Experience

อ่านรายละเอียดการประกวดได้ที่ ...
http://www.eqplusmag.com/archive_100.html

ตัวแรก

1.ชื่อ – นามสกุล ตัวละคร
อินทิรา ศากยะ

2.วันเกิด เดือนเกิด
22พฤษภาคม

3.อายุ … ปี
11

4.สัญชาติ (เป็นคนประเทศอะไร?)
อินเดีย

5.ความสูง … เซนติเมตร
141

6.น้ำหนัก … กิโลกรัม
36

7.กรุ๊ปเลือด ( A,B,AB,O อย่าใส่ X,Y,Z มาล่ะ)
O

8.ฉายา
เตี๊ย แบน เข้ม (เพิ่มซึนเข้าไปอีกดีไหมนา ฮา....)

9.อุปนิสัยส่วนตัว
บ้า พลัง เกลียดความไม่เป็นธรรมและการแบ่งชั้นวรรณะ เข้มงวดกับเพื่อนประจำในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำตัวสันโดษไม่ค่อยเข้าหาสังคม มักหาเวลาทำงานพิเศษเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองช่วงที่ยังเรียนอยู่ในสถาบันลา ฟลอร่าแห่งนี้ มีความฝันจะเป็นนักการเมืองผู้เปลี่ยนประเทศให้หายจากความยากจน เหมือนกับจัณฑาลหนุ่มผู้หนึ่งที่ไต่เต้าตัวเองจนกลายเป็นผู้นำทางการเมืองใน ที่สุด

10.รูปร่างหน้าตาและการแต่งตัว
สาวแว่นผิวสีเบจ ผมเปียเดี่ยวสีดำสนิท(ออกแนวเด็กเรียนเฉิ่มๆแฮะ) ตาสีดำ มีผ้าสาหรี่แซมเปียผม แต่งชุดนักเรียนออกแนวสาหรี่ของชาวอินเดีย ใส่กำไลเงินข้อมือทั้งสองข้าง ห้อยพระเครื่องไว้ที่หน้าอกใต้ร่มผ้า ที่หน้าผากมีเจิมสีอุณาโลมแดงด้วย ถุงเท้าฝ้ายหุ้มข้อสีน้ำตาล รองเท้าแตะสานหุ้มข้อทำจากหนัง

11.ข้อมูลอื่นๆ ที่อยากจะเพิ่มเติม
มี บ้านเกิดอยู่ที่เมืองปัดน่า(ปัตตนะ หรืออดีตคือกรุงปาฏลีบุตร แห่งแคว้นมคธนั้นเอง) จัณฑาลสาว ผู้มีพ่ออยู่ในวรรณะพราหมณ์ และแม่อยู่ในวรรณะแพศย์เป็นศิษย์เก่าของลาฟลอร่า โดยพวกเขาแต่งงานท่ามกลางเสียงคัดค้านของบรรดาครอบครัวซึ่งเดิมมีฐานอยู่ที่ เมืองท่าบอมเบย์ ทำให้พวกเขาตัดสินใจย้ายออกมาอยู่เมืองปัตน่าดังกล่าว และหันมานับถือพุทธศาสนาแทนศาสนาพราหมณ์
โดยพ่อทำงานเป็นอาจาร์ยสอน ปรัชญาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาใหม่ ส่วนแม่เป็นแม่ค้าขายผักผลไม้ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก


ตัวที่สอง

1.ชื่อ – นามสกุล ตัวละคร
เฮเลน แคสสิอุส

2.วันเกิด เดือนเกิด
9 กันยายน

3.อายุ … ปี
11

4.สัญชาติ (เป็นคนประเทศอะไร?)
กรีก หรือเฮลีน(กรีซเป็นชื่อที่โรมันให้เรียกชนชาติในเชิงเหยียดหยามเป็นทาส ชื่อเรียกประเทศจริงๆก็คือ เฮเลนิก)

5.ความสูง … เซนติเมตร
162

6.น้ำหนัก … กิโลกรัม
47

7.กรุ๊ปเลือด ( A,B,AB,O อย่าใส่ X,Y,Z มาล่ะ)
B

8.ฉายา
ยัยจรวดทรงอึ๋ม

9.อุปนิสัยส่วนตัว
มี นิสัยลนลานรีบเร่งประจำ จนทำเรื่องให้เสียหายอยู่บ่อยๆ ชอบเล่นกรีฑาทั้งลู่และลานทุกชนิด ฝันอยากทำธุรกิจออกแบบตกแต่งสวนดอกไม้โดยได้แรงบันดาลใจจากการได้ไปเที่ยว เนเธอร์แลนด์กับสวิสเซอร์แลนด์ จากดอกไม้ของกิจการร้านดอกไม้ของครอบครัวเธอที่กรุงเอเธนส์

10.รูปร่างหน้าตาและการแต่งตัว
ผม บรอนซ์ทวินเทล ตาสีฟ้า รูปร่างสูงยาวเข่าดี หุ่นนักกีฬา ผิวขาวเนียน ใส่ชุดนักเรียนธรรมดา ชอบใส่กางเกงBloomerทับกางเกงในอีกทีจะได้เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาได้เลย ถุงเท้ายาวคลุมเข่าสีขาว รองเท้าผ้าใบกีฬาสีฟ้า

11.ข้อมูลอื่นๆ ที่อยากจะเพิ่มเติม
มีแม่เป็นนักวิจัยทางพฤกษศาสตร์ ศิษย์เก่าของลาฟลอร่า ทำธุรกิจร้านดอกไม้ของครอบครัว

Copy Right ลิขสิทธิ์ถูกต้อง ตัวละครนี้ถือกำเนิดจากจินตนาของตัวกรรมกรเอง เพื่อนำไปใช้แข่งขันชิงบทบาทความเป็นตัวละครสมทบในการ์ตูนความรู้ชุดลาฟลอ ร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ของสำนักพิมพ์EQ-Plus ห้ามลอกเลียนแบบไปใช้งานอื่นใดๆทั้งสิ้น
เมื่อวันที่24กรกฎาคม2552 ผมได้เปิดFacebook ก่อนที่จะไปเปิดTwitterทีหลัง หลังจากที่หลายคนเริ่มกล่าวขวัญถึงของเล่นสื่อสารชิ้นใหม่ที่โด่งดังหลัง กระแสhi5
http://www.facebook.com/spiralthai

ผมเรียนรู้การใช้Twitterดีกว่าFacebook เนื่องจากความเกลี้ยงเกลาสะอาดหมดจดของเว็ป
พอได้เทียบข้อดีข้อเสียก็ได้ออกมาว่า
- FacebookมักรวมยอดFollower(รายชื่อTwitterของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมถึงที่เอง )กับFollowing(รายชื่อTwitterที่เจ้าของTwitterนั้นเข้าไปแวะเยี่ยมชมเอง )เป็นอย่างเดียวกัน ถือเป็นจุดด้อยของFacebookเมื่อเทียบกับTwiiter
- Facebookดีกว่าTwiiterตรงแสดงความเห็นได้ตรงกับช่องที่ต้องการจะตอบนี่แหละ แถมมีการแสดงหน้าเว็ปภายในLinkที่เราโพสต์ไป
- ช่องใส่Messageสามารถใส่ตัวอักษรได้ไม่จำกัด ไม่เหมือนTwitterที่ใส่ได้ครั้งละ150ตัวอักษร
- ลูกเล่นของFacebookมีให้ใช้เยอะกว่าTwitter สามารถแนบApplicationทั้ง VDO,Link,Group,Activity,รูปภาพ ฯลฯ
- มีช่องใส่Profileข้อมูลแนะนำตัวเอง ละเอียดยิบทั้งที่อยู่,เพลงที่ชอบ,หนังสือที่ชอบ,ศาสนา,กิจกรรม,ความสนใจ ,รายการทีวี,ภาพยนตร์,คำคมที่ชอบ,
- มีช่องใส่โรงเรียนที่ศึกษาหรือจบมาแล้ว,ปีที่จบ
- มีช่องใส่เกี่ยวกับการงานทั้ง นายจ้าง,ตำแหน่งงานและลักษณะงาน
โดยปกติท่านสามารถค้นหากิจกรรมในโลกออนไลน์ที่ผมได้เข้า ร่วมผ่านการตั้งหรือตอบกระทู้ตามบอร์ดต่างๆเป็นรายความเห็นได้ผ่านทางฐาน ข้อมูลสมาชิกของบอร์ดต่างๆซึ่งผมมีLoginไว้อยู่ดังนี้

บอร์ดพันทิป
โดยใส่ชื่อ ไทยวรรษ หาในSmart Search

บอร์ดโรส

บอร์ดTKO Comics

บอร์ดฟ้าเดียวกัน

ส่วนบอร์ดบงกชต้องสมัครสมาชิกและLoginเข้ามาก่อนถึงจะสามารถดูได้
บอร์ดบงกชต้องloginก่อนถึงจะดูได้

edit @ 23 Jun 2009 19:56:57 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

ช่วงที่มาเปิดBlogใหม่ๆตอนนั้นสามารถสร้างCatagoryได้เพียงแค่8Group ผมก็เลยทิ้งBlogดองค้างไว้ยาวนานเป็นปีๆเลย
จน กระทั่งเมื่อมาลองปัดฝุ่นอัพBlogใหม่อีกครั้งเมื่อกลางเดือนที่แล้วถึงเพิ่ง รู้ว่าได้ถูกปรับให้ สามารถสร้างCatagoryได้มากขึ้นจากเดิม
แต่ก็นั้น แหละครับ มันยังไม่เพียงพอต่อการจัดระเบียบGroup Catagoryที่มีอยู่มากมายของผมอยุ่ดี ซึ่งสามารถสร้างCatagoryได้เพียงแค่20Groupเท่านั้น
เมื่อผมได้กลับมา ปัดฝุ่นBlogของตัวเองใหม่อีกครั้งเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากสถิติยอดคนเข้าเยี่ยมชมBlogตามUnique IP. ในTruehitsของผมจากเดิมยอดที่เคยขึ้นลงระหว่าง30-45 IP.ตอนนี้ยอดกลับทะยานขึ้นอยู่ระหว่าง120-130 IP.ในช่วง3วันที่ผ่านมาหลังจากทะยอยโยกย้ายข้อมูลจากสาขาหลักBloggang.comมา อัพBlogที่Exteen.comซึ่งเป็นสาขารองที่ผมมาเปิดไว้นานมากแล้ว แต่กลับไม่ค่อยได้อัพเพิ่มเลย

ล่าสุดยอดคนเข้าเยี่ยมชมBlogตามUnique IP. ในTruehitsของผมตอนนี้อยู่ในระดับ200IP.ขึ้นคงที่มา3วัน แม้ว่าผมจะไม่ได้เข้าไปอัพเดตเพิ่มEntry Blogใหม่ๆเลยก็ตาม ต้องถือว่าก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง แม้จะไม่มีCommentตอบสนองมาสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ที่มีก็เป็นพวกSpammerเข้ามาโจมตีEntryซะมากกว่า อันดับWeblogอยู่ที่ประมาณ800-900กว่าๆแต่คงต้องดูยอดในช่วงวันเสาร์อาทิตย์อีกที เนื่องจากยอดคนเข้าBlogของผมจะลงต่ำสุดในรอบสัปดาห์ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี่แหละ
ขอบคุณผู้ที่เข้ามาแวะเยี่ยมชมทุกท่านนะครับ

ยอดผุ้เข้าเยี่ยมชมBlogของกรรมกรทั้ง3สาขาจากTruehits

ส่วนตัวของกรรมกรเองก็ไม่อยากยึดติดกับสังกัดWeblogที่ใดที่หนึ่งมากจนเกินไปนะ ครับ อยากจะขยับขยายสถานที่ของตัวเองเพิ่มเติมบ้าง เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของข้อมูลของตนในอนาคตข้างหน้า
เผื่อว่า ถ้าเกิดมีการเข้าแทรกแซงสื่อส่วนบุคคล อย่างที่ผมเคยเจอมาแล้วกับWeblogที่เปิดไว้กับOKnationซึ่งถูกปิดไปโดยไม่ แจ้งเหตุผลให้ทราบ หรือถึงจะอ้างว่ามีเหตุผลแต่ไม่จำเป็นต้องแจ้ง ผมก็เห้นชัดแจ้งว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง ในเมื่อเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่มีในBloggangซึ่งยังคงอยู่ดีมีสุขจนถึงตอน นี้ หรือว่าถ้ามีอยู่เล็กน้อยในBlogไหนสักBlogก็ควรจะแจ้งให้Bloggerผู้ใช้ บริการได้รับทราบ เพื่อให้Bloggerพิจารณาลบข้อมูลส่วนที่เสียหายนั้นออกไป และคงไว้ซึ่งข้อมูลที่ยังมีประโยชน์ต่อผุ้เข้าเยี่ยมชมBlogนั้นต่อไปไม่ใช่ จู่ๆนึกจะปิดBlogก็ปิดกันดื้อๆโดยไม่แจ้งให้เจ้าของBlogได้ทราบ

อย่างน้อยผมอยากให้คุณแชมป์ได้แก้ไขให้สามารถสร้างCategoryให้ได้มากกว่า20ขึ้นไปสักกะที ผมจะได้สามารถนำเอาเนื้อหาส่วนอื่นของWeblogสาขาหลักที่Bloggangมาลงได้อย่างเต็มรูปแบบสักทีหนึ่งครับ จะช่วยตอบรับให้ผมหน่อยได้ไหมเนี่ย

edit @ 12 Jun 2009 21:20:06 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

Blogของกรรมกรที่OK-Nationโดนปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

โอเคเนชั่น ปิดบล็อค"ข่าวลับ"กรมหมื่นข่าวแล้ว...
ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน..

เวปบล็อคข่าวลับข่าวกรอง โดย "กรมหมื่นข่าว"ที่เผยแพร่ข้อมูล"หน่วยข่าวลับ"อีกแหล่งหนึ่ง..ใน http://www.oknation.net/blog/sunzolo ได้ถูกเวปมาสเตอร์ทำการปิด ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ ๑-๒ ชั่วโมงที่เห็นมาของวันนี้(๑๘ธ.ค.๕๐)..ด้วยเพราะเนื้อหา สุ่มเสี่ยงกับเวปไซต์ของ เนชั่น..

ดังนั้น ต่อไปนี้ ท่านที่ติดตามข่าวลับ ใน ok nation จะไม่ได้เห็น"กรมหมื่นข่าว"อีกต่อไป...

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
กรมหมื่นข่าว

จากคุณ : สุริยาอัสดง - [ 18 ธ.ค. 50 18:29:17 A:202.57.179.244 X: ]


Weblogสาขาbloggangของคุณสุริยาอัสดง
http://sunnews.bloggang.com

ช่วง ที่ผ่านมาผมมักจะอัพBlogที่เนชั่(ว)นแบบเทกระจาดและก็ดองไปยาว จนกระทั่งมาเจอข่าวการปิดBlogตามที่ปรากฏให้อ่านที่ข้างบน ผมไปที่Weblogของตัวเองก็ยังปกติดีอยู่ ยังไม่โดนอะไร
แต่แล้ววันนี้ผม นึกครึ้มลองเข้าWeblogตัวเองที่นั้น ผมถึงเพิ่งมาทราบภายหลังว่าWeblogที่นั้นของผมก็โดนปิดจนได้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะBlogรวมกระทู้การเมืองของผมนั้นเองที่มีเนื้อหาสุ่ง เสี่ยงกับWebของเนชั่(ว)น

ชั่วร้ายมากครับนึกจะปิดก็ปิดโดยมิได้ คำนึงถึงเนื้อหาสาระของหัวข้ออื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองจะต้องโดน ลบสูญหายไปด้วย การกระทำเช่นนี้ของเนชั่(ว)นถือว่าไม่มีหลักสิทธิมนุษยชนทางโลกออนไลน์อย่าง สิ้นเชิง กระทั่งเหตุผลในการปิดBlogล่วงหน้าส่งทางเมล์ก็ยังไม่มีให้เห็น(ต่อให้คุณ อ้างว่าสามารถปิดBlogได้โดยไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของทราบล่วงหน้า คุณต้องแจ้งเพื่อจะได้โยกย้ายถ่ายเทข้อมูลได้ทันก่อนจะถูกปิด แม้ตัวเจ้าของจะทำการสำรองข้อมูลไว้ที่Blogสาขาอื่นแล้วก็ตาม)

สัมพันธ์ ระหว่างผมกับเนชั่(ว)นตอนนี้เหลือเพียงแค่การ์ตูนหนังสือเท่านั้นโดยที่ผม ซื้อเก็บสะสมอยู่ก็มีClaymore,Haruka17,Wild Life,อาโออิพยาบาลสาวใจเกินร้อยและการผจญภัยของตินติน (แต่กำลังพิจารณาจะเก็บเรื่องPokemon Specialอีกเรื่องหนึ่งรวมถึงMonsterกับ20th.Century Boy) ถ้าการ์ตูนเรื่องพวกนี้จบเมื่อไหร่ ผมก็จะได้คว่ำบาตรกับทางเนชั่(ว)นอย่างสิ้นเชิง
ผมจึงต้องฟ้องร้องกันทางโลกออนไลน์ให้มิตรรักแฟนBlogกรรมกรทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกันครับ

Create Date : 27 ธันวาคม 2550
เมื่อช่วงเช้งเม้งปีที่แล้ว ครอบครัวมักจะพาขึ้นรถกลับบ้านเกิดที่อุทัยธานีเพื่อเตรียมข้าวของเซ่นไหว้ สุสานบรรพชน โดยต้องค้างคืนที่บ้านคุณยายซะ1วัน

และในช่วงนี้พี่ชาย ผมแกแบกเอาคอมพิวเตอร์NoteBookของบริษัทติดตัวมาด้วย เพราะเขาบอกว่าจะลองค้นหาสัญญาณเน็ตไร้สายแถวๆนั้นดูสักหน่อยว่ามีแค่ไหน
ส่วน ตัวผมก็คิดว่า เอ... จังหวัดบ้านนอกขนาดนั้นจะมีชาวบ้านที่ไหนติดเน็ตความเร็วสูงADSLแถมยังมี อุปกรณ์พวกWireless Modem Reuterแบบที่บ้านพวกผมใช้อยู่นี่ เพื่อที่ว่าพี่ชายผมซึ่งใช้NoteBookติดWireless Lan on Boardสามารถเล่นเน็ตไร้สายอยู่ที่ห้องข้างบนได้
ปรากฏว่าต่อได้ครับได้ ความเข้มสัญญาณสูงพอๆกับของบ้านพวกผมเลย ก็เลยสงสัยว่าสัญญาณเน็ตมาจากที่ไหนกันแน่ พอดูทำเลที่ตั้งบ้านคุณยายที่เราค้างกันอยู่นี่ถึงเข้าใจเลยครับ คือเดิมบ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับชุมสายย่อยTOTสาขาอุทัยธานีอยู่นานแล้วครับ คาดว่าเสาสัญญาณของTOTในชุมสายนี้อาจจะมีการเปิดกระจายคลื่นอินเตอร์ไร้สาย ความเร็วสูงรวมไปด้วย
เลยกลายเป็นว่าถ้ามีNoteBookแบบของเรามาค้นหารับสัญญาณเท่านั้นก็สามารถใช้เน็ตได้เลยครับ ไม่มีการเข้ารหัสBlockสัญญาณแต่อย่างใดด้วย
แหม... ถ้ามีเวลาก็อยากทดลองดูสักหน่อยนะว่าสมมุติฐานนี้มันจริงไหม และสามารถเล่นเน็ตได้ฟรีๆในระยะรัศมีเท่าไหร่

ใครมีบ้านอยู่ใกล้ๆชุมสายย่อยของTOTก็ลองซื้อNoteBookที่ติดWireless Lan on Boardมาทดลองดูกันได้นะครับ

edit @ 17 Feb 2009 03:27:06 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

ผมไปดูหนังครั้งสุดท้ายก็เรื่องตำนานนเรศวรภาคองค์ประกันหงสา ที่เมเจอร์ เดอะมอลล์บางกะปินี่แหละ ก่อนเรื่องนี้ผมก็เคยเสียค่าตั๋วดูเรื่องก้านกล้วยอยู่เหมือนกัน
ปกติผม ก็เป็นคนประหยัดมัธยัสต์อยู่แล้วครับเวลาเสพความบันเทิง ฉะนั้นผมเลยชอบความบันเทิงอย่างการ์ตูน และก็เน็ตมากเลยครับ ส่วนทีวีช่วงนี้เพราะผมเริ่มจะรับเนื้อหาวนในอ่างไม่ได้สาเหตุก็มาจากคุ้น เคยกับเนื้อหามาก่อนจากที่เคยๆดูมาหลายเรื่องแล้ว
ช่วงที่ดูหนังตำนาน นเรศวร ขนาดผมไปช้าซะ5นาทีกว่าโฆษณามันยังไม่จบเลยครับ และรู้สึกว่าจะฉายไปอีกนานพอสมควรกว่าจะได้ดูหนังจริงๆ ตอนนั้นไม่ได้สนใจจับเวลาไว้ว่าเท่าไหร่
จนกระทั่งคุณTicketID:111661 ได้ออกมาตั้งกระทู้ประจานในเรื่องนี้และได้รับการโหวตขึ้นหน้ากระทู้แนะนำ ขึ้นมา ผมตกใจมากเลยโฆษณามันยัดเข้าไปได้ขนาดนั้นเลยหรือนั้น??? ตั้ง40นาที!!!กับภาพยนตร์แฮร์รี่พ็อตเตอร์ภาคภาคีนกฟินิกซ์
งานนี้เมเจอร์สมควรถูกคว่ำบาตรจากบรรดาคอหนังจริงๆ ซึ่งก็มีคนเสนอว่าให้ดูหนังในโรงหนังของApexที่สยามสแควร์กับHouseแทน(แต่ ไม่ยักกะมีใครเสนอชื่อโรงหนังสยามกับลิโดเลยแฮะ แปลก)

ต่อมาผมได้ลองอ่านความเห็นข้างล่างนี้ถึงได้เข้าใจความจริงของธุรกิจโรงภาพยนตร์บ้านเรานี่จริงๆเลย

ผมว่าปัญหามันเกิดจากโมเดลธุรกิจโรงหนังเปลี่ยนไปแล้ว คือรายได้หลักของเจ้าของโรง ไม่ได้มาจากการฉายหนัง แต่มาจาก
1. การขายโฆษณาก่อนฉายหนัง
2. มูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการแสดงผลกำไรในแต่ละปี
3. การให้เช่าพื้นที่ภายในโรงให้เปิดร้านรวง และการเอาพื้นที่ว่างของที่จอดรถไปเปิดตลาดนัด

ธุรกิจ โรงหนังจึงไม่ได้เอื้อต่อคนดูหนังและผู้สร้างหนังอีกต่อไป มันคือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการขายพื้นที่โฆษณาเสียมากกว่า สังเกตเห็นได้ชัดว่าโรงหนังมัลติเพล็กซ์ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วมากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จนดูเหมือนกับว่ามันเกิดสภาพโอเว่อร์ซัพพลาย คือมีจำนวนโรงมากเกินความต้องการ สาเหตุที่ทำให้โรงหนังที่มากมายเหล่านี้ยังอยู่ได้ และยังคงเร่งเปิดสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (โดยที่คนดูเองยังงง ว่ามันอยู่ได้ยังไง ในเมื่อเวลาเราเข้าไปดูที มีคนนั่งดูแค่ 10-20 คนต่อรอบเท่านั้น) ก็เพราะ
1. ยิ่งเปิดสาขามาก ก็ยิ่งขายโฆษณาก่อนหนังฉายได้มากขึ้น
2. ยิ่งเปิดสาขามาก ก็ยิ่งเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ และดูดีในงบการเงิน เพื่อสร้างราคาหุ้น
3. ยิ่งเปิดสาขามาก ก็ยิ่งมีพื้นที่ภายในโรงให้ร้านรวงเข้าไปเปิด และทำตลาดนัดได้มากขึ้น

สังเกต ไหมว่าปัญหาขัดใจคนดูหนัง เกิดมากกับโรงเมเจอร์ นั่นก็เพราะเมเจอร์มีลักษณะเป็นมัลติเพล็กซ์แบบตึกศูนย์การค้าในตัวเอง เขาจึงไม่ใช่โรงหนังอีกแล้ว เพราะรายได้ไม่ได้มาจากการฉายหนัง ในทางตรงข้าม ปัญหาเกิดน้อยกับเครือเอสเอฟ ก็เพราะเอสเอฟเป็นโรงที่ไปผูกอยู่กับศูนย์การค้าของคนอื่น เขาจึงยังคงทำหน้าที่เป็นโรงหนังได้ดีมากกว่า เพราะรายได้เขามาจากการฉายหนังมากกว่า

ทุกวันนี้คนดูหนังจึงไม่มี พื้นที่ที่เป็นโรงหนังอย่างแท้จริง อย่างที่เคยเป็นเมื่อ 10-20 ปีก่อนอีกแล้วครับ ยกเว้นเครือเอเพกซ์ ที่ยังคงอดทนทำธุรกิจโรงหนังแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าชื่นชม

จากคุณ : บัตรผ่านอีกรอบ - [ 26 ก.ค. 50 19:53:43 A:203.113.32.11 X: TicketID:140780 ]

edit @ 17 Feb 2009 03:28:35 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

แม่ผมมีที่ดินอยู่แถวซอยวัดบำรุงรื่น ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เนื้อที่อยู่ประมาณ100ตารางวาครับ
ซึ่ง คุณตาผมซื้อแล้วก็ให้เป็นมรดกกับคุณแม่ผมไป ราคาที่ดินแถวนั้นตอนนี้อยู่ที่ตารางวาละ15000บาทกว่าๆครับ และอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียงแค่1-2กิโลเมตรกว่าเท่านั้น และคาดกันว่าจะสูงขึ้นอีก10-20%ต่อปีเมื่อสนามบินเปิดอย่างเป็นทางการ
ตาม ระบบผังเมืองแล้วที่นั้นถูกกำหนดให้เป็นโซนเกษตรกรรมกึ่งอนุรักษ์ครับ และเป็นโซนที่เครื่องบินจะใช้บินร่อนลงสนามบิน โดยแถวนั้นเป็นหนองน้ำมีป่าหญ้าขึ้นรกรุงรังปกคลุมไปทั่วอยู่ลึกเข้าไปจาก ถนนของซอยโดยที่ดินด้านที่ติดถนนของซอยใกล้กับที่ดินของแม่ผมมีการก่อสร้าง บ้านพักสำหรับบริการพนักงานของสนามบิน
การเดินทางไปยังละแวกนั้นทำได้โดย การขับรถวิ่งจากแยกพระราม9ผ่านรามคำแหง ตรงไปถึงแยกศรีนครินทร์แล้วทะลุไปยังทางด่วนMotor Wayจากนั้นจะมีทางแยกเลี้ยวเข้าร่มเกล้าไป
ส่วนทางรถเมล์นั้นเริ่มต้นจาก แยกบางกะปิ-ศรีนครินทร์ก็จะมีรถเมล์สายตั้งแต่500ขึ้นไปวิ่งไปถึงที่นั้น ครับโดยผ่านทางถนนเสรีไทยไปถึงสุวินทวงษ์แล้วก็เลี้ยวเข้าร่มเกล้าได้

พูด ถึงทิวทัศน์ในร่มเกล้า-ลาดกระบัง-อ่อนนุชนั้นยอมรับว่าถนนหนทางดีกว่าสมัย ก่อนเมื่อสัก10กว่าปีที่แล้วมากเลยครับเป็นถนนทางคู่สองเลนหมดแทนที่ถนนสอง เลนเดิม แต่ว่าทิวทัศน์แถวที่ดินผมนั้นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับยังคงเป็นป่าหญ้า หนองน้ำเหมือนเดิมเปลี่ยนไปนิดหน่อยก็ตรงที่บ้านเรือนมีกระท่อมมาปลูกเพิ่ม ขึ้นมาบ้าง

ก็หวังว่าแถวนั้นจะเจริญกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้หลังจากสนามบินได้เปิดทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ

เรื่องนี้พ่อผมซึ่งบังเอิญไปตัดผมที่ร้านแถวปากซอย ได้พูดคุยกับช่างตัดผมที่นั้นครับคือท่านสงสัยว่าทำไมแถวปากซอยรุ่งเรืองมีร้าน7-11อยู่ร้านหนึ่งแล้วทำไมต้องไปเปิดฝั่งตรงข้ามถนนอีกร้านหนึ่งปากซอยอุดมสุขซึ่งซอยฝั่งตรงข้ามด้วย เดินข้ามถนนไปก็ถึงแล้วแท้ - -"

ก็ได้คำตอบที่ทำให้ผมต้องมาเขียนBlogนี่แหละครับ นั้นก็คือว่าCP.ซึ่งเจ้าของ7-11ตอนนี้กำลังวิตกกังวลอย่างหนักกับการตระเวณเปิดสาขาของร้านLotus Expressมาตั้งแต่แรกนั้นเองครับ ร้าน7-11ตรงนั้นเดิมเคยเป็นร้านซ่อมแอร์มาก่อนพอมันเจ๊ง CP.ก็เลยไปทำสัญญาเช่าที่เปิดร้านตัดหน้าไม่ให้กลุ่มโลตัสมาเช่าเปิดสาขาในย่านนี้ซึ่งถือว่าเป็นทำเลทองอย่างที่ผมเคยเล่าๆไป

แต่คราวนี้ร้านอาหารซึ่งก็อยู่ปากซอยตรงนั้นเกิดเจ๊งขึ้นมาทางCP.ก็เลยทำสัญญาเช่าตัดหน้าและก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำอะไรเลยตั้ง4-6เดือนได้มั๊ง ก่อนจะชะล่าใจไม่ต่อสัญญากลายเป็นโอกาสให้โลตัสหยิบชิ้นปลามันไปกินชนิดที่ไม่มีทางแก้ตัว จำได้ว่าช่วงที่โลตัสเปิดนั้น7-11ต้องแก้เกมดัดหลังโดยการโปรโมตออกลำโพงกันสนุกเลยครับอย่างที่ผมเคยเล่าไป เกมธุรกิจมันก็อย่างนี้ละเนอะ

เมื่อเสาร์ที่ผ่านมาผมกะว่าจะนอนอ่านการ์ตูนเล่นเน็ตให้สบายอารมณ์ยามสุดสัปดาห์สักหน่อย แต่แล้วแม่ผมบังเอิญมีธุระต้องไปทำบุญครบรอบวันตายของคุณยายที่อุทัยธานีบ้านเกิดและต้องหิ้วผลสาลีหนักมากเหมือนกันและแม่ผมก็วัย60พอดี(แต่หน้าตาและรูปร่างยังเหมือนคนวัย40-50ไม่ได้โม้นะ) ผมเลยต้องออกจากบ้านมาช่วยท่านหิ้วของไปส่งจนถึงท่ารถตู้ที่ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ซะนี่
เลยคิดว่าไหนๆก็มาออกเดินทางมาข้างนอกแล้วจะกลับบ้านเลยก็เหมือนกับมาเสียเที่ยวยังไงไม่รู้ ก็เลยมาคิดดูว่าพอไปส่งแม่เสร็จแล้วจะไปถือโอกาสเที่ยวนอกกะลาที่ไหนดี ก็พอดีเมื่อวันศุกร์ซื้อนิตยสารการ์ตูนโอตากุพลิกอ่านดูก็เจอหน้าโฆษณารับสมัครเข้าแข่งขันรายการ "House of Otaku บ้านแห่งความฝัน" ของบริษัท เรียลริตี้ไอเดีย จำกัด (ออกอากาศทางโทรทัศน์ อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาเช่ากับทางช่อง3)รับสมัครกัน3-4ธันวาที่ห้องอยุธยา1 โรงแรมอิมพีเรียลอิมพาลา สุขุมวิท24 ใกล้ๆกับห้างเอมโพเรียม ก็เลยเตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านตัวจริงไว้ใช้ถ่ายสำเนากันเหนียวติดเผื่อไปด้วยรวมถึงรูปถ่ายตัวเองคู่กับพี่ชายตอนไปเที่ยวเกาะลอยที่ศรีราชาอีก1ใบ และแน่นอนในการเดินทางผมต้องหาเครื่องมือสำหรับฆ่าเวลายามรอรถเมล์มากับรถติดแหง็กบนถนนนั้นก็คือการ์ตูนเช่าตามเคยครับ
นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือฆ่าเวลาชิ้นใหม่MP4 Playerสำหรับฟังเพลงแก้เหงายามรถกำลังเคลื่อนตัวซึ่งจะอ่านการ์ตูนไม่ได้ ผมเพิ่งซื้อมาในงานCommartที่ศูนย์สิริกิต์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยี่ห้อAIOขนาดความจุ1Gb. (เก็บไฟล์เพลงไว้เอาไปฟังได้เยอะมากเลยนะเนี่ย)เล่นไฟล์เพลงMP3 WAV ไฟล์หนังAMV ฟังวิทยุFM เล่นเกม เก็บไฟล์รูปภาพJPEG GIF ไฟล์E-Book นอกจากนี้ยังสามารถใช้เก็บไฟล์ข้อมูลแทนFlash Drive และยังสามารถบันทึกอัดเสียงเก็บในรูปของไฟล์WAV 48kbps. 8KHz.ได้อีกต่างหากนั้นก็หมายความว่าผมสามารถอัดเพลงที่ไม่มีให้ฟังในรูปMP3ลงในคอมที่บ้านหรือแม้แต่เครื่องนี้ก็ได้ด้วย คุ้มจริงๆด้วยราคาประมาณ4400กว่าบาทด้วยกัน นอกจากนี้ผมยังซื้อExternal Caseราคา1100บาทสำหรับใช้ต่อHard Diskออกนอกเครื่องด้วยสายUSBไว้ใช้สำหรับเก็บข้อมูลแบบพกพาไปใช้ข้างนอกได้เลย และก็มีKeyboardโฉมใหม่ราคา250บาททำจากแผ่นยางซิลิโคนสามารถงอเก็บได้ไว้ใช้แทนตัวเก่าที่ดูโทรมเต็มที
โม้นอกเรื่องซะยาวเลย หลังจากส่งแม่เสร็จแล้วก็เดินมารอขึ้นรถเมล์สาย38ไปสู่เป้าหมายที่สุขุมวิท24ซึ่งก็ต้องฝ่ารถติดที่พญาไท อโศกและสุขุมวิทยาวเลย จริงๆแล้วผมจะขึ้นBTSไปก็ได้แต่ไม่เอาครับเพราะค่าโดยสารแพงเป็น20-30บาท กับค่าโดยสารแค่7บาท โดยผลาญเวลาที่เสียไปกับการ์ตูนเช่าและMP4 Player ผมเลือกอย่างหลังดีกว่าคุ้มกว่าเยอะ สบายอารมณ์สุดๆด้วย
ในที่สุดก็มาถึงโรงแรมเป้าหมายจนได้ แรกๆผมกะว่าจะสอดแนมดูว่ามีใครมาสมัครเข้าร่วมแข่งขันกันมั่ง ระดับชื่อชั้นเยี่ยมแค่ไหนกัน ไม่ได้อยากสมัครหรอกครับเพราะ
- ผมเป็นโรคสมาธิสั้น แถมยังปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอกไม่เก่ง เรียบเรียงคำพูดก็แย่ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรกว่าพูดตอบเขาได้ในบางเรื่องที่ต้องใช้ความคิด
- ถ้าเกิดว่าผ่านเข้าถึงรอบ18คนสุดท้ายขึ้นมาจะต้องอยู่ในสถานที่บันทึกเทปแบบBig Brotherเป็นเวลากว่า70วันด้วยกัน ในช่วงเดือนมีนาถึงพฤษภาปีหน้า ทำให้ต้องลาพักงานยาวมากด้วยกัน ซึ่งผมไม่เชื่อหรอกครับว่าทางที่ทำงานจะปล่อยให้ผมลาพักได้ยาวขนาดนั้น(ผมสามารถใช้สิทธิลาพักได้10วันใน1ปีด้วยกัน)
พอมาถึงโรงแรมช่วงเที่ยงกว่าๆเงียบมากครับ ผมสงสัยจริงๆว่าจะมีมาสมัครกันสักกี่คนกันละเนี่ย ในที่สุดก็ได้ทราบว่ามีมาสมัครก่อนในวันนี้4รายด้วยกันเท่าที่ผมรู้จักชื่อทางเน็ตก็มีคุณamakazeอดีตสมาชิกบอร์ดPocket กับคุณNihilอดีตคอลัมนิสต์ของนิตยสารเกมเมก้า
เออ... ไหนๆมาก็มาถึงที่นี่แล้วถือโอกาสกรอกใบสมัครร่วมคัดตัวด้วยคนละกัน ซึ่งก็มีคำถามให้เขียนตอบหลายข้อซึ่งผมจะเปิดเผยมากนักไม่ได้เพราะเป็นความลับของทางวงใน สิ่งที่เขาถามมานั้นก็มีคำตอบตามที่ผมเขียนไว้ในWebblogอยู่ก่อนแล้วหลายข้อเหมือนกัน ผมเองก็เขียนระบุให้เขาลองมาเยี่ยมชมWebblogที่นี่ของผมไปด้วยเหมือนกัน แต่พูดถึงคำถามแปลกๆก็มีท่าทางการนอนหลับ กรนหรือเปล่า วิธีแสดงความดีใจ เป็นต้น
หลังจากส่งใบสมัครบรรยายสรรพคุณกับตอบคำถามเสร็จช่วงบ่าย3โมงก็เดินทางกลับแวะเดินห้างเอมโพเรียม ชมงานเปิดตัวหนังสือแฮร์รี่เล่ม6ของนานมีบุ๊คส์สักเล็กน้อยก่อนจะเดินเท้าไปขึ้นรถเมล์ร้อน136ที่แยกสุขุมวิท-อโศก กลับบ้านเลี่ยงที่จะขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ค่าโดยสารแพงตามเคย มีเครื่องมือฆ่าเวลาดีก็สบายอย่างนี้ละน่าจริงไหมครับ สบายกระเป๋าด้วย