มหาลัยคลั่งเจ้าชั้นนำ“บังอาจสั่งราชวัง”
posted on 17 Aug 2009 19:41 by spiral in Feudal-Badness
วันจันทร์ 17 สิงหาคม 2009 — chapter 11
Top Thai Royalist School “Tells Palace”
August 14, 2009
By Terry/Tavivoot-an alumni of a Chula’s school
ที่มา – Thai Intelligent News
แปลและเรียบเรียง – chapter 11
จุฬาฯ ขี้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศไทย มาวันนี้ ได้บอกให้สำนักราชเลขาธิการ พิจารณาสถานะของตัวเองให้รอบคอบก่อนที่จะรับเรื่องฎีกาขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายของเสื้อแดง
คนไทยที่คลั่งเจ้าหลายคน มีความสงสัยกับท่าทีของจุฬาฯ เพราะพระราชวินิจฉัยจากราชวังถือว่าเป็นพระราชอำนาจโดยเด็ดขาด และพวกคลั่งเจ้าทุกคนจะต้องเชื่อฟัง
ใน รายการทีวีเมื่อคืนนี้ วิศวกรซึ่งสำเร็จการศึกษาจากจุฬาฯ กล่าวว่า “ผมแม้จะไม่เห็นด้วยกับการยื่นถวายฎีกาให้ทักษิณ แต่ตอนนี้ผมก็ไม่สบายใจกับท่าทีของมหาวิทยาลัยเก่าของผม ในการไปเที่ยวตั้งคำถามกับพระราชวัง และเที่ยวบอกให้พระราชวังทำโน่นทำนี่ ในฐานะที่ผมเป็นคนที่สนับสนุนสถาบันกษัตริย์ การกระทำแบบนั้นถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง”
ก่อนหน้านี้ทาง พระราชวังกล่าวว่า จะอนุญาตให้เข้ายื่นถวายฎีกาเพื่อทักษิณได้ แต่อย่างไรก็ดีบางข่าวกล่าวว่า การยอมรับฎีกานั้นยังไม่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
จุฬาฯ พยายามอย่างหนักในการที่จะยับยั้งการออกมาตอบรับของพระราชวัง จนถึงขั้นที่ทำให้หลายคนสงสัยว่า เป็นเพราะอะไรกัน เนื่องจากจุฬาฯ ขี้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยของไทยซึ่งจะทำตามคำแนะนำทุกประการจากพระราชวัง
แต่ขณะนี้ดูเหมือนว่า จุฬาฯ จะไม่พอใจกับสำนักราชเลขาธิการของพระราชวัง
แหล่ง ข่าวภายในจากแวดวงการศึกษาไทยกล่าวว่า วาระซ่อนเร้นสำหรับจุฬาฯ นั้นไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของทางพระราชวัง แต่เกี่ยวกับหน้าตาของมหาวิทยาลัยในสังคมไทย เนื่องจากจุฬาฯ เป็นตัวตั้งตัวตีรวบรวมบุคคลในแวดวงนักวิชาการต่างๆ เพื่อโจมตีทักษิณมาเป็นเวลานาน
การจำใจยอมรับการที่สำนักราชเลขาธิการที่ออกมารับเรื่องฎีกาขึ้นทูลเกล้า ฯ เป็นเรื่องที่ทำให้จุฬาฯ ขายหน้าเป็นอย่างมาก
ไทย อีนิวส์ซึ่งเป็นแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการของเสื้อแดงได้รายงานว่า “ผมต้องการบอกไปยังนักวิชาการทั้งหลายของจุฬาฯ ที่ออกโรงมาโจมตีว่าการลงชื่อเพื่อถวายฎีกาเป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ไปไกลๆเลย เพราะเรายังยืนยันว่าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และการออกมารับฎีกาเพื่อทูนเกล้าฯ ถวายจากสำนักราชเลขาธิการ เป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับกฎหมาย”
จุฬาฯ ยอมเสียหน้าไม่ได้เนื่องจากเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลอย่างมากทั้งในภาครัฐและ ภาคธุรกิจ หลายๆคนได้กล่าวว่า ก็เพราะแบบนี้ที่ทำให้จุฬาฯ กล้าเสี่ยงที่จะท้าทายการสั่งการจากพระราชวัง
ไทยอีนิวส์กล่าวว่า “อาจารย์เหล่านี้ไม่ยอมทำความเข้าใจว่า เรื่องนี้อาจจะเป็นสัญญาณมาจากพระราชวัง อาจารย์เหล่านี้ต่างหน้ามืดตามัวกับการให้ความสำคัญของตนเอง”
ในแง่ คุณภาพทางวิชาการ จุฬาฯไม่ได้เป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญ และอาจารย์ต่างๆก็ขี้นชื่อว่าถอยหลังลงคลอง ความสำคัญของจุฬาฯ มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น และนั่นคือศิษย์เก่า
ไม่ ว่าศิษย์เก่าจากจุฬาฯ จะทำงานที่ใดในประเทศไทย ต่างก็อยู่ในระดับสูง สาเหตุใหญ่เนื่องมาจากจุฬาฯ ได้ก่อตั้งขี้นมานาน ย่อมมีเครือข่ายที่กว้างขวางและลุ่มลึก นอกจากนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาฯ คิดว่าตัวเองนั้นเป็นชนชั้นสูงของประเทศไทย และพวกเขาต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และคงไว้ซึ่งสังคมปิด
ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงทรงอิทธิพลอย่างมากในประเทศไทย
มหาวิทยาลัย อื่นๆหลายสถาบันต่างปรับปรุงมาตราฐานการศึกษาได้สูงกว่าจุฬาฯ แต่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเหล่านั้นแทบจะไม่มีโอกาสได้ตำแหน่งที่สูง หรือเหนือกว่าผู้ที่จบการศึกษาจากจุฬาฯ ซึ่งมีความสามารถด้อยกว่า และนี่เป็นสาเหตุที่สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับอาจารย์หลายๆคนซึ่งกล่าว ว่า ผู้ที่จบจากจุฬาฯ เป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าของประเทศไทย และสร้างความเสียหายให้กับวงการธุรกิจไทย
มหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุดแห่งนี้ไม่ได้ติดอันดับรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก ไม่เหมือนในประเทศสิงคโปร์ซึ่งไต่อันดับขี้นไปอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของไทยแห่งนี้ ยังคงห้ามจำหน่ายหนังสือ และกดดันบรรดาอาจารย์ที่ไม่เอียงข้างพระราชวังให้ต้องลาออก
เมื่อไม่ นานมานี้ มีสัญญาณบ่งบอกว่าได้มีความพยายามในการปรับปรุงตัวเองขี้น จากการจัดกลุ่มสัมมนาและการจัดการประชุมสาธารณะในเรื่องสำคัญที่มีผลต่อ สังคมไทย อย่างไรก็ตาม จุฬาฯ ได้ยกเลิกการประชุมหลายๆครั้ง ถ้าคนไทยที่มีความเห็นตรงข้ามกับทางจุฬาฯ แสดงความจำนงค์ที่จะเข้าร่วมการประชุมนั้นๆ
ลูกสาวของทักษิณได้เข้า เรียนที่จุฬาฯ และได้รับการต้อนรับจากบรรดาอาจารย์ที่นั่นด้วยคำถามที่มีต่อลูกทักษิณว่า “ยังมีหน้ามาเรียนที่นี่อีกหรือ”
หลังจากนั้นลูกสาวทักษิณต้องออกจาก จุฬาฯ และไปศึกษาต่อที่อังกฤษ สื่อไทยต่างโกรธแค้นกับการที่ลูกสาวของทักษิณได้รับการปฎิบัติและถูกตั้งคำ ถามจากจุฬาฯเช่นนั้น และถามจุฬาฯว่า ลูกสาวของทักษิณมาเกี่ยวอะไรกับการเมืองไทย
แพทย์ หลายๆคนที่จบการศึกษาจากจุฬาฯ ต่างติดป้ายหน้าคลีนิกของตัวเองว่าจะไม่รับรักษาคนไข้ที่เป็นคนเสื้อแดง ในขณะที่เสื้อเหลือง กลุ่มคลั่งเจ้าหัวรุนแรง ทำการประท้วงปิดถนนขัดขวางการจราจร โรงพยาบาลหลายแห่งได้รับความเดือดร้อนจากสภาพการจราจรที่หยุดนิ่ง และรถพยาบาลไม่สามารถนำคนไข้ไปโรงพยาบาลได้ จุฬาฯ กล่าวว่า การประท้วงนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจส่วนใหญ่ในบริเวณที่มีประท้วงต้องปิดกิจการลง เนื่องจากลูกค้าเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังจุดนั้น จุฬาฯ ออกแถลงการณ์ว่า การค้าขายในศูนย์การค้านั้นดีขี้น เพราะผู้ประท้วงหลายๆคนช่วยกันอุดหนุน
จุฬาฯ ก่อตั้งขี้นมาจากกษัตริย์แห่งประเทศไทย ทรงเป็นตัวอย่างที่ประเสริฐที่สุด ที่ว่าพระราชวังไทยต้องเป็นผู้ให้ บางทีอาจต้องยกเว้นกษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน กษัตริย์ภูมิพล กษัตริย์องค์ปัจจุบันทรงเป็นที่เคารพ เนื่องจากการอุทิศชีวิตทั้งชีวิตของพระองค์ ให้กับการพัฒนาภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของประเทศ กษัตริย์ไทยที่ทรงก่อตั้งจุฬาฯ ทรงนำประเทศไทยไปสู่ความทันสมัย เช่น การเลิกทาส การตั้งรัฐบาลตามแนวทางตะวันตก และจัดวางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับประเทศไทย
เจตนารมณ์ของ กษัตริย์ที่ทรงก่อตั้งจุฬาฯ ยังคงสืบต่อมาจนทุกวันนี้ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ได้กลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความสวัส ดิมงคล
อย่างไรก็ดี อาจารย์หลายคนได้ลาออกจากจุฬาฯ หนังสือถูกห้ามจำหน่าย และนิสิตถูกลงโทษ ดูเหมือนว่าจุฬาฯ จะขาดการรับรู้ในเจตนารมณ์ของโลกสมัยใหม่ และยังเกาะติดอยู่กับราชวัง ว่าเป็นเรื่องสำคัญมากไปกว่าเจตนารมณ์ของกษัตริย์ไทยผู้ที่ทรงก่อตั้งสถาบัน นี้ขี้นมา
คู่แข่งคนสำคัญของศิษย์เก่าจุฬาฯ ส่วนใหญ่ก็คือศิษย์เก่าจากธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ก่อตั้งขี้นมาจากปรัชญามุ่งสร้างความก้าว หน้า แต่ในเวลานี้ กลับกลายมาเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด
ปัญหาที่ ว่า ศิษย์เก่าทั้งจากจุฬาฯ และธรรมศาสตร์หลายๆคน ต่างจบลงด้วยการเข้ารับราชการ และยังคงตั้งหน้าตั้งตาแข่งขันกัน ศิษย์เก่าเหล่านี้ยังคงต่อสู้กันในรัฐบาล ผลที่ตามมาก็คือ เกิดการขัดแย้งกันอย่างหนักในรัฐบาลไทยระหว่างตัวการสองพวกนี้ และเป็นการนำไปสู่ การบริการด้วยมาตราฐานต่ำของข้าราชการระดับมืออาชีพ
ที่มาภาษาไทย liberalthai.wordpress.com
Top Thai Royalist School “Tells Palace”
August 14, 2009
By Terry/Tavivoot-an alumni of a Chula’s school
ที่มา – Thai Intelligent News
แปลและเรียบเรียง – chapter 11
จุฬาฯ ขี้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศไทย มาวันนี้ ได้บอกให้สำนักราชเลขาธิการ พิจารณาสถานะของตัวเองให้รอบคอบก่อนที่จะรับเรื่องฎีกาขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายของเสื้อแดง
คนไทยที่คลั่งเจ้าหลายคน มีความสงสัยกับท่าทีของจุฬาฯ เพราะพระราชวินิจฉัยจากราชวังถือว่าเป็นพระราชอำนาจโดยเด็ดขาด และพวกคลั่งเจ้าทุกคนจะต้องเชื่อฟัง
ใน รายการทีวีเมื่อคืนนี้ วิศวกรซึ่งสำเร็จการศึกษาจากจุฬาฯ กล่าวว่า “ผมแม้จะไม่เห็นด้วยกับการยื่นถวายฎีกาให้ทักษิณ แต่ตอนนี้ผมก็ไม่สบายใจกับท่าทีของมหาวิทยาลัยเก่าของผม ในการไปเที่ยวตั้งคำถามกับพระราชวัง และเที่ยวบอกให้พระราชวังทำโน่นทำนี่ ในฐานะที่ผมเป็นคนที่สนับสนุนสถาบันกษัตริย์ การกระทำแบบนั้นถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง”
ก่อนหน้านี้ทาง พระราชวังกล่าวว่า จะอนุญาตให้เข้ายื่นถวายฎีกาเพื่อทักษิณได้ แต่อย่างไรก็ดีบางข่าวกล่าวว่า การยอมรับฎีกานั้นยังไม่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
จุฬาฯ พยายามอย่างหนักในการที่จะยับยั้งการออกมาตอบรับของพระราชวัง จนถึงขั้นที่ทำให้หลายคนสงสัยว่า เป็นเพราะอะไรกัน เนื่องจากจุฬาฯ ขี้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยของไทยซึ่งจะทำตามคำแนะนำทุกประการจากพระราชวัง
แต่ขณะนี้ดูเหมือนว่า จุฬาฯ จะไม่พอใจกับสำนักราชเลขาธิการของพระราชวัง
แหล่ง ข่าวภายในจากแวดวงการศึกษาไทยกล่าวว่า วาระซ่อนเร้นสำหรับจุฬาฯ นั้นไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของทางพระราชวัง แต่เกี่ยวกับหน้าตาของมหาวิทยาลัยในสังคมไทย เนื่องจากจุฬาฯ เป็นตัวตั้งตัวตีรวบรวมบุคคลในแวดวงนักวิชาการต่างๆ เพื่อโจมตีทักษิณมาเป็นเวลานาน
การจำใจยอมรับการที่สำนักราชเลขาธิการที่ออกมารับเรื่องฎีกาขึ้นทูลเกล้า ฯ เป็นเรื่องที่ทำให้จุฬาฯ ขายหน้าเป็นอย่างมาก
ไทย อีนิวส์ซึ่งเป็นแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการของเสื้อแดงได้รายงานว่า “ผมต้องการบอกไปยังนักวิชาการทั้งหลายของจุฬาฯ ที่ออกโรงมาโจมตีว่าการลงชื่อเพื่อถวายฎีกาเป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ไปไกลๆเลย เพราะเรายังยืนยันว่าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และการออกมารับฎีกาเพื่อทูนเกล้าฯ ถวายจากสำนักราชเลขาธิการ เป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับกฎหมาย”
จุฬาฯ ยอมเสียหน้าไม่ได้เนื่องจากเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลอย่างมากทั้งในภาครัฐและ ภาคธุรกิจ หลายๆคนได้กล่าวว่า ก็เพราะแบบนี้ที่ทำให้จุฬาฯ กล้าเสี่ยงที่จะท้าทายการสั่งการจากพระราชวัง
ไทยอีนิวส์กล่าวว่า “อาจารย์เหล่านี้ไม่ยอมทำความเข้าใจว่า เรื่องนี้อาจจะเป็นสัญญาณมาจากพระราชวัง อาจารย์เหล่านี้ต่างหน้ามืดตามัวกับการให้ความสำคัญของตนเอง”
ในแง่ คุณภาพทางวิชาการ จุฬาฯไม่ได้เป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญ และอาจารย์ต่างๆก็ขี้นชื่อว่าถอยหลังลงคลอง ความสำคัญของจุฬาฯ มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น และนั่นคือศิษย์เก่า
ไม่ ว่าศิษย์เก่าจากจุฬาฯ จะทำงานที่ใดในประเทศไทย ต่างก็อยู่ในระดับสูง สาเหตุใหญ่เนื่องมาจากจุฬาฯ ได้ก่อตั้งขี้นมานาน ย่อมมีเครือข่ายที่กว้างขวางและลุ่มลึก นอกจากนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาฯ คิดว่าตัวเองนั้นเป็นชนชั้นสูงของประเทศไทย และพวกเขาต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และคงไว้ซึ่งสังคมปิด
ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงทรงอิทธิพลอย่างมากในประเทศไทย
มหาวิทยาลัย อื่นๆหลายสถาบันต่างปรับปรุงมาตราฐานการศึกษาได้สูงกว่าจุฬาฯ แต่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเหล่านั้นแทบจะไม่มีโอกาสได้ตำแหน่งที่สูง หรือเหนือกว่าผู้ที่จบการศึกษาจากจุฬาฯ ซึ่งมีความสามารถด้อยกว่า และนี่เป็นสาเหตุที่สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับอาจารย์หลายๆคนซึ่งกล่าว ว่า ผู้ที่จบจากจุฬาฯ เป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าของประเทศไทย และสร้างความเสียหายให้กับวงการธุรกิจไทย
มหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุดแห่งนี้ไม่ได้ติดอันดับรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก ไม่เหมือนในประเทศสิงคโปร์ซึ่งไต่อันดับขี้นไปอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของไทยแห่งนี้ ยังคงห้ามจำหน่ายหนังสือ และกดดันบรรดาอาจารย์ที่ไม่เอียงข้างพระราชวังให้ต้องลาออก
เมื่อไม่ นานมานี้ มีสัญญาณบ่งบอกว่าได้มีความพยายามในการปรับปรุงตัวเองขี้น จากการจัดกลุ่มสัมมนาและการจัดการประชุมสาธารณะในเรื่องสำคัญที่มีผลต่อ สังคมไทย อย่างไรก็ตาม จุฬาฯ ได้ยกเลิกการประชุมหลายๆครั้ง ถ้าคนไทยที่มีความเห็นตรงข้ามกับทางจุฬาฯ แสดงความจำนงค์ที่จะเข้าร่วมการประชุมนั้นๆ
ลูกสาวของทักษิณได้เข้า เรียนที่จุฬาฯ และได้รับการต้อนรับจากบรรดาอาจารย์ที่นั่นด้วยคำถามที่มีต่อลูกทักษิณว่า “ยังมีหน้ามาเรียนที่นี่อีกหรือ”
หลังจากนั้นลูกสาวทักษิณต้องออกจาก จุฬาฯ และไปศึกษาต่อที่อังกฤษ สื่อไทยต่างโกรธแค้นกับการที่ลูกสาวของทักษิณได้รับการปฎิบัติและถูกตั้งคำ ถามจากจุฬาฯเช่นนั้น และถามจุฬาฯว่า ลูกสาวของทักษิณมาเกี่ยวอะไรกับการเมืองไทย
แพทย์ หลายๆคนที่จบการศึกษาจากจุฬาฯ ต่างติดป้ายหน้าคลีนิกของตัวเองว่าจะไม่รับรักษาคนไข้ที่เป็นคนเสื้อแดง ในขณะที่เสื้อเหลือง กลุ่มคลั่งเจ้าหัวรุนแรง ทำการประท้วงปิดถนนขัดขวางการจราจร โรงพยาบาลหลายแห่งได้รับความเดือดร้อนจากสภาพการจราจรที่หยุดนิ่ง และรถพยาบาลไม่สามารถนำคนไข้ไปโรงพยาบาลได้ จุฬาฯ กล่าวว่า การประท้วงนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจส่วนใหญ่ในบริเวณที่มีประท้วงต้องปิดกิจการลง เนื่องจากลูกค้าเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังจุดนั้น จุฬาฯ ออกแถลงการณ์ว่า การค้าขายในศูนย์การค้านั้นดีขี้น เพราะผู้ประท้วงหลายๆคนช่วยกันอุดหนุน
จุฬาฯ ก่อตั้งขี้นมาจากกษัตริย์แห่งประเทศไทย ทรงเป็นตัวอย่างที่ประเสริฐที่สุด ที่ว่าพระราชวังไทยต้องเป็นผู้ให้ บางทีอาจต้องยกเว้นกษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน กษัตริย์ภูมิพล กษัตริย์องค์ปัจจุบันทรงเป็นที่เคารพ เนื่องจากการอุทิศชีวิตทั้งชีวิตของพระองค์ ให้กับการพัฒนาภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของประเทศ กษัตริย์ไทยที่ทรงก่อตั้งจุฬาฯ ทรงนำประเทศไทยไปสู่ความทันสมัย เช่น การเลิกทาส การตั้งรัฐบาลตามแนวทางตะวันตก และจัดวางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับประเทศไทย
เจตนารมณ์ของ กษัตริย์ที่ทรงก่อตั้งจุฬาฯ ยังคงสืบต่อมาจนทุกวันนี้ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ได้กลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความสวัส ดิมงคล
อย่างไรก็ดี อาจารย์หลายคนได้ลาออกจากจุฬาฯ หนังสือถูกห้ามจำหน่าย และนิสิตถูกลงโทษ ดูเหมือนว่าจุฬาฯ จะขาดการรับรู้ในเจตนารมณ์ของโลกสมัยใหม่ และยังเกาะติดอยู่กับราชวัง ว่าเป็นเรื่องสำคัญมากไปกว่าเจตนารมณ์ของกษัตริย์ไทยผู้ที่ทรงก่อตั้งสถาบัน นี้ขี้นมา
คู่แข่งคนสำคัญของศิษย์เก่าจุฬาฯ ส่วนใหญ่ก็คือศิษย์เก่าจากธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ก่อตั้งขี้นมาจากปรัชญามุ่งสร้างความก้าว หน้า แต่ในเวลานี้ กลับกลายมาเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด
ปัญหาที่ ว่า ศิษย์เก่าทั้งจากจุฬาฯ และธรรมศาสตร์หลายๆคน ต่างจบลงด้วยการเข้ารับราชการ และยังคงตั้งหน้าตั้งตาแข่งขันกัน ศิษย์เก่าเหล่านี้ยังคงต่อสู้กันในรัฐบาล ผลที่ตามมาก็คือ เกิดการขัดแย้งกันอย่างหนักในรัฐบาลไทยระหว่างตัวการสองพวกนี้ และเป็นการนำไปสู่ การบริการด้วยมาตราฐานต่ำของข้าราชการระดับมืออาชีพ
ที่มาภาษาไทย liberalthai.wordpress.com