ถ้าไม่มีผลงาน ต่อให้ทุ่มเงินโฆษณาแค่ไหนก็ไม่มีผลงานอยู่ดี
posted on 18 Aug 2009 20:27 by spiral in Political-Fact
ถ้าไม่มีผลงาน ต่อให้ทุ่มเงินโฆษณาแค่ไหนก็ไม่มีผลงานอยู่ดี
โดย คุณ ลมเปลี่ยนทิศ
ที่มา เวบไซต์ ไทยรัฐ
15 สิงหาคม 2552
ทุก รัฐบาล เมื่อถูกประชาชนวิจารณ์ว่า ไม่มีผลงาน ก็มักจะออกมาแก้ตัวว่า รัฐบาลมัวแต่ทำงานหนัก มีผลงานดีๆ มากมาย แต่ประชาสัมพันธ์ไม่เป็น คนเลยไม่รู้ ทั้งๆ ที่สื่อทีวีและวิทยุทั้งหมด ก็เป็นสื่อของรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์
ล่าสุด รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็เหมือนกัน ผลงานรัฐบาล 6 เดือนที่ผ่านมา ได้คะแนนแค่สอบผ่าน หรือใช้ได้ ก็ออกมาแก้ตัวว่า ประชาสัมพันธ์อ่อน
นายชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไป ทาบทาม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้มาเป็น "โฆษกรัฐบาล" บอกว่า ที่ต้องยกเครื่องกองงานโฆษกรัฐบาล ก็เพราะรัฐบาลมีนโยบายดีๆมากมาย แต่กองงานโฆษกสื่อสารออกไปให้ประชาชนรับทราบน้อยมาก
รัฐบาลนี้อ่อนประชาสัมพันธ์จริงหรือ
คำตอบของผมก็คือ ไม่จริง
เมื่อสองวันนี้เอง บริษัทวิจัยสื่อโฆษณา เอซี นีลสัน เพิ่งรายงาน ตัวเลขการโฆษณาผ่านสื่อในรอบเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
สำนัก นายกรัฐมนตรี มีการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของยอดโฆษณาทั้งหมด เป็นเงินกว่า 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสองเท่าจากเดือนมิถุนายน ที่ใช้เงินโฆษณาไป 76 ล้านบาท
แค่ สองเดือน สำนักนายกรัฐมนตรี ใช้เงินโฆษณาไปแล้วกว่า 236 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ใช้ไปเท่าไรแล้ว ใครอยากรู้ คงต้องไปขอข้อมูลจาก เอซี นีลสัน
ยอด การใช้เงินโฆษณาของ สำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ใน อันดับ 3 รองจาก ยูนิลิเวอร์ และ พีแอนด์จี มากกว่า ไบเออร์ รถยนต์โตโยต้า โคคาโคลา และมากกว่า เอไอเอส ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เกือบเท่าตัว
เห็นไหมว่าสำนักนายกฯ ใช้เงินโฆษณามากมายขนาดไหน แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่เอกชนยังสู้ไม่ได้
แล้วจะมาบอกว่า รัฐบาลอ่อนประชาสัมพันธ์ ได้อย่างไร
นี่ แค่งบโฆษณาของหน่วยงานเดียวเท่านั้น ยังไม่นับเงินโฆษณาของกระทรวงต่างๆ ที่ทุ่มงบโฆษณากันอีกมากมาย รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร มีการโฆษณาตามสื่อทุกวัน โดยมี รัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม. เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณากันตรงๆ เลย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีแต่ละคน ยังมีการใช้งบ จ้างเอเยนซีโฆษณา และจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ แยกเป็นส่วนตัวอีกต่างหาก ขนาด รัฐมนตรีว่าการ กับ รัฐมนตรีช่วย ก็ยังจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์แยกกันเลย ของใครของมัน เพื่อใช้เผยแพร่งานของตัวเอง เพื่อให้เข้าถึงสื่อและมวลชนให้มากที่สุด ตรงนี้ไม่รู้ใช้งบประมาณไปอีกกี่ร้อยล้านบาท
จ้างประชาสัมพันธ์มืออาชีพมาทำงานกันมากมายขนาดนี้ แล้วยังจะมาบอกว่า รัฐบาลอ่อนเรื่องการประชาสัมพันธ์ คงฟังไม่ขึ้น
เมื่อ นับรวมเม็ดเงินทั้งหมด ที่รัฐบาลใช้ไปในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาแล้ว ผมประเมินคร่าวๆ ว่า น่าจะไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 160 กว่าล้านบาท
ด้วยเม็ดเงินโฆษณาประชาสัมพันธ์ขนาด นี้ คะแนนนิยมของรัฐบาล น่าจะพุ่งขึ้นไปสูงลิ่ว แต่ผลที่ออกมา กลับตรงกันข้าม ประชาชนรับรู้ผลงานของรัฐบาลแค่ไม่กี่เรื่อง นักธุรกิจและนักวิชาการ ให้คะแนนรัฐบาลแค่สอบผ่านด้วยความเกรงใจ
สิ่ง หนึ่งที่ผมอยากให้รัฐบาลเข้าใจก็คือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง จะต้องมีผลงานที่ดีเป็นรูปธรรมจับต้องได้เป็นตัวตั้ง การโฆษณาประชาสัมพันธ์จึงจะได้ผล ไม่ใช่การขายฝันด้วยนโยบาย เหมือนตอนหาเสียง มันคนละเรื่องเดียวกัน
ถ้าไม่มีผลงาน ต่อให้ทุ่มเงิน โฆษณามากกว่านี้หลายเท่า ก็ไม่มีผลงานอยู่ดี
ถ้า รัฐบาลมีผลงานเมื่อไร ไม่ต้องเสียเงินไปโฆษณาประชาสัมพันธ์แม้แต่บาทเดียว แค่บอกเล่าผ่านสื่อที่มีอยู่เท่านั้น ประชาชนย่อมรู้สึก และรับรู้ได้เองว่า นี่คือผลงานของรัฐบาลอย่างแท้จริง.
ผลาญภาษีเพื่อ ปชส.สร้างภาพผลงาน ... อย่าลืมว่า นี่คือเงินของประชาชน !!!!
โดย คุณอัคนี คคนัมพร
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
15 สิงหาคม 25552
... เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ แถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 6 เดือน
ระดมสื่อของรัฐที่มีในมือ ถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ก็ยังไม่บูม ไม่มีคนสนใจเท่าที่ควร เลยมีการมองหาแพะ
ใน ที่สุดนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็กลายเป็นแพะ สารพัดข้อกล่าวหาขุดมาถาโถมเข้าใส่ พูดไม่เก่ง ทำงานไม่เป็น ตอบโต้ทางการเมืองไม่ได้ ไม่ทันเกมฝ่ายตรงข้าม
ทำให้รัฐบาลอยู่ใน ฐานะเพลี่ยงพล้ำในสงครามสื่อ ทั้งที่มีอำนาจและมีสื่ออยู่ในมือมากมาย ทำให้ต้องมองหาคนมาทำงานแทน โดยจับจ้องไปที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.
ความจริง เรื่องที่ชาวบ้านไม่ค่อยสนใจรัฐบาล ไม่ค่อยรับรู้เรื่องของรัฐบาล จะโทษนายปณิธานก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะหากรัฐบาลมีอะไรให้น่าสนใจมากกว่านี้ แม้ไม่ต้องยึดครองสื่อ ชาวบ้านก็หันมาสนใจเอง
แต่นี่เข้าข่ายข้างนอกสดใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง กลวงโบ๋จนไม่อาจสัมผัสจับจ้องอะไรได้
งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท ที่ใช้ตีปี๊บผลงานรัฐบาลในรอบ 6 เดือน เหมือนตำพริกละลายแม่น้ำ สูญเปล่า เข้าไม่ถึงชาวบ้าน
เรื่อง การใช้งบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน เพื่อตีปี๊บผลงานและสร้างภาพให้กับรัฐบาล ความจริงไม่ใช่มีเพียงแค่ 15 ล้านบาท ดังที่กล่าวมาเท่านั้น
ความจริงรัฐบาลผลาญภาษีประชาชน สำหรับประชาสัมพันธ์ตัวเองทุกเดือน เพียงแต่ไม่ค่อยมีคนรู้
แต่ว่ามีคนพวกหนึ่งรู้ คือคนที่อยู่ในแวดวงโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะหลายเรื่อง รัฐบาลทำประชาสัมพันธ์ผ่านเอเยนซี่
มีคนบอกให้ฟังว่า เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลใช้งบประมาณตีปี๊บสร้างภาพให้ตัวเอง ไม่น้อยกว่า 156 ล้านบาท
มากกว่า ที่บริษัทโตโยต้า ใช้ในการโฆษณาเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่คัมรีไฮบริดเสียอีก และมากกว่าบริษัทน้ำดำชื่อดังอย่างโค้กที่ใช้โฆษณาผลิตภัณฑ์ ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้ ใช้อยู่ในระดับไม่เกิน 100 ล้านบาท
ย้อนหลังไปเดือนมิถุนายน รัฐบาลหมดงบประมาณไปกับการประชาสัมพันธ์ตัวเองอีก ประมาณ 76 ล้านบาท
ตัว เลขที่เอามาบอกกันนี้ บางคนอาจคิดว่า ยกเมฆมาด่ารัฐบาล ถ้าคิดอย่างนั้นก็ขอว่า อย่าเพิ่งเชื่อเสียทีเดียว เพราะกำลังจะหาตัวเลขอย่างเป็นทางการ ที่รายงานการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์กันในหมู่แวดวงคนทำโฆษณามายืนยัน
เหนือ อื่นใด สิ่งที่อยากจะบอกรัฐบาลคือ ไม่ว่าจะใช้เงินเท่าไรในการสร้างภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ตัวเอง ก็ไม่ได้ผล หากสินค้าที่โฆษณาไม่ดีจริง
จะหลอกประชาชนได้บ้าง ก็เป็นแค่บางครั้งบางคราว และในช่วงแรกๆ เท่านั้น เมื่อชาวบ้านทดลองให้โอกาส ทดลองใช้สินค้าแล้ว ไม่ดีจริงอย่างคำโฆษณาชวนเชื่อ ต่อให้หมดงบประมาณอีกมาก หรือเอาคนหล่อๆ หน้าตาดีๆ มานั่งเป็นโฆษกรัฐบาล ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ว่า เป็นคนของใคร แต่ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ
พรรคโฆษก
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ออกมาเซย์โน ไม่รับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ตามที่ นายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทาบทาม
โดยระบุว่าอยากทำเรื่องเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ การศึกษา การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาเขตพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจในภาคใต้ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ทำ ให้ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ต้องทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลต่อไป จนกว่าจะมีคนที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ พอใจและเห็นว่าเหมาะสมมานั่งแทน
นายปณิธานอาจไม่สันทัดกับการตอบโต้ทางการเมืองจริง แต่ก็แทบไม่ได้มีผลกระทบต่อรัฐบาลเลยด้วยซ้ำ
เพราะคนของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่หัวยันหาง ต่างถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว อาจเพราะเป็นฝ่ายค้านมานานก็ได้
นายอภิสิทธิ์เอง ก็เคยนั่งโฆษกรัฐบาลมาก่อน เก่งกาจขนาดไหน ฉายา "โฆษกเทวดา" คงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่ๆ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ใช่ย่อย เคยยอมให้รัฐบาลและพรรคตัวเองถูกด่าฟรีที่ไหน
ยิ่งโฆษกและรองโฆษกพรรค ก็ล้วนแต่ "ดังทางด่า" ทั้งนั้น
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค ก็เปิดแถลงได้ทุกเรื่องรายวัน วาจาไม่แพ้ใคร
ตอบโต้ได้แม้กระทั่งประเด็นไข้หวัดพันธุ์ใหม่ดื้อยาว่าเป็นเรื่องปกติ ที่อื่นพบมากกว่าในไทยเสียอีก
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษก ก็ฮึกเหิมขนาดจะเล่นงานการ์ตูนิสต์ ข้อหาด่าพรรค วิจารณ์รัฐบาล
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคอีกคน ก็ไม่เบา ลุยแม้กระทั่งอดีตรัฐมนตรีที่ล้มป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ว่าต้อง การดิสเครดิตรัฐบาล
ยังไม่นับโทรโข่งประจำตัวนายกรัฐมนตรี อย่าง นายเทพไท เสนพงศ์ ที่ออกมาชนดะ สะใจซาดิสต์ทั้งนั้น แต่จะสมานฉันท์หรือไม่
ถามชาวบ้านร้านตลาดดูได้
ที่น่าสนใจ ก็คืองบประมาณการประชาสัมพันธ์ของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ใช้จ่ายสำหรับซื้อสื่อโฆษณาตีปี๊บสร้างภาพให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี
บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ประเทศไทย ได้รายงานตัวเลขยอดเงินในการซื้อสื่อโฆษณาประจำเดือนก.ค.2552 ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 7,423 ล้านบาท
อันดับ 1 บริษัทยูนิลีเวอร์(ไทย)โฮลดิ้ง ใช้เงิน 507.12 ล้านบาท
อันดับ 2 บริษัทพีแอนด์จี ใช้เงิน 211.54 ล้านบาท
อันดับ 3 สำนักนายกรัฐมนตรี ใช้เงิน 160.04 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของเดือนมิ.ย.2552 ที่ใช้ไป 76 ล้านบาท
ลงทั้งเงินและใช้ทั้งคนมากมายขนาดนี้ ยังต้องใช้ฝีปากจากโฆษกรัฐบาลอีกหรือ
นอก จากนี้ นายอภิสิทธิ์เอง ก็ยึดจอทีวีจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ทุกอาทิตย์อยู่แล้ว แถมยังเกาะโพเดี้ยม เดินสายบรรยายปาฐกถาเกือบทุกวัน ประชาสัมพันธ์ตัวเองทุกที่
เป็นโฆษกยิ่งกว่าโฆษกทั้งปวงอยู่แล้ว!!
โดย คุณ ลมเปลี่ยนทิศ
ที่มา เวบไซต์ ไทยรัฐ
15 สิงหาคม 2552
ทุก รัฐบาล เมื่อถูกประชาชนวิจารณ์ว่า ไม่มีผลงาน ก็มักจะออกมาแก้ตัวว่า รัฐบาลมัวแต่ทำงานหนัก มีผลงานดีๆ มากมาย แต่ประชาสัมพันธ์ไม่เป็น คนเลยไม่รู้ ทั้งๆ ที่สื่อทีวีและวิทยุทั้งหมด ก็เป็นสื่อของรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์
ล่าสุด รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็เหมือนกัน ผลงานรัฐบาล 6 เดือนที่ผ่านมา ได้คะแนนแค่สอบผ่าน หรือใช้ได้ ก็ออกมาแก้ตัวว่า ประชาสัมพันธ์อ่อน
นายชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไป ทาบทาม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้มาเป็น "โฆษกรัฐบาล" บอกว่า ที่ต้องยกเครื่องกองงานโฆษกรัฐบาล ก็เพราะรัฐบาลมีนโยบายดีๆมากมาย แต่กองงานโฆษกสื่อสารออกไปให้ประชาชนรับทราบน้อยมาก
รัฐบาลนี้อ่อนประชาสัมพันธ์จริงหรือ
คำตอบของผมก็คือ ไม่จริง
เมื่อสองวันนี้เอง บริษัทวิจัยสื่อโฆษณา เอซี นีลสัน เพิ่งรายงาน ตัวเลขการโฆษณาผ่านสื่อในรอบเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
สำนัก นายกรัฐมนตรี มีการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของยอดโฆษณาทั้งหมด เป็นเงินกว่า 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสองเท่าจากเดือนมิถุนายน ที่ใช้เงินโฆษณาไป 76 ล้านบาท
แค่ สองเดือน สำนักนายกรัฐมนตรี ใช้เงินโฆษณาไปแล้วกว่า 236 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ใช้ไปเท่าไรแล้ว ใครอยากรู้ คงต้องไปขอข้อมูลจาก เอซี นีลสัน
ยอด การใช้เงินโฆษณาของ สำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ใน อันดับ 3 รองจาก ยูนิลิเวอร์ และ พีแอนด์จี มากกว่า ไบเออร์ รถยนต์โตโยต้า โคคาโคลา และมากกว่า เอไอเอส ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เกือบเท่าตัว
เห็นไหมว่าสำนักนายกฯ ใช้เงินโฆษณามากมายขนาดไหน แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่เอกชนยังสู้ไม่ได้
แล้วจะมาบอกว่า รัฐบาลอ่อนประชาสัมพันธ์ ได้อย่างไร
นี่ แค่งบโฆษณาของหน่วยงานเดียวเท่านั้น ยังไม่นับเงินโฆษณาของกระทรวงต่างๆ ที่ทุ่มงบโฆษณากันอีกมากมาย รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร มีการโฆษณาตามสื่อทุกวัน โดยมี รัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม. เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณากันตรงๆ เลย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีแต่ละคน ยังมีการใช้งบ จ้างเอเยนซีโฆษณา และจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ แยกเป็นส่วนตัวอีกต่างหาก ขนาด รัฐมนตรีว่าการ กับ รัฐมนตรีช่วย ก็ยังจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์แยกกันเลย ของใครของมัน เพื่อใช้เผยแพร่งานของตัวเอง เพื่อให้เข้าถึงสื่อและมวลชนให้มากที่สุด ตรงนี้ไม่รู้ใช้งบประมาณไปอีกกี่ร้อยล้านบาท
จ้างประชาสัมพันธ์มืออาชีพมาทำงานกันมากมายขนาดนี้ แล้วยังจะมาบอกว่า รัฐบาลอ่อนเรื่องการประชาสัมพันธ์ คงฟังไม่ขึ้น
เมื่อ นับรวมเม็ดเงินทั้งหมด ที่รัฐบาลใช้ไปในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาแล้ว ผมประเมินคร่าวๆ ว่า น่าจะไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 160 กว่าล้านบาท
ด้วยเม็ดเงินโฆษณาประชาสัมพันธ์ขนาด นี้ คะแนนนิยมของรัฐบาล น่าจะพุ่งขึ้นไปสูงลิ่ว แต่ผลที่ออกมา กลับตรงกันข้าม ประชาชนรับรู้ผลงานของรัฐบาลแค่ไม่กี่เรื่อง นักธุรกิจและนักวิชาการ ให้คะแนนรัฐบาลแค่สอบผ่านด้วยความเกรงใจ
สิ่ง หนึ่งที่ผมอยากให้รัฐบาลเข้าใจก็คือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง จะต้องมีผลงานที่ดีเป็นรูปธรรมจับต้องได้เป็นตัวตั้ง การโฆษณาประชาสัมพันธ์จึงจะได้ผล ไม่ใช่การขายฝันด้วยนโยบาย เหมือนตอนหาเสียง มันคนละเรื่องเดียวกัน
ถ้าไม่มีผลงาน ต่อให้ทุ่มเงิน โฆษณามากกว่านี้หลายเท่า ก็ไม่มีผลงานอยู่ดี
ถ้า รัฐบาลมีผลงานเมื่อไร ไม่ต้องเสียเงินไปโฆษณาประชาสัมพันธ์แม้แต่บาทเดียว แค่บอกเล่าผ่านสื่อที่มีอยู่เท่านั้น ประชาชนย่อมรู้สึก และรับรู้ได้เองว่า นี่คือผลงานของรัฐบาลอย่างแท้จริง.
ผลาญภาษีเพื่อ ปชส.สร้างภาพผลงาน ... อย่าลืมว่า นี่คือเงินของประชาชน !!!!
โดย คุณอัคนี คคนัมพร
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
15 สิงหาคม 25552
... เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ แถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 6 เดือน
ระดมสื่อของรัฐที่มีในมือ ถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ก็ยังไม่บูม ไม่มีคนสนใจเท่าที่ควร เลยมีการมองหาแพะ
ใน ที่สุดนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็กลายเป็นแพะ สารพัดข้อกล่าวหาขุดมาถาโถมเข้าใส่ พูดไม่เก่ง ทำงานไม่เป็น ตอบโต้ทางการเมืองไม่ได้ ไม่ทันเกมฝ่ายตรงข้าม
ทำให้รัฐบาลอยู่ใน ฐานะเพลี่ยงพล้ำในสงครามสื่อ ทั้งที่มีอำนาจและมีสื่ออยู่ในมือมากมาย ทำให้ต้องมองหาคนมาทำงานแทน โดยจับจ้องไปที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.
ความจริง เรื่องที่ชาวบ้านไม่ค่อยสนใจรัฐบาล ไม่ค่อยรับรู้เรื่องของรัฐบาล จะโทษนายปณิธานก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะหากรัฐบาลมีอะไรให้น่าสนใจมากกว่านี้ แม้ไม่ต้องยึดครองสื่อ ชาวบ้านก็หันมาสนใจเอง
แต่นี่เข้าข่ายข้างนอกสดใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง กลวงโบ๋จนไม่อาจสัมผัสจับจ้องอะไรได้
งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท ที่ใช้ตีปี๊บผลงานรัฐบาลในรอบ 6 เดือน เหมือนตำพริกละลายแม่น้ำ สูญเปล่า เข้าไม่ถึงชาวบ้าน
เรื่อง การใช้งบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน เพื่อตีปี๊บผลงานและสร้างภาพให้กับรัฐบาล ความจริงไม่ใช่มีเพียงแค่ 15 ล้านบาท ดังที่กล่าวมาเท่านั้น
ความจริงรัฐบาลผลาญภาษีประชาชน สำหรับประชาสัมพันธ์ตัวเองทุกเดือน เพียงแต่ไม่ค่อยมีคนรู้
แต่ว่ามีคนพวกหนึ่งรู้ คือคนที่อยู่ในแวดวงโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะหลายเรื่อง รัฐบาลทำประชาสัมพันธ์ผ่านเอเยนซี่
มีคนบอกให้ฟังว่า เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลใช้งบประมาณตีปี๊บสร้างภาพให้ตัวเอง ไม่น้อยกว่า 156 ล้านบาท
มากกว่า ที่บริษัทโตโยต้า ใช้ในการโฆษณาเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่คัมรีไฮบริดเสียอีก และมากกว่าบริษัทน้ำดำชื่อดังอย่างโค้กที่ใช้โฆษณาผลิตภัณฑ์ ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้ ใช้อยู่ในระดับไม่เกิน 100 ล้านบาท
ย้อนหลังไปเดือนมิถุนายน รัฐบาลหมดงบประมาณไปกับการประชาสัมพันธ์ตัวเองอีก ประมาณ 76 ล้านบาท
ตัว เลขที่เอามาบอกกันนี้ บางคนอาจคิดว่า ยกเมฆมาด่ารัฐบาล ถ้าคิดอย่างนั้นก็ขอว่า อย่าเพิ่งเชื่อเสียทีเดียว เพราะกำลังจะหาตัวเลขอย่างเป็นทางการ ที่รายงานการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์กันในหมู่แวดวงคนทำโฆษณามายืนยัน
เหนือ อื่นใด สิ่งที่อยากจะบอกรัฐบาลคือ ไม่ว่าจะใช้เงินเท่าไรในการสร้างภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ตัวเอง ก็ไม่ได้ผล หากสินค้าที่โฆษณาไม่ดีจริง
จะหลอกประชาชนได้บ้าง ก็เป็นแค่บางครั้งบางคราว และในช่วงแรกๆ เท่านั้น เมื่อชาวบ้านทดลองให้โอกาส ทดลองใช้สินค้าแล้ว ไม่ดีจริงอย่างคำโฆษณาชวนเชื่อ ต่อให้หมดงบประมาณอีกมาก หรือเอาคนหล่อๆ หน้าตาดีๆ มานั่งเป็นโฆษกรัฐบาล ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ว่า เป็นคนของใคร แต่ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ
พรรคโฆษก
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ออกมาเซย์โน ไม่รับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ตามที่ นายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทาบทาม
โดยระบุว่าอยากทำเรื่องเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ การศึกษา การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาเขตพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจในภาคใต้ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ทำ ให้ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ต้องทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลต่อไป จนกว่าจะมีคนที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ พอใจและเห็นว่าเหมาะสมมานั่งแทน
นายปณิธานอาจไม่สันทัดกับการตอบโต้ทางการเมืองจริง แต่ก็แทบไม่ได้มีผลกระทบต่อรัฐบาลเลยด้วยซ้ำ
เพราะคนของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่หัวยันหาง ต่างถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว อาจเพราะเป็นฝ่ายค้านมานานก็ได้
นายอภิสิทธิ์เอง ก็เคยนั่งโฆษกรัฐบาลมาก่อน เก่งกาจขนาดไหน ฉายา "โฆษกเทวดา" คงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่ๆ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ใช่ย่อย เคยยอมให้รัฐบาลและพรรคตัวเองถูกด่าฟรีที่ไหน
ยิ่งโฆษกและรองโฆษกพรรค ก็ล้วนแต่ "ดังทางด่า" ทั้งนั้น
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค ก็เปิดแถลงได้ทุกเรื่องรายวัน วาจาไม่แพ้ใคร
ตอบโต้ได้แม้กระทั่งประเด็นไข้หวัดพันธุ์ใหม่ดื้อยาว่าเป็นเรื่องปกติ ที่อื่นพบมากกว่าในไทยเสียอีก
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษก ก็ฮึกเหิมขนาดจะเล่นงานการ์ตูนิสต์ ข้อหาด่าพรรค วิจารณ์รัฐบาล
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคอีกคน ก็ไม่เบา ลุยแม้กระทั่งอดีตรัฐมนตรีที่ล้มป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ว่าต้อง การดิสเครดิตรัฐบาล
ยังไม่นับโทรโข่งประจำตัวนายกรัฐมนตรี อย่าง นายเทพไท เสนพงศ์ ที่ออกมาชนดะ สะใจซาดิสต์ทั้งนั้น แต่จะสมานฉันท์หรือไม่
ถามชาวบ้านร้านตลาดดูได้
ที่น่าสนใจ ก็คืองบประมาณการประชาสัมพันธ์ของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ใช้จ่ายสำหรับซื้อสื่อโฆษณาตีปี๊บสร้างภาพให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี
บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ประเทศไทย ได้รายงานตัวเลขยอดเงินในการซื้อสื่อโฆษณาประจำเดือนก.ค.2552 ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 7,423 ล้านบาท
อันดับ 1 บริษัทยูนิลีเวอร์(ไทย)โฮลดิ้ง ใช้เงิน 507.12 ล้านบาท
อันดับ 2 บริษัทพีแอนด์จี ใช้เงิน 211.54 ล้านบาท
อันดับ 3 สำนักนายกรัฐมนตรี ใช้เงิน 160.04 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของเดือนมิ.ย.2552 ที่ใช้ไป 76 ล้านบาท
ลงทั้งเงินและใช้ทั้งคนมากมายขนาดนี้ ยังต้องใช้ฝีปากจากโฆษกรัฐบาลอีกหรือ
นอก จากนี้ นายอภิสิทธิ์เอง ก็ยึดจอทีวีจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ทุกอาทิตย์อยู่แล้ว แถมยังเกาะโพเดี้ยม เดินสายบรรยายปาฐกถาเกือบทุกวัน ประชาสัมพันธ์ตัวเองทุกที่
เป็นโฆษกยิ่งกว่าโฆษกทั้งปวงอยู่แล้ว!!