วันอังคาร 8 กันยายน 2009 — chapter 11

Royalists see Thaksin as a problem
September 6, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ใช่ เราทราบ หัวข้อข่าวแบบหมากัดกันอย่างนี้ ความจริงแล้ว เดอะเนชั่น (๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒: “ขณะนี้ ต้องมีเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง”) รายงานข่าวที่ดูน่าสนใจสำหรับโพลิติคอลพรีซันเนอร์ (พีพีที) ว่ากลุ่มคลั่งเจ้าได้มีการนัดพบรวมตัวสุ่มหัวกัน โดยปกติแล้วจะเป็นเครื่องบ่งบอกว่า กำลังเกิดการวางแผนการทางการเมือง

ข่าว จากเดอะเนชั่นอ้างว่า “นักวิชาการต่างๆ” และบุคคลหลายฝ่ายได้รวมตัวกันเพื่อ “เรียกร้องให้มีการถอนรากถอนโคนสาเหตุต่างๆของปัญหาที่กำลังหลอกหลอนประเทศ” และอ้างอีกว่าทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ “ให้ทุนสนับสนุนการก่อความไม่สงบ” เมื่อไรก็ตามที่บรรดา “นักวิชาการ” คลั่งเจ้ารวมตัวกัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ถูกใช้เป็นสถานที่ชุมนุมสุ่มหัวเหมือนอย่างเคย

ข่าว ได้รายงานต่ออีกว่า การเรียกร้องเพื่อให้เกิด “การปฏิรูปในวงกว้าง” เป็นเรื่องจำเป็น บุคคลเหล่านี้มารวมกลุ่มกันเพื่อพยายามที่จะขัดเกลาความคิดบางอย่างเกี่ยว กับการปฎิรูป และเพื่อควบคุมยุทธศาสตร์ วิธีการแบบนี้เห็นได้จากการปฎิรูปการเมืองครั้งที่แล้ว เมื่อศักดินาพยายามที่จะรักษาอำนาจการควบคุม

พวก คลั่งเจ้าและนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตร และผู้ร่วมอภิปรายอื่นๆต่างเห็นพ้องกันว่า “ตราบใดที่ทักษิณยังคงเคลื่อนไหวทางการเมือง ประเทศจะไม่มีทางปรองดองกันได้ และการปฎิรูปทางการเมืองจะยากที่จะทำการแก้ไขได้”

ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ เสริมปมต่อว่า “ไม่มีการรับประกันใดๆว่า ถึงแม้ทักษิณจะเลิกเล่นการเมืองแล้ว ประเทศจะยังคงมีการเมืองที่มีเสถียรภาพ” โดยประกาศว่าเพราะเป็นระบบการเมืองแบบ “เผด็จการของนายทุน” ดร. อมรกล่าวว่า เขาต้องการให้ “การปฎิรูปทางด้านการบริหาร ทางกฎหมาย และทางด้านตุลาการ…” ดำเนินไปพร้อมกัน

ดร.อมร ก็เช่นเดียวกลับพวกคลั่งเจ้าทั้งหลาย กล่าวว่า “การปฎิรูปทางการเมืองไม่ควรตกเป็นความรับผิดชอบของนักการเมือง เพราะพวกนักการเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อน..” เขาให้คำแนะนำว่า ควรมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบในการทำการปฎิรูป – แล้วใครล่ะ จะรับตำแหน่งเหล่านั้น แล้วใครล่ะ ที่จะเป็นคนเสนอชื่อ หรือแต่งตั้งพวกกรรมการเหล่านั้น

ข่าวได้พูดถึงนักวิเคราะห์คลั่ง เจ้าคนสำคัญที่สุดคนหนึ่ง นั่นคือ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร นายพลตำรวจปลดเกษียณ ดูได้จากที่นี่ หนังสือรอยพระยุคลบาท ของพล.ต.อ.วสิษฐที่ตีพิมพ์จำหน่ายในปี พ.ศ.๒๕๔๙ เป็นบันทึกส่วนตัวแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่ พล.ต.อ.วสิษฐ มีต่อกษัตริย์และสมาชิกของราชวงศ์

พล.ต.อ .วสิษฐ เสริมในการสัมมนา “นักวิชาการ” โดยกล่าวว่า “เขาได้รับรายงานจากแหล่งที่ไม่ยืนยันแต่เชื่อถือได้ว่า ทักษิณได้โอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีธนาคารของคนอื่น เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมือง และสร้างความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ พล.ต.อ.วสิษฐ เชื่อว่าเสื้อแดงถูกทักษิณ “ใช้” และ “การศึกษาจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด (เพื่อแก้ปัญหานี้)” เขากล่าวต่ออีกว่า “ประเทศของเราจะไม่เดินมาถึงจุดนี้เลย ถ้าประชาชนมีความเข้าใจในสันดานของนักการเมือง”

ลิ้งค์ ไปยังแนวความคิดของพันธมิตรก่อนหน้านี้ หาอ่านได้จากที่นี่ น้ำเสียงอย่างอมตะของพวกคลั่งเจ้า: นักการเมืองเป็นตัวทำลายและไว้ใจไม่ได้ ดังนั้น “การศึกษา” เป็นเนื้อแท้ที่จะแก้ปัญหาได้ เรื่องที่แท้จริงก็คือ การเอาแต่ย้ำอย่างไม่หยุดหย่อนถึง “คนดี” ที่แท้จริงในราชวัง

และ เพื่อยืนยันมุมมองของ พล.ต.อ.วสิษฐ ที่ว่า การเลือกตั้งไม่ใช่การแก้ปัญหาใดๆ: “..การยุบสภาไม่ใช่เป็นคำตอบของปัญหาในชาติ เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปไม่ได้ประกันว่า ประเทศจะได้รับ “นายกรัฐมนตรี หรือ สว.เลือดใหม่ ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อประเทศชาติเหนือความต้องการของตัวเอง” เป็นประโยคที่รุนแรงเช่นเดียวกับในปี พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๔๐

พลเอก สายหยุด เกิดผล เป็นผู้ร่วมอภิปราย และผู้คลั่งเจ้าอีกคนหนึ่งซึ่งให้การสนับสนุนพันธมิตรกล่าวว่า “ขอร้องให้ครอบครัวของทักษิณช่วยห้ามทักษิณว่าอย่ายุแหย่ให้เกิดความวุ่นวาย ทางการเมือง และให้กลับมาสู้คดี”

พลเอก สายหยุด กล่าวว่า การข่มขู่ของเสื้อแดงที่จะชุมนุมครั้งใหญ่อาจจะทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถ ควบคุมสถาณการณ์ได้ และกองทัพอาจจะต้องทำรัฐประหาร – ออกมาเถียงด้วยความกลัวเช่นเคย”

ตำแหน่งพวกนี้ เป็นตำแหน่ง “อมตะ” ของพวกคลั่งเจ้า โดยมีโฆษกรุ่นเดอะ เพื่อผลประโยชน์ของเหล่าศักดินา การที่พวกนี้ได้มารวมกลุ่มสุ่มหัวกัน ทำการโจมตีทักษิณและครอบครัว โจมตีการเลือกตั้งและนักการเมือง เป็นการแสดงให้เห็นว่า เกิดความปริวิตกอย่างหนักในระหว่างพวกคลั่งเจ้าเอง ในการควบคุมการเมืองไว้ต่อไป และแสดงความขลาดกลัวที่จะให้มีการโต้แย้งในวงกว้าง

ที่มาภาษาไทย liberalthai.wordpress.com

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet