แฉ'เวชชาชีวะ'สมคบสื่อโล้นงาบผลประโยชน์ชาติ

ลุงอภิสิทธิ์ผู้นิยมปชป. - นายนิสสัย เวชชาชีวะ นอกจากจะเป็นลุงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นพ่อของนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เล่ากันว่าเขาเป็นคนกดดันให้ลูกชายยุติบทบาททางการเมืองสนับสนุนทักษิณ แล้วยื่นคำขาดให้มาอยู่พรรคเดียวกับนายอภิสิทธิ์ หากยังต้องการใช้นามสกุลเวชชาชีวะอยู่ต่อไป นายนิสสัยเป็นกรรมการอิสระของเนชั่น และเป็นบอร์ดNBCชุดล้างขาดทุนสะสมนำเข้าตลาดหุ้น

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 ตุลาคม 2552

ทำถูกกฎหมายก็ทำได้ แต่เนชั่นเพิ่งจะทำหลังกลต.รับเรื่องลงดาบจ่อฟัน

หลัง จากโฆษณาขายหุ้นจองเนชั่น บรอดแคสติ้ง-NBC อย่างผิดกฎหมายมาโดยตลอด จนประชาชนจำนวนมากร้องเรียนให้กลต.ดำเนินคดีตามกฎหมาย และกลต.ได้เปิดเผยว่าจะเข้าไปตรวจสอบ มาวันนี้ช่วงเวลาราว09.05 น.ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ทางเนชั่นแชนัล ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นครั้งแรกแล้ว โดยในป้ายข้อความโฆษณาขายหุ้นจองNBCนั้น ได้มีการขึ้นข้อความ"คำเตือน:การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง นักลงทุนพึงศึกษารายละเอียดจากหนังสือชี้ชวน"

ทุนสามานย์? - ไม่ใช่เพียงทัศนะการเมืองที่ไปทางเดียวกันของสุทธิชัย หยุ่นกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้น แต่เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน โดยฝ่ายอภิสิทธิ์ให้เวลาฟรีทีวีแทบทุกช่องกับประเคนโฆษณาให้ ส่วนเนชั่นเป็นองครักษ์คอยพิทักษ์ปกป้องและเป็นกองเชียร์ ทั้งหมดนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนสำคัญกับผลประโยชน์ของสาธารณชนชาวไทย นั่นคือภาษีและทรัพยากรของประชาชน-ของรัฐตกไปเป็นของเนชั่น ส่วนเนชั่นก็ไม่ได้ทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านที่ซื่อสัตย์อีกแล้ว แต่เป็นหมาบ้าที่กัดทุกคนหากข้องแวะกับอภิสิทธิ์

นามสกุลเวชชาชีวะเป็นกรรมการNBCชุดล้างเน่าแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) -NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และเจ้าของรายการโทรทัศน์เครือเนชั่นทางฟรีทีวีแทบทุกช่อง ซึ่งกำลังนำเสนอขายหุ้นจองต่อประชาชนในช่วงนี้ยังมีเรื่องอื้อฉาวไม่้เว้น แต่ละวัน นอกเหนือจากการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อของตนเองอย่างน่าเกลียด และผิืดกฎหมายเพราะไม่ขึ้นคำเตือนเรื่องการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แถมนายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวอื้อฉาวเครือเนชั่นยังโฆษณาเกินจริงว่า"หากใครจองซื้อNBCก็จะรวย ไม่รู้เรื่อง รวยเละ"แล้ว ยังมีข้อครหาว่าอิบแอบแนบชิดกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในลักษณะต่างตอบแทนกันทางผลประโยชน์ด้วย

โดยเนชั่นได้ผลประโยชน์จาก การเข้าไปจัดรายการทางฟรีทีวีช่องต่างๆ และได้ผลประโยชน์จากงบโฆษณาที่รัฐบาลจัดให้ ทำให้งวด6เดือนแรกปีนี้มีรายได้จากสื่อโทรทัศน์วิทยุพุ่งขึ้นกว่าปีก่อน16% ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมเดียวกันทรุดฮวบลง13% สอดคล้องกับที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้ืชื่อว่าซื้อสื่อโฆษณามากเป็นอันดับที่ 2เหนือกว่าบริษัทหรือสินค้าชื่อดังทั้งหลาย ตามที่ไทยอีนิวส์เสนอไปแล้ว แลกกับการที่เนชั่นทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์อภิสิทธิ์และเป็นกระบอกเสียงให้

ภาษาข่าว-เมื่อ พูดถึงอดีตนายกฯทักษิณ นักเล่าข่าวจอมอื้อฉาวอย่างกนกจะใช้คำว่า"ทักษิณ"หรือ"นักโทษชายทักษิณ" แต่เมื่อพูดถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เขาจะใช้คำว่า"ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์" และเมื่อพูดถึงพลเอกเปรมเขาจะใช้คำว่า"พณะท่านพลเอกเปรม" ล่าสุดวานนี้กนกบอกว่าเหตุที่โพลล์สำรวจคะแนนนิยมรัฐบาลและผู้ว่ากทม.ออกมา ต่ำก็เพราะพวกโพลล์ไปทำสำรวจตอนที่มีข่าวลบกับรัฐบาลอย่างข่าวทุจริต ควรไปสำรวจช่วงปีใหม่ที่ประชาชนอารมณ์ดี คะแนนของ"ท่านนายกรัฐมนตรี"จะสูงแน่นอน

ล่าสุดเราตรวจสอบพบด้วย ว่า ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งเป็นวันที่NBCได้มีมติล้างขาดทุนสะสมทางบัญชี และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนนั้นมีชื่อนายนิสสัย เวชชาชีวะ เป็นกรรมการบริษัทอยู่ด้วย เช่นเดียวกับที่นายสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งตอนนั้นเป็นประธานบริษัทNBC แต่ต่อมาชื่อของทั้งคู่ก็หายไปอย่างปริศนา ไม่มีรายชื่อในคณะกรรมการNBCชุดปัจจุบัน

คณะกรรมการของ NBC ณ วันที่ 10กุมภาพันธ์ 2552

รายชื่อ ตำแหน่งใน NBC

คุณสุทธิชัย แซ่หยุ่น ประธานกรรมการ
คุณธนะชัย สันติชัยกูล กรรมกา และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ
*คุณนิสสัย เวชชาชีวะ กรรมการ
คุณปกรณ์ บริมาสพร กรรมการ
คุณปณต วิเลปสุวรรรณ กรรมการ


*ปัจจุบันนายนิสัย เวชชาชีวะ ยังเป็นกรรมการอิสระในเนชั่นมัลติมีเดีย(NMG)บริษัทแม่ของNBC( คลิ้กดู )
ที่มา:สารสนเทศ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ส่วนคณะกรรมการของ NBC ณ ปัจจุบันนี้ ประกอบด้วย
นายธนะชัย สันติชัยกูล ประธานกรรมการ
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ
*นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล กรรมการ
นางสาวเอี่ยมศรี บุญหชัยรัตน์ กรรมการ
นางสาวนภาพร เอื้อเฟื้อ กรรมการ
ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ
นายเมธา สุนทรจิตร์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
นายศิวะพร ชมสุวรรณ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ


*ภรรยานายกนก รัตน์วงศ์สกุล ซึ่งเป็นผู้บริหารNBCในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว
ที่มา:เวบไซต์ของNBC

ลุงของอภสิทธิ์ เวชชาชีวะซี้ปึ้กโล้นยังนั่งเป็นบอร์ดบริษัทแม่NBC

ปัจจุบัน นี้นายนิสสัย เวชชาชีวะ ยังคงเป็นกรรมการอิสระในเนชั่นมัลติมีเดีย (NMG) บริษัทแม่ของNBC โดยนายนิสสัย เป็นพี่ชายของนายแพทย์อรรถสิทธื์ เวชชาชีวะ(บิดาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) จึงมีศักดิ์เป็นลุงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายนิสสัยเป็นบิดาของ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ ซึ่งเคยสังกัดพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มีคอลัมนิสต์ไทยรัฐ คือ"เหล็กน้ำพี้"เคยนำเสนอว่านายนิสสัยเป็นผู้กดดันให้นายสุรนันท์ต้องลาออก จากสมาชิกพรรคไทยรักไทย และยื่นคำขาดให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขานิยมอยู่ หาไม่แล้วนายสุรนันท์ก็ต้่องเลิกใช้นามสกุลเวชชาชีวะ หรือนายนิสสัยอาจไปลงบัญชีปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาธิืปัตย์เสียเอง แต่นายสุรนันท์สนองเพียงยุติบทบาทในไทยรักไทย แต่ไม่ยอมสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิืปัตย์ (อ่านรายละเอียด คลิ้ก )

เปิดมติที่ประชุมฟอกเน่าเนชั่นทีวีชุดนิสสัย เวชชาชีวะรวมหัว

เนชั่นรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ10กุมภาพันธ์2552(คลิ้กดูรายละเอียดที่นี่)ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2552 ของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "NMG") ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีมติเอกฉันท์

(i) อนุมัติแผนการนำบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ("NBC") เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ NBC ให้แก่ประชาชนและบุคคลทั่วไป (IPO)(รวมทั้งผู้ถือหุ้นสามัญของ NMG) จำนวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 29.41ของทุนชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้

(ii) อนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียนของ NBC จาก 240,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 120,000,000 บาท โดยการลดจำนวนหุ้นลง เป็นจำนวน 12,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

(iii) อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของ NBC จากมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท

(iv) อนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของ NBC จาก 120,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 170,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เพื่อขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ NMG และแก่ประชาชนทั่วไป เป็นจำนวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท

(v) อนุมัติการแปรสภาพ NBC จากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชน

(vi) อนุมัติให้นำหุ้นของ NBC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์ฯ

(vii) อนุมัติการขายหุ้นสามัญที่บริษัทฯ ถืออยู่ใน NBC จำนวนไม่เกิน15,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท พร้อมกับการทำ IPO ของ NBC

(viii) อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ NBC ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive Right) จำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.76 ของทุนชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้

(ix) อนุมัติให้เสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแผนการนำ NBC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Spin-off) โดยภาพรวม โดย NBC จะดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 120,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน170,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนและบุคคลทั่วไป (รวมทั้งผู้ถือหุ้นสามัญของ NMG) ทั้งนี้ แผนการ Spin-off นี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ NBC อนุมัติ

(x) อนุมัติให้เสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการกำหนดสัดส่วนการ ให้สิทธิในการจองซื้อหุ้นที่ออกใหม่ของ NBC จำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.76 ของทุนชำระแล้วทั้งหมด ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive Right)

 

เนชั่นหักเหลี่ยมจึงรุ่งเรืองกิจ NBCที่มั่นใหม่หยุ่น

ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา - เนชั่นตั้งราคาขายตึกไว้ที่1,380ล้านบาท สุดท้ายขายได้เพียง955ล้านบาทเมื่อปีกลาย แต่ยังไม่ทำให้กิจการดีขึ้น งวดครึ่งปี52นี้NMG-เนชั่นมัลติมีเดียขาดทุน111ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องห่วงเพราะเนชั่นทีวี-NBC ที่เป็นบริษัทลูกกลับมีกำไรแทนที่ ด้วยเส้นสายแน่นปึ๊กกับรัฐบาลในลักษณะ"ต่างตอบแทน" และก็กำลังนำหุ้นออกขายเพื่อเข้าตลาดหุ้น11พ.ย.นี้ ส่วนNMGมีพวก"จึงรุ่งเรืองกิจ"ติดดอยอ่วมอรทัยไปแล้ว เพราะหลงเชื่อใครบางคน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ตุลาคม 2552

"จึง รุ่งเรืองกิจ"โอดครวญเสียท่า ถูกประธานเนชั่นหว่านล้อมให้เข้ามาซื้อหุ้นเนชั่นมัลติมีเดีย(NMG) หลังเกี่ยวดองผ่านการแต่งงานหวังเป็นทองแผ่นเดียวกัน จากนั้นโดนตลบหลังโชว์ผลขาดทุนอ่วม แถมขายตึกNATION TOWERทิ้ง จนไม่เหลืออะไรมีค่าแล้ว ตอนนี้ขาดทุนทางบัญชี50%ติดแหง็กบนดอย พ้นทุนเมื่อไหร่ขอขายทิ้งสาปส่ง เผยของดีๆมีกำไรยักย้ายไปให้NBCบริษัทลูกหมด สุดท้ายบริษัทแม่ทำสิ่งพิมพ์กำลังกลายเป็นอดีต ส่วนอนาคตคือเนชั่นทีวี ใครสนับสนุนคนข่าวดีๆมีคุณค่าแบบนี้เชิญรีบจองหุ้นNBCเผื่อจะ"รวยเละ"แบบกนก โฆษณาไว้

สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่NMG:บริษัท ไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของสมพร: เราเข้ามาซื้อหุ้นNMGเพราะพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ไม่ใช่เพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร ไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลย ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ

บริษัทแม่เนชั่นกำลังทรุด แต่เนชั่นทีวีคืออนาคตของสุทธิชัย หยุ่น?

ผู้ ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจสื่อสารมวลชนเคยตกตลึงเมื่อเครือเนชั่น ของสุทธิชัย หยุ่น ประกาศขายตึกเนชั่นที่บางนาเพื่อชำระหนี้ ถึงกับทำให้นายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นขมิ้นกับปูนกับสื่อถึงกับ"โพล่ง"ออกมาในช่วงเขาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า"เนชั่นขายตึกใช้หนี้ กำลังล้มละลายแล้วหรือ?" ต่อมามีสื่อบางฉบับลงข่าวทำนองว่าเนชั่นมีฐานะกิจการสั่นคลอน ซึ่งในที่สุดก็ต้องลงแก้ไขข่าวในที่สุด เพราะเนชั่นมีการดำเนินการตามกฎหมาย และต้องลงข่าวแก้ไขว่าฐานะกิจการยังมั่นคงแข็งแรงดี

จากการตรวจสอบ ของไทยอีนิวส์พบว่า ก็น่าให้นายสมัคร หรือสื่อบางฉบับตั้งข้อสงสัยทำนองนั้นได้ เพราะเวลาไล่เลี่ยกันนั้นหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้ขายตึกออกมาชำระหนี้ และดูเหมือนฐานะกิจการจะไม่มั่นคงดังแต่ก่อน เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ฐานเศราฐกิจถึงกับต้องปลดพนักงานออกชุด ใหญ่ 60 คน สะท้อนถึงฐานะกิจการได้ดี

เนชั่นก็มีการเปิดโอกาสให้ พนักงานเกษียณโดยสมัครใจเช่นกัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นปลดชุดใหญ่แบบฐานเศรษฐกิจ เนชั่นพยายามหาเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการทุกทาง แม้แต่พาทัวร์ไปไหว้แดนพุทธภูมิที่อินเดีย จัดกิจกรรมสอนคนที่อยากเป็นนักข่าวแล้วเก็บเงินค่าอบรม หรือประเภทที่ว่าหาได้ทางไหนก็ต้องเอา แม้เป็นเงินเล็กเงินน้อย อย่างขายวีซีดีสุทธิชัยไปเที่ยวต้นแม่น้ำโขง เป็นอาทิ

สิ่งที่ทำให้ เนชั่นต่างจากฐานเศรษฐกิจก็คือ"เส้นสาย"และการแทงข้างทางการเมืองที่ชัดเจน และเนชั่นอยู่ข้างชนะในที่สุด ผลจึงปรากฎว่าหลังรัฐประหาร19กันยา เนชั่นได้เข้าไปทำรายการฟรีทีวีแทบทุกช่อง คือ 3 5 9 11 (ไม่นับTPBSที่เทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่น เข้าไปบริหารเต็มตัว) เพราะการเอื้อเฟื้อต่างตอบแทนจากผู้มีอำนาจทางการเมือง รวมไปถึงงบการโฆษณาจากรัฐบาลที่ทุ่มเทมาให้ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ(event)ที่ค่ายเนชั่นแทบจะผูกขาดเหมาจัด และถ่ายทอดสดผ่านทีวีเนชั่น แล้วเก็บเงินจากรัฐบาลเป็นกอบเป็นกำ

แต่จุดสำคัญของเรื่องนี้คือ ผลประโยชน์นั้นตกกับบริษัท เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCที่เนชั่นกำลังขายหุ้นจองในช่วงนี้ และจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดMAIในวันที่11พ.ย.นี้ ไม่ได้่ตกเป็นผลประโยชน์ของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือNMG บริษัทแม่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทร้พย์มาก่อนแต่อย่างใด

หาก คุณรักสุทธิชัย หยุ่น และเด็กๆของเขาอย่างกนก ธีระ จอมขวัญ และรักค่ายเนชั่น นี่เป็นโอกาสอันดีที่ควรซื้อหุ้นNBCเพื่อส่งเสริมการหา"ฟูกนิ่มๆ"สำหรับ คนเหล่านี้ ส่วนNMGนั้นไม่ต้องห่วง เพราะมีพวกตระกูล"จึงรุ่งเรืองกิจ"มหาเศรษฐีแบกรับภาระไว้ด้วยความอ่วมอรทัย ชนิดที่กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก ได้แต่กลอกตา

สมาคมนักข่าวยืนยันเนชั่นอาการแย่ พนักงานเผยขวัญระส่ำ

ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปีนี้มีผลกระทบต่อธุรกิจสื่อสารมวลชนหลายค่าย รวมทั้งเครือเนชั่นที่ได้เปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจลาออก(เออลี่รีไทร์)มา หลายรอบแล้ว

พนักงานเนชั่นรายหนึ่งที่ขอสงวนนามได้ยินดีเปิดเผยกับ "ไทยอีนิวส์"ว่า ยอดขายสิ่งพิมพ์ในเครือตกหนักมากในช่วง4ปีมานี้ ทั้งหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษTHE NATION หนังสือพิมพ์คมชัดลึก กรุงเทพธุรกิจ และเนชั่นรายสัปดาห์ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน เนื่องจากคนใน2ภาคดังกล่าวมองว่าเครือเนชั่นเลือกที่จะเอียงข้างฝ่ายอำมาตย์ และรัฐบาลประชาธิปัตย์ มีอคติต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้สนับสนุนทักษิณ รวมทั้งพวกเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง

"ยอดขายแย่ มาก ขนกลับมากองพะเนินตลอด พนักงานเนชั่นขวัญกำลังใจตกต่ำมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเองต้องโดนบีบออก ขนาดบริษัทขายตึกที่บางนาแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพการณ์ดีขึ้นเลย"พนักงานเน ชั่นกล่าว

ขณะนี้เนชั่นต้องหารายได้ทุกทาง เช่น การจัดทัวร์ไปเที่ยวไหว้พระตามรอยพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย การจัดโครงการสอนอบรมนักข่าวเพื่อหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการ แต่ที่ได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆคือการจัดอีเว้นต์ให้กับรัฐบาลชุดนี้ และโฆษณาผ่านรายการที่รัฐบาลให้เวลาไปทำทางฟรีทีวีช่องต่างๆหลังรัฐประหาร 19กันยา แต่เนชั่นไปบันทึกลงบัญชีเป็นกำไรของNBCที่เป็นบริษัทลูก ส่วนNMGที่เป็นบริษัทแม่แสดงผลขาดทุน

ขายตึกเนชั่นหวังฟัน1,380ล้าน แต่จบที่ราคา955ล้าน

เมื่อ วันที่ 2 5มกราคม 2551 วงการสื่อก็ตกตลึง เมื่อนายธนะชัย สันติชัยกูล กรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)-NMG เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีมติอนุมัติขายสินทรัพย์ของบริษัทรวมมูลค่า 1,379.75 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ที่ดิน 4 ไร่ 3 งาน 72 ตร.ว. พร้อมอาคารสำนักงานใหญ่ พื้นที่รวม 14,212 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ซึ่งเป็นห้องชุดจำนวน 191 ห้องชุด พื้นที่รวม 44,950.32 ตารางเมตร ในอาคารชุดชื่อ อาคารชุดเนชั่นทาวเวอร์

นายธนะชัยกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการขายสินทรัพย์ดังกล่าว เพื่อการปรับปรุง process ในการดำเนินงาน และเพื่อนำเงินที่ได้รับไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินและลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น

ต่อมา NMG แจ้งว่า ได้ลงนามในสัญญาจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท ในส่วนที่เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ (พร้อมด้วยที่ดินที่อาคารตั้งอยู่) และพื้นที่สำนักงานซึ่งเป็นห้องชุดในอาคารเนชั่น ทาวเวอร์แล้ว โดยขายให้กับบริษัท ช.ชนะอนันตพาณิชย์ จำกัดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 30 เมษายน 2551 มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน 955 ล้านบาท ชำระเงินงวดเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์

การขายตึกครั้งนี้เน ชั่นขายถูกกว่่าที่ตั้งไว้ถึง 425 ล้านบาททีเดียว สำหรับบริษัทช.ชนะอนันต์ เป็นกิจการในเครือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้วงการสื่อมองว่าเนชั่นน่าจะถูกกดราคาลงมากเพราะ "ร้อนเงิน"

ขายตึกแล้วแต่NMGอาการหนักกว่าเก่าขาดทุนเพิ่ม แต่บริษัทลูกทำทีวีรวยขึ้่น

ผู้ บริหารNMGบอกว่าหลังขายตึกแล้ว ในงวดปี2552น่าจะพลิกมาเป็นกำไร แต่เรื่องจริงคือครึ่งแรกปี2552นี้ขาดทุนหนักกว่าเก่า ในงวด6เดือนแรกปีนี้ บริษัทแจ้งผลขาดทุนสุทธิ 111 ล้านบาทจากปีก่อนกำไรสุทธิื1.11ล้านบาท

NMGแจ้ง ว่า สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มีขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิและอื่นๆจำนวน 68.22 ล้านบาท หากรวมภาษีเงินได้ 16.17 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิ 25.03 ล้านบาท
และรายการตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยของสินค้าคงเหลือ 1.51 ล้านบาท ผลประกอบการสำหรับ 6 เดือนแรกของปี2552 จะแสดงเป็นขาดทุน 110.93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไร 1.11 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานของบริษัทมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

ราย ได้จากการขายและบริการในช่วง 6 เดือนแรก 2552 ลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2551 เนื่องจาก รายได้จากการขายโฆษณาลดลงร้อยละ 27 โดยมาจากรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 36 เพราะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ในขณะที่รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และรายได้จากการให้บริการข่าวสารและโฆษณาผ่านสื่อระบบอิเลคทรอนิคส์ลดลงร้อย ละ 8 นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 19 โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ลดลงร้อยละ 8 และรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คส์และการ์ตูนลดลงร้อยละ 33 นอกจากนี้รายได้จากบริการด้านการพิมพ์ การเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ และบริการรับขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 35

สุทธิชัยเจอฟูกนิ่มNBCรองรับ แต่"จึงรุ่งเรืองกิจ"ติดดอยบ่นอุบ

คน ทั่วไปมักเข้าใจว่าสุทธิชัยถือหุ้นใหญ่NMG แต่ความจริงเป็นสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งไทยซัมมิต ออโตพาร์ต บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นพี่สะไภ้ของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

คนมักเข้าใจผิดอีกว่า ทักษิณ ชินวิตร เป็นแบ็คให้สุริยะกับพวกจึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาซื้อNMGเพื่อเทกโอเวอร์กิจการเนชั่น เพราะหมั่นไส้ที่ถูกเนชั่นตามล้างตามราวี

สรุปคือผิดทั้ง 2 เรื่อง

รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่NMG : บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 10 มีนาคม 2552

ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวนหุ้น (หุ้น) % หุ้น

1. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 27,093,300 16.44

2. นางมยุรี สุขศรีวงศ์ 16,972,938 10.30

3. นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ 16,272,309 9.88

4. นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 14,600,054 8.86

5. DOW JONES & COMPANY 12,000,000 7.28

6. นายทวีฉัตร จุฬางกูร 8,000,000 4.86

7. นายนิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ 4,485,878 2.72

8. นางสุภาภรณ์ ชื่นวิจิตร 3,641,911 2.21

9. บริษัท กรีนสยาม จำกัด 3,184,779 1.93

10. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 3,053,883 1.85

11. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,500,000 1.52

12. น.ส.สุมาลี ธารพิพิธชัย 2,400,000 1.46

13. นายเอกวุฒิ เนื่องจำนงค์ 2,400,000 1.46

14. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,349,600 1.43

15. นางสุภา สุพรรณธะริดา 2,097,200 1.27

16. น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 2,000,000 1.21

17. นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์ 1,900,000 1.15

18. นายสมศักดิ์ วรรณสินธพ 1,660,000 1.01

19. MELLON NOMINEES (UK) 1,630,188 0.99

20. นายปราบดา หยุ่น 1,319,739 0.80

21. นายยรรยง ภัทรเลาหะ 1,251,800 0.76

22. นางชุลีวรรณ วิวัฒนาเกษม 1,200,000 0.73

23. นายศิริชัย จรุงสถิตพงศ์ 1,164,600 0.71

24. นายพิชัย จิราธิวัฒน์ 1,063,946 0.65


นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง NMG กล่าวเปิดเผยว่า กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเข้าไปซื้อหุ้นเนชั่นตั้งแต่ปี 2546 ด้วยเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาท และปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 20% นั้น หากราคาหุ้นเนชั่นขึ้นมาถึงต้นทุนที่ราคา 10 บาทต้นๆ ก็พร้อมจะขายทิ้ง แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมขายขาดทุนแต่อย่างใด

ราคาปิดของNMGเมื่อวันที่ 29ตุลาคม2550คือ5.50บาท ซึ่งหากนางสมพรต้องการขายที่ราคาทุน10บาทต้นๆก็แปลว่าเวลานี้น่าจะขาดทุนทาง บัญชีอยู่กว่า50%

สาเหตุที่ตัดสินใจอยากขายหุ้นเนชั่นทิ้ง นางสมพร กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น แต่บริษัทไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ทั้งนี้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนร่วมบริหารแต่อย่างใด

“ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น” นางสมพร กล่าว

นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของนางสมพร และหลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีที่ใกล้ชิดทักษิณคนหนึ่ง และเขาเป็นผู้ถือหุ้นเนชั่นมัลติมีเดียอยู่ด้วย เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารสารคดี ถึงเบื้องหลังการเข้าไปซื้อหุ้นNMGว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ คือพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ผมคิดว่าไม่มีอะไรซับซ้อน คือไม่มีเหตุผลเชิงธุรกิจ คุณแม่ไม่ได้ต้องการซื้อหุ้นเนชั่นเพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร และตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงวันนี้ มันไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลยว่าจะซื้อเพื่อทำกำไร หรือเพื่อเข้าไปยึดครอง

"คืออย่างนี้ครับ ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ ผมคิดว่าด้วยความเป็นสื่อ อย่างแรกที่สุดคุณจะต้องมีภาพลักษณ์อะไรบางอย่างในการที่จะเข้าไปบริหารสื่อ ได้ และเรารู้อยู่แล้วว่าด้วยภาพลักษณ์ด้วยนามสกุลของเรา เราไม่สามารถเข้าไปได้ เราไม่ได้คิดว่าจะซื้อเพื่อเข้าไปยึดครอง ทั้งหมดนั้นเป็นความเข้าใจผิดของคนอื่น"

ฐานเศรษฐกิจไม่มีเส้นต้องปลดพนักงานรวดเดียว60คน

กิจการ สื่อมวลชนอีกรายที่มีปัญหาจนต้องขายตึกคือฐานเศรษฐกิจ โดยตอนแรกได้ขายอาคารฐานเศรษฐกิจ 2 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร ที่ในบริเวณใกล้กันกับตึก1ให้กับบริษัท คอม-ลิ้งค์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่อาคาร ไอ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น ถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

ต่อมา บมจ. เจ-มาร์ท ได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เข้าซื้ออาคารฐานเศราฐกิจตึก1 เนื่องจากฐานเศรษฐกิจ มีเจ้าหนี้คือ ธนาคารกรุงเทพ มีมูลหนี้ประมาณ 800 ล้านบาท และการเจรจาซื้อ อาคารฐานเศรษฐกิจครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนการแก้ไขปัญหาหนี้ของบริษัท

ศูนย์เฝ้าระวังการ คุกคามสื่อฯรายงานว่า ภาวะทางเศรษฐกิจที่สั่นคลอนในขณะนี้ ทำให้ภาคธุรกิจหลายส่วนต้องปรับตัวให้อยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่วงการธุรกิจสื่อมวลชน ล่าสุดบริษัทหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมาจำนวน 60 คน

งานเลี้ยงอำลา-บรรยากาศงานเลี้ยงอำลาพนักงานหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจที่ถูกบอกเลิกจ้าง 60 คนในคราวเดียวกัน

นาย ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจให้ข้อมูลว่า บริษัทได้บอกเลิกจ้างพนักงาน 60 คนจริง ซึ่งไม่ใช่นักข่าวทั้งหมด มีพนักงานของแผนกอื่นรวมอยู่ด้วย

สำหรับสาเหตุที่ต้องเลิกจ้าง เพราะปัญหาสภาวะทางการเงินของบริษัทที่มีรายจ่ายมากกว่ารายได้จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยปรับลดขนาดองค์กรเพื่อให้อยู่ได้ และการปรับลดพนักงานครั้งนี้ทางบริษัทได้จ่ายค่าชดเชยตามกฏหมายแรงงาน ซึ่งต้องดูตามอายุงานพนักงานแต่ละคน แต่การจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานนั้น ทางบริษัทไม่สามารถจ่ายครั้งเดียวได้ จึงจำเป็นต้องขอผ่อนจ่ายเป็นรายงวด

ศูนย์ เฝ้าระวังการคุกคามสื่อฯกล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายในรอบปีนี้ ไม่เพียงบริษัทฐานเศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องเลิกจ้าง พนักงานเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ บริษัทจีจีนิวส์เน็ตเวริ์ค หรือคลื่น บิสิเนสเรดิโอของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ก็ต้องปิดตัวลงเพราะภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน รวมถึงเครือเนชั่นก็มีการเปิดให้พนักงานเออลี่รีไทร์มาหลายรอบ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet