Bloggang

และแล้วBloggang Popular Awardครั้งที่5ก็ผ่านไปราวกับสายลม ผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับการประกวดนี่อยู่แล้ว แม้ว่าผมจะทำBlogอัดแน่นด้วยเนื้อหาไว้มากมายแค่ไหน ผมก็คงจะไม่ได้รางวัลอะไรหรอก เพราะผมไม่ได้ทำBlogตามแนวตลาดของBloggerหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นบันทึกประจำวัน สาระเก็บตก ข่าวสารกระทู้ ฯลฯ
แต่ผมเพิ่งจะ เหลือบมามองดูรายชื่อทำเนียบBlogที่ได้รับการโหวตแม้เพียงแค่1คะแนนดู แล้วกลับไม่มีชื่อของผมเลยแม้แต่ชื่อเดียว ขนาดBlogของWebmasterหรือแม้แต่Blogที่ไม่มีอะไรอย่างMr.Fusionก็ยังติดโหวต มีชื่อกะเขาด้วย เพราะเหตุใดกันจากสถิติเมื่อจัดครั้งที่3

เพราะผมแทบจะไม่ได้เข้าสังคมBlogกับชาวบ้าน โดยการเข้าไปเยี่ยมชมและตอบรับCommentเลยหรือเปล่า
หรือผมทำBlogออกมา ไม่มีอะไรควรค่าแก่การจดจำเลยหรืออย่างไร ผมก็ทำBlogในสไตล์ของผมอย่างเนี่ย เนื้อหาเป็นยังไง ก็ไม่มีใครเขาสนใจ

ส่วนblogที่exteen.com ผมแทบไม่ได้มาเยี่ยมเท่าไหร่เลยพับผ่า สาเหตุไว้จะเล่าในBlogถัดไปละกัน

edit @ 17 Feb 2009 03:43:15 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

โดยฝีมือของIP Addressต่อไปนี้
201.6.101.49
202.56.253.184
202.138.141.46
212.244.54.190
192.114.65.98
195.175.37.6
200.36.112.92
196.7.0.160
200.79.192.25
199.203.54.151
เอาแค่ที่เลขIPหลักแรกๆไม่ซ้ำนี่ก็เยอะสุดๆเลยนะนี่ โดนจู่โจมตรงBlogสาระการ์ตูนหลายBlogเลยครับ กับBlogแจกGmail ร้ายมากๆเลยไอ้พวกนี้ ไม่รู้ว่ามันใช้Trickหรือโปรแกรมอะไรมาช่วยโพสต์กระหน่ำแทการพิมพ์กดด้วยมือหรือเปล่าไม่ทราบได้

edit @ 17 Feb 2009 03:44:58 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

นับตั้งแต่ผมใช้ชื่อดั้งเดิมอย่างวัฏสีร์ ธรรมจารี ไปก็เรียกได้ว่าชื่อนี้ของผมก็ติดตลาดคนอ่านกระทู้ได้ในระดับหนึ่งเหมือนกัน
มาวันนี้ผมเริ่มมีความรู้สึกว่าไอ้ชื่อแฝงของผมนี่มันสะกดยาก แถมยังเรียกยากอีกต่างหาก ทั้งที่ความหมายก็ถือว่าดีใช้ได้เลยจากBlogก่อนๆที่ว่าไป
เลยหันมาลองคิดชื่อแฝงใหม่ๆที่สะกดง่ายๆ ความหมายดีๆ และก็ใช้ศัพท์ไม่เหมือนใครตามสไตล์ผมอีกนั้นละ เนื่องจากว่านามสกุลอย่างธรรมจารีนั้นมีผู้เอาไปใช้จดทะเบียนนามสกุลไปใช้ก่อนนานแล้ว ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็น สีทันดรสมุทร เนื่องจากว่าช่วงนี้ผมเริ่มจะเปิดกว้างทางโลกทัศน์พยายามอย่างสุดเหวี่ยงสุดสนุกเท่าที่เวลาโอกาสและอารมณ์จะอำนวยให้ออกไปเรียนรู้นอกกะลาซะบ้าง ทำให้ผมนึกถึงภาพตัวเองเดินย่ำไปบนผืนสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลเพื่อจะเรียนรู้โลกให้ไปไกลกว่าที่หลายคนจะไปกัน
สีทันดร เป็นชื่อมหาสมุทรตามตำนานสวรรค์ของชาวพุทธโบราณอันเป็นที่ตั้งของเขาพระสุเมรุและทวีปทั้ง4(อันได้แก่1.ชมพูทวีป=(เป็นที่ตั้งของโลกเรา)ทิศใต้ 2.อุตรกุรุทวีป=ทิศเหนือ 3.บูรพวิเทหะทวีป=ทิศตะวันออก และ4.อมรโคยานทวีป=ทิศตะวันตก) ตอนแรกผมนึกว่าคุณกฤษณา อโศกสินที่เขียนเรื่องข้ามสีทันดรจะได้แรงบันดาลใจจากคำว่าสี่พันดอนที่เอามาแผลงให้ดูไฉไลขึ้นที่ไหน แรงบันดาลใจจริงๆมันมาจากอย่างนี้นี่เอง ถือว่าความหมายกว้างไกลและยิ่งใหญ่มากจริงๆครับ ผมกะว่าเอาไปใช้เป็นนามสกุลของตัวละครแต่งเล่นทดแทนไปด้วยซะเลย ฮา...
ส่วนชื่อ ผมเปลี่ยนจากคำว่า วัฏ ซึ่งเป็นภาษาบาลีให้กลายเป็น วรรษ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตแต่ความหมายเหมือนเดิมสะกดง่ายขึ้นมาหน่อย ส่วนคำว่า สีร ก็เปลี่ยนไปเลยเป็นคำว่า ไทย แทนความหมายก็ตามสัญชาติพ่อแม่ตัวเองนั้นละ กับความเป็นอิสระเสรีภาพในโลกออนไลน์ตามแบบฉบับผมครับ
รวมเป็น ไทยวรรษ ที่มีความหมายว่า รอบแห่งความเป็นอิสระ นั้นละครับ
ส่วนนามแฝงภาษาอังกฤษผมกะว่าจะขอทางพันทิปเขาเปลี่ยนเป็น spiralthai ตามชื่อเมล์แอดเดรสของตัวเองซะเลย

edit @ 17 Feb 2009 03:41:28 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

ทำเป็นรายชื่อแนะนำเนื้อหาที่น่าสนใจของBloggangแต่ละท่านไปเลยดีกว่า(ไม่นับบันทึกเรื่องเล่าประจำวันหลากความรู้สึกที่หลายคนเขียนให้อ่านอยู่ทุกๆวันนะครับ) ใครชื่นชอบเนื้อหาของคนไหนเชิญไปเยี่ยมได้ผ่านทางFriends's blogด้านขวามือนี่นะครับ
ผมเขียนและอัพเพิ่มเติมใส่เข้าไปอย่างเงียบๆตั้งแต่11กุมภาโน่นมาก็เยอะแล้ว ถือโอกาสลบบล็อกเก่าใส่Blogใหม่เข้าไปแทนดีกว่า

Yensid รายนี้เป็นแฟนคลับนิยายสืบสวนสอบสวนตัวยงเลย จึงไม่แปลกถ้าBlogของเขาจะมีเนื้อหาพรรณาถึงนิยายสืบสวนที่อ่านๆไป มีสังกัดหลักอยุ่ที่คลับนักสืบ

DigiTaL-KRASH!!! รายนี้ก็เป็นแฟนคลับนิยายวิทยาศาสตร์ตัวยงเช่นกัน Blogของเขาก็มีเนื้อหาแบบนี้เหมือนกัน มีสังกัดหลักอยู่ที่หว้ากอ ห้องสมุด และไกลบ้าน

wbj รายนี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องบริหารการจัดการธุรกิจ Blogของเขามีการนำเสนอบทความดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เราได้อ่านอยู่เรื่อยๆ มีสังกัดหลักอยู่ที่โต๊ะสีลมครับ

=p o o k p u i= รายนี้ชอบอ่านกระทู้แวะเวียนไปหลายโต๊ะมาก จึงได้ทำBlogพันทิปรายวัน คอยนำเสนอกระทู้จุดกระแสความสนใจชวนให้มีคนมามุง โดยเฉพาะกระทู้ล่อเป้าทั้งหลาย มีสายข่าวมาคอยLinkกระทู้ให้ขึ้นข่าวอยู่เรื่อยๆเป็นรายวันไป ยอดคนอ่านก็งามสมใจคนมามุงจริงๆ ได้รับรางวัลBlogสุดฮิตไปครองด้วย มีสังกัดหลักอยู่ที่เฉลิมไทย

หมาร่าหมาหรอด นี่ก็อารมณ์ดีเป็นนิจอยู่แล้วจากการเข้ามาร่วมตั้งและตอบกระทู้สร้างความเฮฮากับบรรดาสมาชิกโดยทั่วไป เมื่อมีโอกาสมาสร้างBlogของตัวเองเนื้อหาก็หนีไม่พ้นความเฮฮาเช่นกัน มีสังกัดหลักอยู่ที่เฉลิมไทย และคลับจตุจักร

แว่นน้อย@หาดใหญ่ ชอบอ่านการ์ตูนเหมือนกัีบผมนี่แหละครับ Blogที่ทำก็เลยมีเนื้อหาบรรยายเกี่ยวกับการ์ตูนที่เขาซื้อไปอ่านว่าเนื้อหามันดียังไงตรงไหน มีสังกัดหลักอยู่ที่ห้องการ์ตูน เฉลิมไทย

แดดเช้า รายนี้ธรรมะธัมโมครับ เนื้อหาBlogของเขาก็หนีไม่พ้นเรื่องของศาสนาพุทธ การปฏิบัติธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับกรรมเวรดีชั่ว

DEIZEL รายนี้บ้ามวยปล้ำครับ เนื้อหาBlogของเขาก็เป็นข่าวคราวเกี่ยวกับวงการมวยปล้ำเมืองนอกWWEนั้นเอง มีสังกัดหลักอยู่ที่เฉลิมไทย

อู๋ปังจู้ เจ้าพ่อไลน์บุฟเฟ่ต์แห่งโต๊ะจตุจักร มานำเสนอประสบการณ์ชวนน้ำลายยืดจากการไปทัวร์บริโภคบุฟเฟ่ต์ตามร้ายต่างๆครับ มีสังกัดหลักอยู่ที่ห้องบุฟเฟ่ฟกับห้องอาหารการกิน โต๊ะจตุจักร

จมื่นไวกว่า คุณลุงอารมณ์ดีผู้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การท่องเที่ยวทั่วไทยบ้าง เรื่องประวัติศาสตร์ไทยยุคสี่แผ่นดินบ้าง เรื่องประสบการณ์ดีๆของการเป็นพ่อที่ต้องมาเลี้ยงลูก ใกล้ชิดลูกให้ลูกน้อยมีคุณภาพ และเรื่องดีๆจากโรงเรียนกลางป่า มีสังกัดหลักอยู่ที่สวนลุม

แมลงปีศาจ นักเขียนการ์ตูนเฮฮาล้อสมาชิกคนดังๆประจำพันทิป มีผลงานการเขียนการ์ตูนจนได้ออกรายการทีวีไป2-3ครั้งด้วยกัน เคยรับเชิญไปแสดงบทร้ายในละครน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการเขียนบทภาพยนตร์หลายๆเรื่องเหมือนกัน เนื้อหาของBlogก็เป็นการโปรโมตประชาสัมพันธ์ดีๆนี่แหละ มีสังกัดหลักอยู่ที่เฉลิมไทย

THE BEGINNING นอกจากเรื่องเมาท์ๆก็มีเนื้อหาBlogเรื่องเกี่ยวกับศึกษาศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาถนัดของเขาละครับ มีสังกัดหลักอยู่ที่เฉลิมไทย

กึ่งยิงกึ่งผ่าน ขยันนำเสนอTrick & Tipดีของคอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตครับ ตามสายงานเกี่ยวกับโปรแกรมของเขานั้นละ ได้รับคะแนนเสียงให้เป็นสุดยอดBloggerไอทีดีเด่นไปครอง มีสังกัดหลักอยู่ที่เฉลิมไทย

เด็กน้อยกลิ่นวนิลา รายนี้ถนัดเรื่องของข่าวสารวงการนักลงทุนกับเบื้องลึกของนักธุรกิจชื่อดังครับ นอกจากนี้ก็มีประวัติศาสตร์กว่าจะมาเป็นSiam Squareที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้มาให้อ่านกันด้วยครับ มีสังกัดหลักอยู่ที่สินธร

JasonSจัง!!! รายงานความเคลื่อนไหวของยอดรายได้Box Oficeภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศให้ติดตามกันทุกสัปดาห์ครับ มีสังกัดหลักอยู่ที่ห้องภาพยนตร์ เฉลิมไทย

รำเพย รายนี้มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวของBloggangและข้อแนะนำดีๆเกี่ยวกับการก่อร่างสร้างBlogรวมถึงการใช้Codeตกแต่งมาฝากชนิดที่ละเอียดที่สุดเข้าใจง่ายที่สุด รวมถึงเคล็ดลับเกี่ยวกับความสวยความงาม การใช้เครื่องสำอาง มีสังกัดหลักอยู่ที่สวนลุม ห้องโภชนาการและความงาม กับชายคา กวาดรางวัลBloggang Popular Awardไปหลายสาขามากครับทั้งBlog No.1ในดวงใจ ,Blogสุดสวย ,Blogสรรสาระ และBloggerไอที

GraPhiX รายนี้มีสาระเกี่ยวกับเรื่องราวประวัติชีวิตการทำธุรกิจของผู้ประกอบการนักธุรกิจชื่อดัง สาระน่าสนใจเกี่ยวกับการตลาด บริหารธุรกิจ นอกจากนี้ก็มีบทความเกี่ยวกับ ทัศนคติและความคิด ,การวางแผน ,การลงมือทำ และการประเมิน มาให้อ่านตามมา

จ่าพิชิต ขจัดพาลชน รายนี้รวบรวมLinkแหล่งโหลดของดีเกี่ยวกับการ์ตูน ทั้งMVเพลง ,MangaScan ,Anime Preveiw และเคล็ดข้อควรรู้เกี่ยวกับการโหลดสูบโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางBit Torrent

@power รวบรวมบทความการลงทุนดีให้นักลงทุนได้อ่านกันครับ

@}-- เยอบีร่า -- รวบรวมนำเสนอสูตรการทำอาหารแยกหัวข้อเป็นประเภทต่างๆ ใครอยากอ่านต้องไปขอpasswordจากเขาเอานะครับ

me2you กูรูแฟนคลับผู้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับวงการกีฬาเทเบิ้ลเทนนิสหรือปิงปองที่เรารู้จักกันดี และเคล็ดลับดีๆในกีฬาปิงปองครับ

เจไอ รายนี้ขยันนำเสนอสาระความรู้ชวนให้ออกนอกกะลากันมาก็หลายเรื่องแล้วครับ

หนูปุจฉา รายนี้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และอัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญของจีนผ่านทางหนังจีน

นายAJ นำเสนอเกี่ยวกับสารพันแวดวงรายการบันเทิงเกมโชว์ทั้งไทยและเทศ

Zaladin รายนี้ขยันนำเอาเพลงจากการ์ตูนAnimeเพราะๆ เร้าใจมาให้ฟังกันตามRequestครับ จะเรียกว่าAnime Music Station ก็ว่าได้เลย

เทพบุตรตบะแตก!!! นำเสนอเกี่ยวกับเนื้อหาภาพยนตร์ฝรั่งดีๆในความทรงจำของหลายๆคนครับ

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" นำเสนอบทวิจารณ์ภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์อยู่ในตอนนี้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนจะซื้อตั๋วเข้าชม

ดีเจอรรณพ คุณอรรณพ กิตติคุณ ดีเจนักจัดรายการวิทยุได้หันมาเปิดWeblogที่นี่เป็นของตัวเองแล้ว แวะไปเยี่ยมชมกันได้นะครับ

New หมากเขียว เก็บตกและนำเสนอบทความดีเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่เคยเผยแพร่และได้รับโหวตขึ้นเป็นกระทู้แนะนำลงในโต๊ะสินธรมาแล้ว ให้นักลงทุนหน้าใหม่ได้รับเอาไปใช้โดยทั่วกันครับ

New สักวันเราคงจะรู้จักกัน รายนี้ก็เก็บรวบรวมบทความจากโต๊ะสินธรให้อ่านอีกเช่นกัน

New dont wanna no รายนี้เก็บตกความรู้ก็ยังดูงงๆเกี่ยวกับการใช้code htmlในการตกแต่งBlogเอาไว้ครบครัน ละเอียดยิบ ใครที่อยากเป็นเซียนแต่งBlogสามารถเข้ามาอ่านศึกษาได้ครับ

โอ้ย... เหนื่อย แนะนำมาเยอะแล้วมั๊ง ขอให้สนุกกับการเยี่ยมชมBlogนะครับ
edit @ 2007/01/25 17:51:56
ใช้เน็ตที่ทำงานเล่นมาก็นาน1ปีแล้ว ไม่เคยเกิดอาการอืดเหมือนช่วงนี้เลย LANก็ใช้ได้ดีอยู่แต่ต่อไปเข้าเว็ปข้างนอกสุดยากเลย
แถมBloggangเริ่มเกิดอาการไม่ค่อยดีเข้าให้อีก นี่เราต้องเตรียมโยกย้ายถ่ายเทข้อมูลอีกรอบงั้นเหรอ ไม่เอานะ DCN.ที่เคยสร้างมากับมือก็สูญสลายไปหมดแถมยังไม่ได้เซพข้อมูลไว้ตั้งเยอะ(คิดแล้วก็เสียดายข้อมูลที่อุตสาห์รวบรวมตอนนั้นจริงๆเลย ถ้าBloggangถือกำเนิดก่อนช่วงตุลาคมละก็ผมคงโยกย้ายข้อมูลทั้งหมดไปก่อนแล้ว) ถ้าที่นี่รับประกันความมั่นคงของข้อมูลไม่ได้แล้วที่อื่นจะรับประกันได้งั้นเหรอ ก็ยังดีมีการ์ตูนมาคอยฆ่าเวลาอยู่หน่อย

จริงๆ ผมควรจะย้ายสถานที่เล่นเน็ตไปอยู่ศูนย์การเรียนรู้ICTแถวเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าใกล้ๆนี่ แต่ก็ไม่อยากเสียค่าบริการเน็ตชั่วโมงละ20บาทเลยยยย.... หรือถ้าย้ายไปขอเล่นฟรีในห้องสมุดมารวย อาคารตลาดหลักทรัพย์ย่านคลองเตยนั้นก็ต้องเสียค่าเดินทางด้วยรถร้อน6บาท แถมยังเวลาการคอยรถกับภาวะรถติดอีกก็ไม่คุ้มอีกเหมือนกัน แถมบางครั้งคอมที่มีอยู่แค่4-6เครื่องอาจจะโดนจองใช้เต็มไปก่อนซะอีก

หรือว่าเห็นทีเราควรจะเจียดเงินสองหมื่นมาซื้อคอมเครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าสุดอืดที่ใช้มาได้ตั้ง8ปี มาต่อเน็ตTOTครั้งละ3บาท ใช้ได้2ชั่วโมงเล่นแทนดีไหมเนี่ยที่บ้านใช้สายTOTมาเกือบ20ปีด้วย

คราวนี้กระทู้ในพันทิปมีโชว์Link Icon My Blogของสมาชิกด้วย หวังว่ายอดผู้เข้าชมคงจะพุ่งขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ละนะก็แค่ทำผลงานตอบกระทู้ให้ได้เสมอต้นเสมอปลายก็พอแล้ว....

ผมไปเล่นเกมค้นคำวันละนิด กับหมู่มิตรชาว bloggang ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 8 ก.ค. 48 ทีมงานจะโพสคำใบ้วันละ 1 คำใบ้ ที่Linkข้างล่างนี่

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=webmaster&date=23-06-2005&group=1&blog=1

คำใบ้ก็มี

1.ชื่อหมาสัตว์เลี้ยงของคุณหมาร่าหมาหรอด

- Shiro

 

2.จงเติมคำลงในช่องว่างต่อไปนี้ Weblog for You and Your ......

- Gang

 

3.Bloggerผู้ได้รับรางวัลBloggang Popular Awardมากที่สุด

- รำเพย(Rumpuey)

 

4.เดือนที่Bloggang.comถือกำเนิดขึ้นมา

- ธันวาคม(December) ฤกษ์ก่อตั้งดันเป็นช่วงที่สึนามิพอดีซะนี่ - -"

 

5.Bloggerผู้ได้เป็นFreshyมหาวิทยาลัยของปีนี้

- Kikkle

 

6.ผู้คิดศัพท์ที่ใช้เรียกWeblog

- Jorn Barger

 

ก็ใช้โปรแกรมPaint ลากเส้นกรอบล้อมตัวอักษรเสร็จก็Saveรูปที่ทำเสร็จแล้วส่งAttash Fileไป ก็คิดว่าคงไม่น่าจะได้อะไรหรอกเพราะคนส่งก็คงจะกระหน่ำกันเป็นร้อยขึ้นโอกาสจับถูกเลยยาก และผมเองก็ไม่ค่อยมีดวงเรื่องจับรางวัลสักเท่าไหร่ แต่แล้วมันก็ฟลุ๊กจนได้ครับ เข้าให้ละน่า.... รางวัลก็เป็นหมวกที่รำลึกจากทางBloggang.com เขาละครับ ถึงจะเป็นของเล็กๆน้อยๆแต่ก็ยังมีคุณค่าในความทรงจำของเราไปนานเท่านานละกันว่าเราทำยังไงถึงได้มันมา

edit @ 17 Feb 2009 03:31:53 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

Blogผมจริงๆแล้วเปิดมาตั้งแต่Bloggangเปิดบริการนั้นละ แต่หาึคนเข้าแทบจะไม่ได้ร้างมานานหลายเดือนแล้วครับ ไม่เหมือนคนดังๆที่มีแฟนคลับ เพื่อนสนิทมิตรสหายOnlineเยอะแยะ อาจจะเพราะขยันChat MSNหรือไม่ก็มีผลงานในกระทู้เสมอต้นเสมอปลายทั้งความเฮฮาบ้าง สาระบ้าง ทำยอดคนเข้าเยี่ยมชมจนถึงตอนนี้เป็นหมื่นขึ้นไปเช่น รำเพย ,shinsoul ,=p o o k p u i= ,หมาร่าหมาหรอด ,blueberry_cpie ,note-d ,บอกอกูรู ,Froggieฯลฯ
ผมเองช่วงนี้ถึงจะเข้าเน็ตอยู่ทุกวันแต่ก็ไม่ได้ตอบกระทู้มากเหมือนที่ผ่านมาแล้ว ได้แต่อ่านไปซะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้Link Blogของตัวเองไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ในบอร์ดกันสักเท่าไหร่ คิดซะว่าถ้าเงียบๆเข้าไว้เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ตัดสินในตัวของมันเองอยู่ละ แถมผมเองก็ไม่ค่อยชอบผลาญเวลาไปกับChat MSNเหมือนหลายๆคนด้วย
ผมเข้าBlogก็จับตาดูCounterคนเข้าตลอด เมื่อช่วงกลางมกราคมเคยทำยอดถึง600-700กว่า ก็ถูกResetเพราะอะไรไม่รู้อย่าไปคิดละกัน ผมจับตาดู แรกๆกว่ายอดคนเข้า100ครั้งใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าๆด้วยกัน แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายอดคนเข้าเริ่มกระฉูดกว่าปกติเมื่อวานวันเดียวยอดคนเข้าเพิ่มเป็น100ครั้งเข้าไปแล้ว
ก็น่าดีใจเป็นธรรมดาครับที่จะมีคนเห็นถึงคุณค่าของBlogที่ผมทำขึ้น แล้วเอาไปเผยแพร่กันแบบปากต่อปากยอดคนเข้าจึงมากขึ้นๆ
และก็รู้สึกทำอะไรต้องรอบคอบระมัดระวังมากขึ้น เพราะเมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียด คาดหวังในผลงานที่ต้องการให้เป็น และชอบจับผิดผู้อื่นเป็นธรรมดาเช่นกัน ซึ่งผมขอเรียกคนพวกนี้ว่า โจทก์
หรือบางคนเข้่าBlogบ่อย ถี่มากต้องมาคอยเช็คตลอดว่าเขาจะเอาเนื้อหาอะไรมาลง(Silent Stalker) หรือว่ายังอ่านBlogไม่จบก็มาเปิดอ่านต่ออีกรอบให้ลึกซึ้งในเนื้อหา อารมณ์และเจตนาของซึ่งผมยินดีต้อนรับท่านๆเหล่านี้ในฐานะมิตรรักแฟนคลับ(Fanclub)นะครับ
ส่วนผู้ที่เพิ่งจะมาเยี่ยมBlogของผมเป็นครั้งแรกนั้น รบกวนช่วยCommentทักทายกันสักBlogหนึ่งก็พอครับในGroup Blogสมุดเยี่ยม หรือในBlogอื่นๆก็ได้ ไม่มากไปหรอกครับ พอเป็นมารยาทให้Bloggerกรรมกรอย่างผมได้ชื่นใจและมีกำลังใจจะทำBlogต่อไป
เพราะถ้าคุณมาเยี่ยมโดยไม่ได้ลงCommentเลย ผมก็แปลเจตนาและนิสัยของท่านได้หลายอย่างครับเช่น
- เป็นมิตรรักแฟนคลับขี้อาย ไม่กล้าเปิดเผยตัว อันนี้ผมไม่ว่ากัน แต่จริงๆแล้วแค่นามแฝงธรรมดา ไม่ใช้ชื่อจริง ไม่มีLogin ก็ไม่ควรจะอายนะครับ ออกมาเสนอหน้ากันสักหน่อยจะดีกว่านะถ้าท่านไม่ได้ทำอะไรผิด หรือเป็นโจทก์คอยตามล้างตามเช็ด และไม่ได้มีจุดประสงค์มาป่วนBlogหรือFlood commentให้Blogรกดูไม่งาม
- เป็นโจทก์หรือSilent Stalker ไม่เป็นไรครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่กลัวอยู่แล้ว Blogผมจะอัพจะใส่อะไรลงไปผมคิดมาดีตลอดอยู่แล้วครับ อย่าคาดหวังเอาอะไรจากผมสูงเกินไปละ เพราะผมเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เรียนเก่งมีงานการใหญ่โตทำด้วย อย่าเอามาตรฐานส่วนตัวของท่านมาตัดสินคุณภาพBlog เพราะเราแต่ละคนต่างก็มีมาตรฐานของตัวเองที่ไปกันคนละทาง และBlogที่ดีมีคุณภาพนั้นก็ไม่ได้ดูกันที่ยอดจำนวนคนเข้าด้วยขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยด้วยกัน
- เข้ามาอ่านและCopyเนื้อหาหรือทำLinkไปเผยแพร่ในบอร์ดที่สาธารณะอื่นๆโดยมิได้บอกกล่าว ใครมีนิสัยเห็นแก่ตัวแบบนี้ถ้าเป็นบทความที่ผมเซพเก็บๆมามีCreditใส่รับรองไว้ชัดเจน ผมไม่ว่ากันเป็นความรับผิดชอบของท่านถ้าไม่เอาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ แต่ถ้าเป็นส่วนที่ผมเขียนเองละก็ไม่ต้องถึงขั้นกฏหมายมาเล่นหรอกครับ ขอให้คนแบบนั้นคิดทำการอะไรไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตไปตลอดชาติ จริงๆผมก็ไม่อยากแช่งหรอกครับเพราะมันรังแต่จะเพาะบ่มสุมกิเลสความพยาบาทของตัวเองให้เพิ่มมาก ไม่เป็นการดีขึ้นไปอีก
ตราบใดที่ผมยังมีเน็ตฟรีๆให้ใช้ มีเวลาว่างๆจากงานและภาระที่บ้าน ผมก็จะสร้างสรรค์Blogมาตรฐานแบบของผมนี่แหละ มาลงให้อ่านกันต่อไปตราบเท่าที่ภูมิปัญญาจะอำนวยครับ

edit @ 17 Feb 2009 03:38:37 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

เปิดBlogมานี่ผมนึกว่าเขียนตีแผ่ตัวเองไปหมดแล้ว แต่ยังเหลือบางส่วนที่ยังไม่ได้งัดมาจากInfoในอมยิ้มมาโพสต์เลยแฮะ หลายข้อเหมือนกัน

เริ่มที่นามแฝงในตอนนี้ของผมก่อน
ชื่อLoginนี้ถ้าอ่านในบันทึกการเดินทางของผมประกอบแล้ว เนื่องจากผมชอบคุณสมบัติพิเศษของโครงสร้างผลึกอะตอมแบบเกลียวก้นหอย(spiral)ซึ่งถ้าดูจากภายนอกก็คือพีระมิดทรงเหลี่ยมๆดีๆนี่เองละครับ (ส่วนท่านที่เป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นขอย้ำว่าผมไม่ได้ตั้งชื่อด้วยแรงบันดาลใจจากการ์ตูนของสำนักพิมพ์Square Enixที่ชื่อ Spiralผ่าเกลียวปริศนา แต่อย่างใด)
คุณสมบัติของมันก็คือสามารถเพิ่มลดพลังสมาธิลมปราณหรือสนามแม่เหล็กของสิ่งต่างๆได้ โดยเฉพาะการทดลองนำเอาดอกกุหลาบมาไว้กล่องทรงพีระมิดแล้วมันแทบจะไม่เหี่ยวเฉาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามซึ่งเราเรียกมันว่าPyramid powerนั้นละครับ
ที่นี้เวลาตั้งกับตอบกระทู้แต่ละครั้งจำเป็นจะต้องใช้หัวสมองสติปัญญาคิดก่อนจะทำทุกครั้งก็เลยเอาหัว(head)มาใช้ประกอบตาม ก็ได้เป็นชื่อนี้มาครับ ซึ่งในปัจจุบันผมเอามาใช้ในฐานะชื่อUser name Loginเนื่องจากเวลาLoginจะได้พิมพ์ง่ายๆใช้เวลากดตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวโดยทอนจนเหลือแค่spiralเท่านั้นก็Loginได้แล้ว แล้วใช้เป็นนามแฝงของบอร์ดที่ไม่สามารถใช้ชื่อเป็นภาษาไทยได้

ส่วนชื่อภาษาไทยนั้นก็มาจากการเอานามแฝงภาษาอังกฤษมาแปลงเป็นภาษาไทยที่แปลง่ายๆว่า หัวเกลียว ที่หลายๆท่านชอบเอามาใช้เรียกผมเพราะความคุ้นเคย+จำง่ายนี่แหละ
วัฏ = รอบ(คล้ายกับเกลียว ;spiral)
สีระ = หัว เป็นภาษาบาลีของคำว่าศีรษะ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต(head)
ธรรมจารี = ผู้ประพฤติธรรม(เป็นนามสกุลของตัวละครในนิยายแต่งเล่นของผมครับ แต่ผมมาทราบภายหลังว่ามีคนใช้นามสกุลนี้ไปก่อนแล้วครับ ขออภัยทุกท่านที่ใช้นามสกุลนี้จริงๆผมกะว่าจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อสกุลอื่นเหมือนกัน แต่อยากได้คำว่าธรรมมาประกอบรวมด้วยนะครับ แต่ยังคิดไม่ออก)
เอามาประกอบกันก็เป็น วัฏสีร์ ธรรมจารี ซึ่งผมพิมพ์ใส่ไว้หน้าชื่อLoginนั้นละครับ

บอร์ดบางที่นั้นจะมีระบบScreen name ซึ่งสามารถแสดงชื่อปรากฏได้แบบReal timeมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเจ้าของชื่อเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนชื่อตัวเองในระบบฐานข้อมูลแล้ว
ผมซึ่งมักจะเปลี่ยนชื่อภาษาไทยไปตามห้วงอารมณ์ของละครที่ออกอากาศในช่วงนั้นๆ ก็จะใช้ชื่อ วัฏสีร์ ใส่ในวงเล็บต่อท้ายให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกันเวลาไปแจมบอร์ดอื่น ส่วนชื่อนอกวงเล็บนั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อยแล้วแต่อารมณ์แต่ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อไทยของตัวละครในละครดังๆหลังหรือก่อนข่าว7สี โดยชื่อและนามสกุลนั้นก็ตั้งให้มันมีสัมผัสความสอดคล้องจองกันเวลาเรียก ยกตัวอย่างที่ผมเคยใช้โดยเฉพาะในบอร์ดAll-Final หรือแม้แต่ดาราวิดิโอก็มี
กันตนา พรหมจุติ
บูรพา กาญจนสุรีย์(ช่วงนั้นบ้าละครตะวันตัดบูรพาครับ)
ไทยธชา กาญจนสุรีย์(ชื่อตัวละครตัวหนึ่งในละคร ใครกำหนด)
ชวาลา บุราณศิระ(ชื่อตัวละครตัวหนึ่งใน ญาติกา)
ภราเดช เจนสุริยา
ภูธนาท วิทยารุ่งเรือง(แปลงมาจากชื่อของกัปตันUHT)
กาญจน์ ศรีโสภาค(แปลงมาจากชื่อของกาญจน์ ศรีภักดี)
เสือเพียงฟ้า(ตัวเอกใน เมืองดาหลา)
และปัจจุบันที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ก็ ศิระวรมัน ประมาณว่าแปลงให้เข้ากับบรรยากาศขอมโบราณนะครับ ที่กษัตริย์เขมรมักจะใช้ชื่อลงท้ายว่าวรมัน

ชื่อจริงๆของผมนั้นปัจจุบันนี้ผมใช้เป็นชื่อที่3แล้วครับ
โดยชื่อแรกที่แม่ตั้งให้ก็คือ ทศเทพ ที่แปลว่าสิบเทพนั้นแหละ จากนั้นไม่ถึงปีแม่ก็ให้เปลี่ยนใหม่เป็น เรืองโรจน์ ที่แปลง่ายๆว่าเจริญรุ่งเรืองนั้นละ และให้บังเอิญว่ามีคนใช้ชื่อนี้เป็นนามสกุลครับ ยกตัวอย่างง่ายๆก็นักร้องในอดีตอย่าง พิมพโยม เรืองโรจน์ นั้นละครับ
จนกระทั่งเมื่อต้นปี2542คุณแม่เห็นว่าผมซึ่งเกิดในวันศุกร์ไม่ควรจะใช้ชื่อที่ขึ้นต้นด้วยอักษรเศษวรรคอย่าง ร ล ว ศ ษ เพราะเป็นกาลกิณี ควรจะใช้ชื่อที่ขึ้นต้นด้วย ก ข ค ง จ แทน ซึ่งผมต้องเปิดหนังสือตั้งชื่อลูกของเสถียรโกเษศ เลือกชื่อมาใช้สักชื่อหนึ่งโดยผมมีความคิดว่าต้องเป็นชื่อที่แปลกแยกไม่เคยมีใครใช้มาก่อนและต้องมีความหมายดีด้วย
ในที่สุดก็มาลงตัวตรงชื่อที่มีความหมายว่า นักปราชญ์ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับความเป็นผมซึ่งเป็นนักปราชญ์ตอบกระทู้ออนไลน์ในปัจจุบันนี่แหละครับ
edit @ 2007/01/25 18:00:12
แม้ว่างานเขียนของสมาชิกWeblogหลายๆคน ก็ล้วนแต่เป็นประสบการณ์เป็นเศษเสี้ยวความฝันของคนๆนั้น
ภายใต้งานเขียนของผมนั้นก็แอบแฝงไว้ซึ่งความฝันเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของนิยายดองแต่งเล่นหรือแม้แต่บันทึกการเดินทางในโลกออนไลน์ ซึ่งอยากจะเอามาเผยแพร่ในรูปแบบหนังสือมาวางขายกันตามร้าน
แต่เมื่อผมคิดแล้วคิดอีกมาถึงตอนนี้ ผมไม่คิดจะเอาผลงานพวกนั้นมาเสนอสำนักพิมพ์หนังสือที่ไหนเพื่อเอามาทำเป็นหนังสือหรอกครับ โดยมีสาเหตุจากข้อจำกัดพวกนี้

1. การเรียบเรียงถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านนั้นสามารถอ่านแล้วใช้ความคิดเข้าใจตามไปด้วยได้ ตรงนี้แหละตั้งแต่ผมเรียนภาษาไทยมาตั้งแต่เด็กจนถึงม.ปลาย ผมแทบจะไม่ได้คะแนนส่วนนี้ดีขึ้นมาเลย
เรื่องนี้คนที่จบมาทางด้านนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน ถือเป็นข้อได้เปรียบส่วนหนึ่ง สำหรับผมแล้วถึงจะอาศัยคู่มือนักเขียนของบงกช สิงหกุล มาอ่านเป็นแนวทางก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก ถ้าไม่ฝึกฝนงานเขียนตัวเองอย่างจริงจัง และศาสตร์ทางด้านนี้นั้นก็ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวอีกตามเคย

2. การจัดการเรื่องของเวลา ขนาดเวลาเล่นเน็ตผมยังต้องเบียดบังเวลาทำงานกับเวลาดูแลบุพการีที่บ้านผมก็ยังถูกว่าอยู่เป็นรายวันเลยเหมือนกัน นี่ยังดีแค่งานเขียนเป็นงานรองเพราะถ้าเป็นงานหลักละก็ผมไม่รอดแน่ๆละ

3. การหาข้อมูล อันนี้แม้ว่าผมจะชอบทำเป็นประจำนั้นก็คือการอ่านกระทู้สาระตามโต๊ะคุยต่างๆ แต่ข้อมูลที่จะเอามาใช้เขียนจนประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวแค่ค้นหาจากในgoogleเท่านั้น แต่ยังมีหนังสือ เอกสาร ซึ่งก็ต้องเข้าหอสมุดเพื่อค้นหาเพิ่มเติม
คำนวณแล้วผมว่ามันเสียเวลามากไม่คุ้มค่าอีกทั้งยังทำให้สภาพจิตใจเคร่งเครียดไม่เหมือนเน็ตซึ่งถึงแม้ว่าเราจะเครียดกับการหาข้อมูลในเน็ตก็ยังมีโปรแกรมเกมคอยช่วยบรรเทาให้หายไปได้บ้าง

4. การที่งานเขียนจะประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสายสัมพันธ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบทความที่เขียนรวมถึงวงการนักเขียน ต้องมีการนัดพบบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อสัมภาษณ์ ทำให้ต้องใช้จิตวิทยาในการปรับตัว อ่านนิสัยใจคอของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีความสลับซับซ้อนไม่มีสูตรสำเร็จอีกเช่นกัน
อันนี้ผมตายสนิทเพราะปกติผมชอบทำตัวสันโดษแยกตัวจากกลุ่มเพื่อน เพื่อความสบายส่วนตัวในการที่จะทำกิจธุระที่ตัวเองชอบอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ถึงขนาดนิสัยเห็นแก่ตัวหรือว่าแล้งน้ำใจไม่ช่วยเหลือผู้อื่นตอบแทนนั้นหรอกนะ ไอ้แบบนั้นก็เกินไปละ
ในโลกออนไลน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ผมแทบไม่เคยChat MSNกับบุคคลที่ตัวผมเองก็อยากจะทำความรู้จักในโลกออนไลน์เลย นั้นก็เพราะมันจะไปผลาญเวลาการอ่านและตอบกระทู้ของผมที่มีอยู่น้อยนั้นเอง

5. ผมคิดอยู่เหมือนกันว่ามีคนที่เข้ามาWeblogแห่งนี้ อ่านBlogของผมในช่วงที่ผมไม่อยู่ออนไลน์ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ประมาณ30กว่ารายด้วยกัน(โดยที่ไม่ได้ติดตามจากหน้าแรกที่แสดงBlogล่าสุดรายวัน แต่ติดตามจากURL Weblogของผมโดยตรง) แต่ไม่ค่อยมีCommentในเนื้อหาBlogส่วนอื่นๆนอกเหนือจากหน้าคำทักทายสักเท่าไหร่
ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าหลายคนจะชอบหรือจะเกลียดจะชังผมกันแน่เมื่อได้อ่านBlogผมไปแล้ว หรือเขาไม่รู้ว่าCommentต่อเนื้อหาในBlogของผมยังไงนอกจากแค่มาลงชื่อว่าอ่านแล้วก็ไป
เป็นธรรมดาที่งานเขียนนั้นจะให้ถูกใจไปซะทุกคนเลยนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ผมอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนงานเขียนตามความเหมาะสมของผู้อ่านแต่ละคน แต่ไม่ใช่ตามผู้อ่านไปซะทั้งหมด จนเสียความเป็นตัวของเราเองไป

6. งานเขียนมิใช่สูตรสำเร็จที่ตายตัว ต้องมีหัวคิดที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆด้วยตัวเองอยู่ตลอดโดยไม่ต้องไปหยิบยืมของใครมา การหยิบยืมส่วนของคนอื่นนั้นถ้าถูกใครสักคนจับได้ละก็จะส่งผลต่อชื่อเสียง ผลงาน และความน่าเชื่อถือของเราโดยรวมแทบจะทันที เพราะทั้งนักเขียนและนักอ่านต่างก็ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ
แต่งานเขียนของผมโดยส่วนใหญ่นั้นมักจะมีการอ้างอิงงานเขียนของอีกคนหนึ่ง รวมถึงแรงบันดาลที่ได้จากการอ่านนิยาย การ์ตูน หนังสือและอีกมากมาย เนื่องจากผมมิใช่คนที่มีหัวคิดจินตนาการสร้างสรรค์เหมือนนักเขียนอาชีพท่านอื่นๆ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วเพราะศิลปะหรืองานประดิษฐ์ของผมนะได้คะแนนแย่มากๆเลย

ยังไงซะการได้มีพื้นที่และโอกาสเขียนสาระเรื่องราวจารึกไว้ในโลกออนไลน์เป็นช่องทางให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านนี่ ถือว่าเป็นความสุขในชีวิตแล้วครับ
ตราบเท่าที่เรายังมีฝัน มีรัก อนาคต และความหวัง ที่สูงส่งและเต็มร้อย เราก็สามารถอยู่ต่อ เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้ต่อไป

edit @ 17 Feb 2009 03:34:58 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

ช่วงนี้เวลาชักหมดไปกับการเช่าการ์ตูนอ่านซะตั้งมากมายหลายเรื่องหลายเล่มเลย เริ่มจะมีการดองBlogตัวเองเข้าให้ ทั้งๆที่หลายคนก็บ่นว่า วันๆเล่นแต่เน็ต งานการไม่ยอมทำเลยน้า
พอเขียนBlogมาได้ตั้งเยอะแยะมากเข้าก็เริ่มจะหมดมุขหมดเนื้อความที่อยากจะเขียนขึ้นมาเข้าให้หลังจากบ้าลงไปได้หลายBlogซะเหลือเกิน
แต่เอาเหอะ ใครจะตามอ่านBlogของเราได้หมด90กว่าBlog สักกี่คนกันยอดคนอ่านจริงๆน่าจะทะลุพันขึ้นไปแล้ว แต่ช่วงกลางมกราที่ผ่านมายอดคนอ่านเคยสูงถึง700กว่าพอขึ้นวันจันทร์ก็โดนResetไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้
ไม่รู้ว่าจากนี้ไปจะมีตั้งGroup Blogใหม่ๆอะไรอีกมั่ง เพราะถ้าเป็นเรื่องสาระละก็มันก็ไปหาอ่านเอาได้จากหนังสือสาระๆที่แนะนำไปแล้ว(จนป่านนี้ยังไม่ได้รวบรวมรายชื่อหนังสือให้เป็นเรื่องเป็นราวสักกะที แล้วจะทำBlogห้องสมุดรวมสาระเสร็จเมื่อไหร่ละเนี่ย)
ไปอ่านไปเยี่ยมWeblogของชาวบ้านหลายคน เขาใช้ลูกเล่นใส่สีใส่รูปสวยงามอลังการกันซะทั้งนั้น แต่ก็ต้องใส่Codeค่อนข้างยุ่งยากขี้เกียจเสียเวลามาเปิดBlogศึกษาอีกต่างหาก เลยต้องปล่อยให้เป็นธรรมชาติแบบนี้ไปก่อน
ส่วนรูปก็อยากจะใส่อยู่เหมือนกันแต่เนื้อที่แค่3Mb.เนี่ยมันจะใส่ได้สักแค่ไหนกันเชียว แค่เนื้อความที่ลงๆไปนี่ก็ใช้ไป15%แล้ว
เห็นWeblogหลายท่านมียอดคนเข้าไปอ่านเยอะซะเหลือเกินทั้งๆที่เนื้อหาของBlogก็มิได้อะไรมากมายเท่าไหร่เลย ก็คงชี้ให้เห็นว่าเจ้าของBlogนั้นคงจะมีแฟนคลับผลงาน หรือไม่ก็สายลับ Stalkerหรือแม้แต่Paparazzi(แม้ไอ้คำนี้มันมีที่มายังไงกันน้า)อยู่เยอะแยะตาแปะไก่เป็นแน่แท้
เอ้า.... ไม่เป็นไรละวะ ยังไงคนเข้าไปอ่านเยอะก็ย่อมต้องมีหลากหลายประเภททั้งรักทั้งชังปนๆกันไป รักกันน้อยๆแต่ให้นานๆยั่งยืนเข้าไว้น่าจะดีกว่า
อืม.... ว่าแต่Group Blogที่Set privateไว้ให้ใช้เป็นBlogลับเนี่ย แต่ละคนเก็บอะไรกันเอาไว้น้า ที่ผมเดาๆได้ก็มีLinkเว็ปโป๊บ้าง Linkไฟล์โปรแกรม เพลงหรือรูปภาพขนาดใหญ่ๆบ้าง(ป้องกันปัญหาทำBandwitchการถ่ายเทข้อมูลเกินขีดจำกัดServerจนท่านWebmasterสงสัย) Link Bittorrentสำหรับโหลดไฟล์ผีบ้าง บันทึกลับเฉพาะสำหรับนำเสนอข้อมูลเสี่ยงให้เข้าคุกเข้าตารางบ้าง เดาไปเรื่อยเปื่อยเลย
พูดถึงเนื้อหาของBlogชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเมาท์ๆเกี่ยวกับความรักนี่แหละติดอันดับที่สุด รองลงมาก็คงจะเรื่องเล่าในโอกาสพิเศษที่ชวนให้ผู้อ่านไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเกินไป เรื่องของกิน และสุดท้ายเรื่องบ่นๆไร้สาระตามอารมณ์ของBlogger(ผู้สร้างBlog)

edit @ 17 Feb 2009 03:37:13 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร