรภาคองค์ประกันหงสา ที่เมเจอร์ เดอะมอลล์บางกะปินี่แหละ
ก่อนเรื่องนี้ผมก็เคยเสียค่าตั๋วดูเรื่องก้านกล้วยอยู่เหมือนกัน
ปกติผม
ก็เป็นคนประหยัดมัธยัสต์อยู่แล้วครับเวลาเสพความบันเทิง
ฉะนั้นผมเลยชอบความบันเทิงอย่างการ์ตูน และก็เน็ตมากเลยครับ
ส่วนทีวีช่วงนี้เพราะผมเริ่มจะรับเนื้อหาวนในอ่างไม่ได้สาเหตุก็มาจากคุ้น
เคยกับเนื้อหามาก่อนจากที่เคยๆดูมาหลายเรื่องแล้ว
ช่วงที่ดูหนังตำนาน
นเรศวร ขนาดผมไปช้าซะ5นาทีกว่าโฆษณามันยังไม่จบเลยครับ
และรู้สึกว่าจะฉายไปอีกนานพอสมควรกว่าจะได้ดูหนังจริงๆ
ตอนนั้นไม่ได้สนใจจับเวลาไว้ว่าเท่าไหร่
จนกระทั่งคุณTicketID:111661
ได้ออกมาตั้งกระทู้ประจานในเรื่องนี้และได้รับการโหวตขึ้นหน้ากระทู้แนะนำ
ขึ้นมา ผมตกใจมากเลยโฆษณามันยัดเข้าไปได้ขนาดนั้นเลยหรือนั้น??? ตั้ง40นาที!!!กับภาพยนตร์แฮร์รี่พ็อตเตอร์ภาคภาคีนกฟินิกซ์
งานนี้เมเจอร์สมควรถูกคว่ำบาตรจากบรรดาคอหนังจริงๆ
ซึ่งก็มีคนเสนอว่าให้ดูหนังในโรงหนังของApexที่สยามสแควร์กับHouseแทน(แต่
ไม่ยักกะมีใครเสนอชื่อโรงหนังสยามกับลิโดเลยแฮะ แปลก)
ต่อมาผมได้ลองอ่านความเห็นข้างล่างนี้ถึงได้เข้าใจความจริงของธุรกิจโรงภาพยนตร์บ้านเรานี่จริงๆเลย
ผมว่าปัญหามันเกิดจากโมเดลธุรกิจโรงหนังเปลี่ยนไปแล้ว คือรายได้หลักของเจ้าของโรง ไม่ได้มาจากการฉายหนัง แต่มาจาก
1. การขายโฆษณาก่อนฉายหนัง
2. มูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการแสดงผลกำไรในแต่ละปี
3. การให้เช่าพื้นที่ภายในโรงให้เปิดร้านรวง และการเอาพื้นที่ว่างของที่จอดรถไปเปิดตลาดนัด
ธุรกิจ
โรงหนังจึงไม่ได้เอื้อต่อคนดูหนังและผู้สร้างหนังอีกต่อไป
มันคือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการขายพื้นที่โฆษณาเสียมากกว่า
สังเกตเห็นได้ชัดว่าโรงหนังมัลติเพล็กซ์ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วมากในรอบ 10
ปีที่ผ่านมา จนดูเหมือนกับว่ามันเกิดสภาพโอเว่อร์ซัพพลาย
คือมีจำนวนโรงมากเกินความต้องการ
สาเหตุที่ทำให้โรงหนังที่มากมายเหล่านี้ยังอยู่ได้
และยังคงเร่งเปิดสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (โดยที่คนดูเองยังงง
ว่ามันอยู่ได้ยังไง ในเมื่อเวลาเราเข้าไปดูที มีคนนั่งดูแค่ 10-20
คนต่อรอบเท่านั้น) ก็เพราะ
1. ยิ่งเปิดสาขามาก ก็ยิ่งขายโฆษณาก่อนหนังฉายได้มากขึ้น
2. ยิ่งเปิดสาขามาก ก็ยิ่งเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ และดูดีในงบการเงิน เพื่อสร้างราคาหุ้น
3. ยิ่งเปิดสาขามาก ก็ยิ่งมีพื้นที่ภายในโรงให้ร้านรวงเข้าไปเปิด และทำตลาดนัดได้มากขึ้น
สังเกต
ไหมว่าปัญหาขัดใจคนดูหนัง เกิดมากกับโรงเมเจอร์
นั่นก็เพราะเมเจอร์มีลักษณะเป็นมัลติเพล็กซ์แบบตึกศูนย์การค้าในตัวเอง
เขาจึงไม่ใช่โรงหนังอีกแล้ว เพราะรายได้ไม่ได้มาจากการฉายหนัง
ในทางตรงข้าม ปัญหาเกิดน้อยกับเครือเอสเอฟ
ก็เพราะเอสเอฟเป็นโรงที่ไปผูกอยู่กับศูนย์การค้าของคนอื่น
เขาจึงยังคงทำหน้าที่เป็นโรงหนังได้ดีมากกว่า
เพราะรายได้เขามาจากการฉายหนังมากกว่า
ทุกวันนี้คนดูหนังจึงไม่มี
พื้นที่ที่เป็นโรงหนังอย่างแท้จริง อย่างที่เคยเป็นเมื่อ 10-20
ปีก่อนอีกแล้วครับ ยกเว้นเครือเอเพกซ์
ที่ยังคงอดทนทำธุรกิจโรงหนังแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าชื่นชม
จากคุณ : บัตรผ่านอีกรอบ - [ 26 ก.ค. 50 19:53:43 A:203.113.32.11 X: TicketID:140780 ]
edit @ 17 Feb 2009 03:28:35 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
posted on 14 Feb 2009 00:49 by spiral in Experience
แม่ผมมีที่ดินอยู่แถวซอยวัดบำรุงรื่น ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เนื้อที่อยู่ประมาณ100ตารางวาครับ
ซึ่ง
คุณตาผมซื้อแล้วก็ให้เป็นมรดกกับคุณแม่ผมไป
ราคาที่ดินแถวนั้นตอนนี้อยู่ที่ตารางวาละ15000บาทกว่าๆครับ
และอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียงแค่1-2กิโลเมตรกว่าเท่านั้น
และคาดกันว่าจะสูงขึ้นอีก10-20%ต่อปีเมื่อสนามบินเปิดอย่างเป็นทางการ
ตาม
ระบบผังเมืองแล้วที่นั้นถูกกำหนดให้เป็นโซนเกษตรกรรมกึ่งอนุรักษ์ครับ
และเป็นโซนที่เครื่องบินจะใช้บินร่อนลงสนามบิน
โดยแถวนั้นเป็นหนองน้ำมีป่าหญ้าขึ้นรกรุงรังปกคลุมไปทั่วอยู่ลึกเข้าไปจาก
ถนนของซอยโดยที่ดินด้านที่ติดถนนของซอยใกล้กับที่ดินของแม่ผมมีการก่อสร้าง
บ้านพักสำหรับบริการพนักงานของสนามบิน
การเดินทางไปยังละแวกนั้นทำได้โดย
การขับรถวิ่งจากแยกพระราม9ผ่านรามคำแหง
ตรงไปถึงแยกศรีนครินทร์แล้วทะลุไปยังทางด่วนMotor
Wayจากนั้นจะมีทางแยกเลี้ยวเข้าร่มเกล้าไป
ส่วนทางรถเมล์นั้นเริ่มต้นจาก
แยกบางกะปิ-ศรีนครินทร์ก็จะมีรถเมล์สายตั้งแต่500ขึ้นไปวิ่งไปถึงที่นั้น
ครับโดยผ่านทางถนนเสรีไทยไปถึงสุวินทวงษ์แล้วก็เลี้ยวเข้าร่มเกล้าได้
พูด
ถึงทิวทัศน์ในร่มเกล้า-ลาดกระบัง-อ่อนนุชนั้นยอมรับว่าถนนหนทางดีกว่าสมัย
ก่อนเมื่อสัก10กว่าปีที่แล้วมากเลยครับเป็นถนนทางคู่สองเลนหมดแทนที่ถนนสอง
เลนเดิม
แต่ว่าทิวทัศน์แถวที่ดินผมนั้นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับยังคงเป็นป่าหญ้า
หนองน้ำเหมือนเดิมเปลี่ยนไปนิดหน่อยก็ตรงที่บ้านเรือนมีกระท่อมมาปลูกเพิ่ม
ขึ้นมาบ้าง
ก็หวังว่าแถวนั้นจะเจริญกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้หลังจากสนามบินได้เปิดทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ
posted on 31 Dec 2005 01:14 by spiral in Experience
เรื่องนี้พ่อผมซึ่งบังเอิญไปตัดผมที่ร้านแถวปากซอย ได้พูดคุยกับช่างตัดผมที่นั้นครับคือท่านสงสัยว่าทำไมแถวปากซอยรุ่งเรืองมีร้าน7-11อยู่ร้านหนึ่งแล้วทำไมต้องไปเปิดฝั่งตรงข้ามถนนอีกร้านหนึ่งปากซอยอุดมสุขซึ่งซอยฝั่งตรงข้ามด้วย เดินข้ามถนนไปก็ถึงแล้วแท้ - -"
ก็ได้คำตอบที่ทำให้ผมต้องมาเขียนBlogนี่แหละครับ นั้นก็คือว่าCP.ซึ่งเจ้าของ7-11ตอนนี้กำลังวิตกกังวลอย่างหนักกับการตระเวณเปิดสาขาของร้านLotus Expressมาตั้งแต่แรกนั้นเองครับ ร้าน7-11ตรงนั้นเดิมเคยเป็นร้านซ่อมแอร์มาก่อนพอมันเจ๊ง CP.ก็เลยไปทำสัญญาเช่าที่เปิดร้านตัดหน้าไม่ให้กลุ่มโลตัสมาเช่าเปิดสาขาในย่านนี้ซึ่งถือว่าเป็นทำเลทองอย่างที่ผมเคยเล่าๆไป
แต่คราวนี้ร้านอาหารซึ่งก็อยู่ปากซอยตรงนั้นเกิดเจ๊งขึ้นมาทางCP.ก็เลยทำสัญญาเช่าตัดหน้าและก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำอะไรเลยตั้ง4-6เดือนได้มั๊ง ก่อนจะชะล่าใจไม่ต่อสัญญากลายเป็นโอกาสให้โลตัสหยิบชิ้นปลามันไปกินชนิดที่ไม่มีทางแก้ตัว จำได้ว่าช่วงที่โลตัสเปิดนั้น7-11ต้องแก้เกมดัดหลังโดยการโปรโมตออกลำโพงกันสนุกเลยครับอย่างที่ผมเคยเล่าไป เกมธุรกิจมันก็อย่างนี้ละเนอะ