กำหนดวางแผงวันที่ 3/11/09
- เจ้าหญิงดอกไม้กับเจ้าชายอสูร เล่ม 1 WATARU HIBIKI 45 บาท
- เจ้าหญิงดอกไม้กับเจ้าชายอสูร เล่ม 2 (เล่มจบ) WATARU HIBIKI 45 บาท
- แปลงโฉมสวยด้วยมนตรา เล่ม 5 KANAKI Shiori 45 บาท
- CRIMSON GRAVE คริมสัน เกรฟ Fate of person who rules the world. Those whom the gods love die young. เล่ม 2 TAISHI MIYAKE / Syu MIYAZAKI 45 บาท
- DUEL MASTERS เล่ม 6 SHIGENOBU MATSUMOTO 45 บาท
- ล้างพันธุ์อสูรกาย The Enchained Spiritual Beast [GA-REI] เล่ม 7 HAJIME SEGAWA 45 บาท

กำหนดวางแผงวันที่ 6/11/09
- HAREM*LODGE ชุลมุนป่วนรัก หอพักอลเวง เล่ม 1 FUJISAWA Shizuki 40 บาท
- ท่านมาเรียมองเราอยู่นะ เล่ม 5 Hoyuki Konno / Satoshi Nagasawa 45 บาท
- โฮตารุ แสงแห่งรัก เล่ม 12 SATORU HIURA 45 บาท
- คาถารักจอมเวทย์ เล่มเดียวจบ MECA TANAKA 40 บาท
- อ้อมกอดคุณหมอที่รัก เล่มเดียวจบ KAWAMARU Shin 40 บาท
- HEY! RIKI ริคิ เล่ม 11 KOUICHI NAGATA / HIROSHI TAKAHASHI 45 บาท
- RALSID! เล่ม 2 NOA GOTSUBO 45 บาท

กำหนดวางแผงวันที่ 10-13/11/09
- HAKOBUNE HAKUSHO อลเวงโรงเรียนต่างเผ่า เล่ม 6 MOYAMU FUJINO 45 บาท
- GIANT ROBO หุ่นยักษ์อหังการ ภาควันสิ้นโลก เล่ม 2 Mitsuteru Yokoyama / Yasuhiro Imagawa / Yasunari Toda 45 บาท
- POKEMON R.S เล่ม 4 ANAKUBO Yasuyuki 45 บาท
- Honey & Clover ฮันนี่ แอนด์ โคลเวอร์ เล่ม 8 UMINO CHICA 45 บาท
- โทยามะ เคียวกะ เล่ม 10 AKAISHI MICHIYO 45 บาท
- ปริศนาตุ๊กตาพิศวง The puppet master Lin เล่ม 8 SHINJI WADA 45 บาท
- เมื่อผมกับเธอ XXX เล่ม 5 AI MORINAGA 45 บาท
- โฮตารุ แสงแห่งรัก เล่ม 13 SATORU HIURA 45 บาท
- STRANGE ORANGE สเตรจ ออเรนจ์ เล่ม 3 (เล่มจบ) Yuuya Asahina 45 บาท
- แก๊งป่วนซ่า กับ ชะตาโองาวะ เล่ม 2 SAKYOU 45 บาท
- มิรุโมะ ภูตจิ๋วจอมยุ่ง เล่ม 9 SHINOZUKA HIROMU 45 บาท
- รักใสๆ กับนายตัวแสบ เล่ม 3 FUJIWARA Yoshiko 45 บาท
- สุภาพบุรุษสองหน้า เล่ม 3 Nao HATOYA 45 บาท
- ห้องกรุ่นไอรัก เล่มเดียวจบ MIYAZONO Izumi 40 บาท

คาดว่าจะวางแผงวันที่ 17-20/11/09
- WORLD EMBRYO เล่ม 4 DAISUKE MORIYAMA 50 บาท
- PILGRIM JAGER รวมพลคนเหนือมนุษย์ เล่ม 4 TOU UBUKATA 45 บาท
- นักสืบจอมโซ้ย เล่ม 11 Disuke Terasawa 45 บาท
- สงครามมหาเวทย์ เล่ม 6 YUNA TAKANAGI / ZEKU TORU 45 บาท
- จิ้งจอกเย็นชากับสาวซ่าเทพจำเป็น เล่ม 1 JULIETTA SUZUKI 45 บาท
- รักเธอ ต้องขอ KISS เล่ม 1 SHIGANO Iori 45 บาท
- มิโดริจังกับเจ้าชายทั้งสิบเอ็ด เล่ม 5 IKEYAMADA Go 40 บาท
- FAIRIAL GARDEN แฟเรียล การ์เดน เล่ม 1 MINENE SAKURANO 45 บาท
- HAREM*LODGE ชุลมุนป่วนรัก หอพักอลเวง เล่ม 2 (เล่มจบ) FUJISAWA Shizuki 40 บาท
- Love Celeb เลิฟ เซเลบ (ฉบับจัดพิมพ์ใหม่) เล่ม 6 SHINJO MAYU 45 บาท
- เจ้าสาวซาตาน The bride of the demon –บทอวสาน - เล่ม 1 ETSUKO IKEDA / YUUHO ASHIBE 45 บาท
- บุปผาคู่บัลลังก์ เล่ม 4 Kairi YURA / Sai Yukino 45 บาท
- Oh! my prince รักวุ่นวาย เจ้าชายที่รัก เล่ม 3 (เล่มจบ) HIROMU MUTO 45 บาท

คาดว่าจะวางแผงในช่วงปลายเดือน
- นินจาเลือดเพชฌฆาต RAPPI RANGAI เล่ม 3 HOSANA TANAKA 50 บาท
- BAROQUE อัจฉริยะข้ามโลก เล่ม 2 YAYOI OGAWA 50 บาท
- รัน สาวน้อยพลังจิต “เมืองที่ตกเป็นเป้าหมาย” ภาคต้น เล่ม 1 ATSUKO ASANO / TOSHITSUGU IIDA 45 บาท
- อาราตะ ตำนานเทพแห่งดาบ เล่ม 1 WATASE Yuu 45 บาท
- อาโอบะ 2 ล้อ มุ่งสู่ฝัน เล่ม 11 GAKU MIYAO 40 บาท
- แอร์สาวห้าวเกินพิกัด เล่ม 1 AYAMEGUMU 45 บาท
- NG ไลฟ์ เล่ม 6 MIZUHO KUSANAGI 45 บาท
- ชมรมรัก คลับมหาสนุก เล่ม 11 BISCO HATORI 45 บาท
- ทำนองรักจังหวะหัวใจ ภาค 2 เล่ม 3 Mayu SHINJO 45 บาท
- THE TOP SECRET ผ่าแผนลวง ล่าปริศนา เล่ม 2 REIKO SHIMIZU
- คู่ต่างไซส์ ใจเต็มร้อย เล่ม 4 MIKU SAKAMOTO 45 บาท
- เจ้าสาวหน้าใสกับเจ้านายไฮโซ เล่ม 1 YUUHI Ryu 45 บาท
- มาเฟียที่รัก (ฉบับจัดพิมพ์ใหม่) เล่ม 1 SHINJO Mayu 45 บาท
- รอยยิ้มสะกิดรัก เล่ม 8 Fukuyama Ryoko 45 บาท
- รักนาย ยอดชายไฮโซ Kiss Hug เล่ม 2 MITSUKI Kako 45 บาท
- โรงเรียนชายหนุ่มสุดป่วน SEIHO HIGH SCHOOL MEN’S!!! เล่ม 2 IZUMI Kaneyoshi 45 บาท
- ลุ้นรัก บ้านพักอลวน เล่ม 3 MIKU SAKAMOTO 45 บาท
- หนุ่มแสบมาช็อตรัก เล่ม 3 MOTOMI Kyosuke 45 บาท
- AKANE SHOW TIME อาคาเนะ โชว์ไทม์ เล่มเดียวจบ YUKA FUJIWARA 40 บาท
- ANGEL TIME แองเจิล ไทม์ เล่มเดียวจบ NATSUMI MATSUMOTO 40 บาท
- รักกัน..หลังคาเดียว เล่มเดียวจบ USAMI Tae 40 บาท
- ลุ้นรัก คุณหนูจอมป่วน เล่มเดียวจบ SHIRAISHI Yuki 40 บาท

สามารถติดตามกำหนดการวันที่ออกที่แน่นอนส่งตรงจากกระทู้ของพี่บีได้ที่นี่และที่หน้าCatalog Index
ที่มา บอร์ดพูดคุยกับพี่บี

แฉ'เวชชาชีวะ'สมคบสื่อโล้นงาบผลประโยชน์ชาติ

ลุงอภิสิทธิ์ผู้นิยมปชป. - นายนิสสัย เวชชาชีวะ นอกจากจะเป็นลุงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นพ่อของนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เล่ากันว่าเขาเป็นคนกดดันให้ลูกชายยุติบทบาททางการเมืองสนับสนุนทักษิณ แล้วยื่นคำขาดให้มาอยู่พรรคเดียวกับนายอภิสิทธิ์ หากยังต้องการใช้นามสกุลเวชชาชีวะอยู่ต่อไป นายนิสสัยเป็นกรรมการอิสระของเนชั่น และเป็นบอร์ดNBCชุดล้างขาดทุนสะสมนำเข้าตลาดหุ้น

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 ตุลาคม 2552

ทำถูกกฎหมายก็ทำได้ แต่เนชั่นเพิ่งจะทำหลังกลต.รับเรื่องลงดาบจ่อฟัน

หลัง จากโฆษณาขายหุ้นจองเนชั่น บรอดแคสติ้ง-NBC อย่างผิดกฎหมายมาโดยตลอด จนประชาชนจำนวนมากร้องเรียนให้กลต.ดำเนินคดีตามกฎหมาย และกลต.ได้เปิดเผยว่าจะเข้าไปตรวจสอบ มาวันนี้ช่วงเวลาราว09.05 น.ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ทางเนชั่นแชนัล ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นครั้งแรกแล้ว โดยในป้ายข้อความโฆษณาขายหุ้นจองNBCนั้น ได้มีการขึ้นข้อความ"คำเตือน:การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง นักลงทุนพึงศึกษารายละเอียดจากหนังสือชี้ชวน"

ทุนสามานย์? - ไม่ใช่เพียงทัศนะการเมืองที่ไปทางเดียวกันของสุทธิชัย หยุ่นกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้น แต่เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน โดยฝ่ายอภิสิทธิ์ให้เวลาฟรีทีวีแทบทุกช่องกับประเคนโฆษณาให้ ส่วนเนชั่นเป็นองครักษ์คอยพิทักษ์ปกป้องและเป็นกองเชียร์ ทั้งหมดนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนสำคัญกับผลประโยชน์ของสาธารณชนชาวไทย นั่นคือภาษีและทรัพยากรของประชาชน-ของรัฐตกไปเป็นของเนชั่น ส่วนเนชั่นก็ไม่ได้ทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านที่ซื่อสัตย์อีกแล้ว แต่เป็นหมาบ้าที่กัดทุกคนหากข้องแวะกับอภิสิทธิ์

นามสกุลเวชชาชีวะเป็นกรรมการNBCชุดล้างเน่าแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) -NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และเจ้าของรายการโทรทัศน์เครือเนชั่นทางฟรีทีวีแทบทุกช่อง ซึ่งกำลังนำเสนอขายหุ้นจองต่อประชาชนในช่วงนี้ยังมีเรื่องอื้อฉาวไม่้เว้น แต่ละวัน นอกเหนือจากการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อของตนเองอย่างน่าเกลียด และผิืดกฎหมายเพราะไม่ขึ้นคำเตือนเรื่องการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แถมนายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวอื้อฉาวเครือเนชั่นยังโฆษณาเกินจริงว่า"หากใครจองซื้อNBCก็จะรวย ไม่รู้เรื่อง รวยเละ"แล้ว ยังมีข้อครหาว่าอิบแอบแนบชิดกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในลักษณะต่างตอบแทนกันทางผลประโยชน์ด้วย

โดยเนชั่นได้ผลประโยชน์จาก การเข้าไปจัดรายการทางฟรีทีวีช่องต่างๆ และได้ผลประโยชน์จากงบโฆษณาที่รัฐบาลจัดให้ ทำให้งวด6เดือนแรกปีนี้มีรายได้จากสื่อโทรทัศน์วิทยุพุ่งขึ้นกว่าปีก่อน16% ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมเดียวกันทรุดฮวบลง13% สอดคล้องกับที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้ืชื่อว่าซื้อสื่อโฆษณามากเป็นอันดับที่ 2เหนือกว่าบริษัทหรือสินค้าชื่อดังทั้งหลาย ตามที่ไทยอีนิวส์เสนอไปแล้ว แลกกับการที่เนชั่นทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์อภิสิทธิ์และเป็นกระบอกเสียงให้

ภาษาข่าว-เมื่อ พูดถึงอดีตนายกฯทักษิณ นักเล่าข่าวจอมอื้อฉาวอย่างกนกจะใช้คำว่า"ทักษิณ"หรือ"นักโทษชายทักษิณ" แต่เมื่อพูดถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เขาจะใช้คำว่า"ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์" และเมื่อพูดถึงพลเอกเปรมเขาจะใช้คำว่า"พณะท่านพลเอกเปรม" ล่าสุดวานนี้กนกบอกว่าเหตุที่โพลล์สำรวจคะแนนนิยมรัฐบาลและผู้ว่ากทม.ออกมา ต่ำก็เพราะพวกโพลล์ไปทำสำรวจตอนที่มีข่าวลบกับรัฐบาลอย่างข่าวทุจริต ควรไปสำรวจช่วงปีใหม่ที่ประชาชนอารมณ์ดี คะแนนของ"ท่านนายกรัฐมนตรี"จะสูงแน่นอน

ล่าสุดเราตรวจสอบพบด้วย ว่า ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งเป็นวันที่NBCได้มีมติล้างขาดทุนสะสมทางบัญชี และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนนั้นมีชื่อนายนิสสัย เวชชาชีวะ เป็นกรรมการบริษัทอยู่ด้วย เช่นเดียวกับที่นายสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งตอนนั้นเป็นประธานบริษัทNBC แต่ต่อมาชื่อของทั้งคู่ก็หายไปอย่างปริศนา ไม่มีรายชื่อในคณะกรรมการNBCชุดปัจจุบัน

คณะกรรมการของ NBC ณ วันที่ 10กุมภาพันธ์ 2552

รายชื่อ ตำแหน่งใน NBC

คุณสุทธิชัย แซ่หยุ่น ประธานกรรมการ
คุณธนะชัย สันติชัยกูล กรรมกา และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ
*คุณนิสสัย เวชชาชีวะ กรรมการ
คุณปกรณ์ บริมาสพร กรรมการ
คุณปณต วิเลปสุวรรรณ กรรมการ


*ปัจจุบันนายนิสัย เวชชาชีวะ ยังเป็นกรรมการอิสระในเนชั่นมัลติมีเดีย(NMG)บริษัทแม่ของNBC( คลิ้กดู )
ที่มา:สารสนเทศ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ส่วนคณะกรรมการของ NBC ณ ปัจจุบันนี้ ประกอบด้วย
นายธนะชัย สันติชัยกูล ประธานกรรมการ
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ
*นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล กรรมการ
นางสาวเอี่ยมศรี บุญหชัยรัตน์ กรรมการ
นางสาวนภาพร เอื้อเฟื้อ กรรมการ
ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ
นายเมธา สุนทรจิตร์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
นายศิวะพร ชมสุวรรณ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ


*ภรรยานายกนก รัตน์วงศ์สกุล ซึ่งเป็นผู้บริหารNBCในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว
ที่มา:เวบไซต์ของNBC

ลุงของอภสิทธิ์ เวชชาชีวะซี้ปึ้กโล้นยังนั่งเป็นบอร์ดบริษัทแม่NBC

ปัจจุบัน นี้นายนิสสัย เวชชาชีวะ ยังคงเป็นกรรมการอิสระในเนชั่นมัลติมีเดีย (NMG) บริษัทแม่ของNBC โดยนายนิสสัย เป็นพี่ชายของนายแพทย์อรรถสิทธื์ เวชชาชีวะ(บิดาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) จึงมีศักดิ์เป็นลุงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายนิสสัยเป็นบิดาของ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ ซึ่งเคยสังกัดพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มีคอลัมนิสต์ไทยรัฐ คือ"เหล็กน้ำพี้"เคยนำเสนอว่านายนิสสัยเป็นผู้กดดันให้นายสุรนันท์ต้องลาออก จากสมาชิกพรรคไทยรักไทย และยื่นคำขาดให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขานิยมอยู่ หาไม่แล้วนายสุรนันท์ก็ต้่องเลิกใช้นามสกุลเวชชาชีวะ หรือนายนิสสัยอาจไปลงบัญชีปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาธิืปัตย์เสียเอง แต่นายสุรนันท์สนองเพียงยุติบทบาทในไทยรักไทย แต่ไม่ยอมสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิืปัตย์ (อ่านรายละเอียด คลิ้ก )

เปิดมติที่ประชุมฟอกเน่าเนชั่นทีวีชุดนิสสัย เวชชาชีวะรวมหัว

เนชั่นรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ10กุมภาพันธ์2552(คลิ้กดูรายละเอียดที่นี่)ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2552 ของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "NMG") ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีมติเอกฉันท์

(i) อนุมัติแผนการนำบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ("NBC") เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ NBC ให้แก่ประชาชนและบุคคลทั่วไป (IPO)(รวมทั้งผู้ถือหุ้นสามัญของ NMG) จำนวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 29.41ของทุนชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้

(ii) อนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียนของ NBC จาก 240,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 120,000,000 บาท โดยการลดจำนวนหุ้นลง เป็นจำนวน 12,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

(iii) อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของ NBC จากมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท

(iv) อนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของ NBC จาก 120,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 170,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เพื่อขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ NMG และแก่ประชาชนทั่วไป เป็นจำนวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท

(v) อนุมัติการแปรสภาพ NBC จากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชน

(vi) อนุมัติให้นำหุ้นของ NBC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์ฯ

(vii) อนุมัติการขายหุ้นสามัญที่บริษัทฯ ถืออยู่ใน NBC จำนวนไม่เกิน15,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท พร้อมกับการทำ IPO ของ NBC

(viii) อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ NBC ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive Right) จำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.76 ของทุนชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้

(ix) อนุมัติให้เสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแผนการนำ NBC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Spin-off) โดยภาพรวม โดย NBC จะดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 120,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน170,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนและบุคคลทั่วไป (รวมทั้งผู้ถือหุ้นสามัญของ NMG) ทั้งนี้ แผนการ Spin-off นี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ NBC อนุมัติ

(x) อนุมัติให้เสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการกำหนดสัดส่วนการ ให้สิทธิในการจองซื้อหุ้นที่ออกใหม่ของ NBC จำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.76 ของทุนชำระแล้วทั้งหมด ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive Right)

 

เนชั่นหักเหลี่ยมจึงรุ่งเรืองกิจ NBCที่มั่นใหม่หยุ่น

ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา - เนชั่นตั้งราคาขายตึกไว้ที่1,380ล้านบาท สุดท้ายขายได้เพียง955ล้านบาทเมื่อปีกลาย แต่ยังไม่ทำให้กิจการดีขึ้น งวดครึ่งปี52นี้NMG-เนชั่นมัลติมีเดียขาดทุน111ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องห่วงเพราะเนชั่นทีวี-NBC ที่เป็นบริษัทลูกกลับมีกำไรแทนที่ ด้วยเส้นสายแน่นปึ๊กกับรัฐบาลในลักษณะ"ต่างตอบแทน" และก็กำลังนำหุ้นออกขายเพื่อเข้าตลาดหุ้น11พ.ย.นี้ ส่วนNMGมีพวก"จึงรุ่งเรืองกิจ"ติดดอยอ่วมอรทัยไปแล้ว เพราะหลงเชื่อใครบางคน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ตุลาคม 2552

"จึง รุ่งเรืองกิจ"โอดครวญเสียท่า ถูกประธานเนชั่นหว่านล้อมให้เข้ามาซื้อหุ้นเนชั่นมัลติมีเดีย(NMG) หลังเกี่ยวดองผ่านการแต่งงานหวังเป็นทองแผ่นเดียวกัน จากนั้นโดนตลบหลังโชว์ผลขาดทุนอ่วม แถมขายตึกNATION TOWERทิ้ง จนไม่เหลืออะไรมีค่าแล้ว ตอนนี้ขาดทุนทางบัญชี50%ติดแหง็กบนดอย พ้นทุนเมื่อไหร่ขอขายทิ้งสาปส่ง เผยของดีๆมีกำไรยักย้ายไปให้NBCบริษัทลูกหมด สุดท้ายบริษัทแม่ทำสิ่งพิมพ์กำลังกลายเป็นอดีต ส่วนอนาคตคือเนชั่นทีวี ใครสนับสนุนคนข่าวดีๆมีคุณค่าแบบนี้เชิญรีบจองหุ้นNBCเผื่อจะ"รวยเละ"แบบกนก โฆษณาไว้

สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่NMG:บริษัท ไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของสมพร: เราเข้ามาซื้อหุ้นNMGเพราะพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ไม่ใช่เพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร ไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลย ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ

บริษัทแม่เนชั่นกำลังทรุด แต่เนชั่นทีวีคืออนาคตของสุทธิชัย หยุ่น?

ผู้ ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจสื่อสารมวลชนเคยตกตลึงเมื่อเครือเนชั่น ของสุทธิชัย หยุ่น ประกาศขายตึกเนชั่นที่บางนาเพื่อชำระหนี้ ถึงกับทำให้นายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นขมิ้นกับปูนกับสื่อถึงกับ"โพล่ง"ออกมาในช่วงเขาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า"เนชั่นขายตึกใช้หนี้ กำลังล้มละลายแล้วหรือ?" ต่อมามีสื่อบางฉบับลงข่าวทำนองว่าเนชั่นมีฐานะกิจการสั่นคลอน ซึ่งในที่สุดก็ต้องลงแก้ไขข่าวในที่สุด เพราะเนชั่นมีการดำเนินการตามกฎหมาย และต้องลงข่าวแก้ไขว่าฐานะกิจการยังมั่นคงแข็งแรงดี

จากการตรวจสอบ ของไทยอีนิวส์พบว่า ก็น่าให้นายสมัคร หรือสื่อบางฉบับตั้งข้อสงสัยทำนองนั้นได้ เพราะเวลาไล่เลี่ยกันนั้นหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้ขายตึกออกมาชำระหนี้ และดูเหมือนฐานะกิจการจะไม่มั่นคงดังแต่ก่อน เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ฐานเศราฐกิจถึงกับต้องปลดพนักงานออกชุด ใหญ่ 60 คน สะท้อนถึงฐานะกิจการได้ดี

เนชั่นก็มีการเปิดโอกาสให้ พนักงานเกษียณโดยสมัครใจเช่นกัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นปลดชุดใหญ่แบบฐานเศรษฐกิจ เนชั่นพยายามหาเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการทุกทาง แม้แต่พาทัวร์ไปไหว้แดนพุทธภูมิที่อินเดีย จัดกิจกรรมสอนคนที่อยากเป็นนักข่าวแล้วเก็บเงินค่าอบรม หรือประเภทที่ว่าหาได้ทางไหนก็ต้องเอา แม้เป็นเงินเล็กเงินน้อย อย่างขายวีซีดีสุทธิชัยไปเที่ยวต้นแม่น้ำโขง เป็นอาทิ

สิ่งที่ทำให้ เนชั่นต่างจากฐานเศรษฐกิจก็คือ"เส้นสาย"และการแทงข้างทางการเมืองที่ชัดเจน และเนชั่นอยู่ข้างชนะในที่สุด ผลจึงปรากฎว่าหลังรัฐประหาร19กันยา เนชั่นได้เข้าไปทำรายการฟรีทีวีแทบทุกช่อง คือ 3 5 9 11 (ไม่นับTPBSที่เทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่น เข้าไปบริหารเต็มตัว) เพราะการเอื้อเฟื้อต่างตอบแทนจากผู้มีอำนาจทางการเมือง รวมไปถึงงบการโฆษณาจากรัฐบาลที่ทุ่มเทมาให้ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ(event)ที่ค่ายเนชั่นแทบจะผูกขาดเหมาจัด และถ่ายทอดสดผ่านทีวีเนชั่น แล้วเก็บเงินจากรัฐบาลเป็นกอบเป็นกำ

แต่จุดสำคัญของเรื่องนี้คือ ผลประโยชน์นั้นตกกับบริษัท เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCที่เนชั่นกำลังขายหุ้นจองในช่วงนี้ และจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดMAIในวันที่11พ.ย.นี้ ไม่ได้่ตกเป็นผลประโยชน์ของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือNMG บริษัทแม่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทร้พย์มาก่อนแต่อย่างใด

หาก คุณรักสุทธิชัย หยุ่น และเด็กๆของเขาอย่างกนก ธีระ จอมขวัญ และรักค่ายเนชั่น นี่เป็นโอกาสอันดีที่ควรซื้อหุ้นNBCเพื่อส่งเสริมการหา"ฟูกนิ่มๆ"สำหรับ คนเหล่านี้ ส่วนNMGนั้นไม่ต้องห่วง เพราะมีพวกตระกูล"จึงรุ่งเรืองกิจ"มหาเศรษฐีแบกรับภาระไว้ด้วยความอ่วมอรทัย ชนิดที่กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก ได้แต่กลอกตา

สมาคมนักข่าวยืนยันเนชั่นอาการแย่ พนักงานเผยขวัญระส่ำ

ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปีนี้มีผลกระทบต่อธุรกิจสื่อสารมวลชนหลายค่าย รวมทั้งเครือเนชั่นที่ได้เปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจลาออก(เออลี่รีไทร์)มา หลายรอบแล้ว

พนักงานเนชั่นรายหนึ่งที่ขอสงวนนามได้ยินดีเปิดเผยกับ "ไทยอีนิวส์"ว่า ยอดขายสิ่งพิมพ์ในเครือตกหนักมากในช่วง4ปีมานี้ ทั้งหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษTHE NATION หนังสือพิมพ์คมชัดลึก กรุงเทพธุรกิจ และเนชั่นรายสัปดาห์ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน เนื่องจากคนใน2ภาคดังกล่าวมองว่าเครือเนชั่นเลือกที่จะเอียงข้างฝ่ายอำมาตย์ และรัฐบาลประชาธิปัตย์ มีอคติต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้สนับสนุนทักษิณ รวมทั้งพวกเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง

"ยอดขายแย่ มาก ขนกลับมากองพะเนินตลอด พนักงานเนชั่นขวัญกำลังใจตกต่ำมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเองต้องโดนบีบออก ขนาดบริษัทขายตึกที่บางนาแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพการณ์ดีขึ้นเลย"พนักงานเน ชั่นกล่าว

ขณะนี้เนชั่นต้องหารายได้ทุกทาง เช่น การจัดทัวร์ไปเที่ยวไหว้พระตามรอยพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย การจัดโครงการสอนอบรมนักข่าวเพื่อหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการ แต่ที่ได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆคือการจัดอีเว้นต์ให้กับรัฐบาลชุดนี้ และโฆษณาผ่านรายการที่รัฐบาลให้เวลาไปทำทางฟรีทีวีช่องต่างๆหลังรัฐประหาร 19กันยา แต่เนชั่นไปบันทึกลงบัญชีเป็นกำไรของNBCที่เป็นบริษัทลูก ส่วนNMGที่เป็นบริษัทแม่แสดงผลขาดทุน

ขายตึกเนชั่นหวังฟัน1,380ล้าน แต่จบที่ราคา955ล้าน

เมื่อ วันที่ 2 5มกราคม 2551 วงการสื่อก็ตกตลึง เมื่อนายธนะชัย สันติชัยกูล กรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)-NMG เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีมติอนุมัติขายสินทรัพย์ของบริษัทรวมมูลค่า 1,379.75 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ที่ดิน 4 ไร่ 3 งาน 72 ตร.ว. พร้อมอาคารสำนักงานใหญ่ พื้นที่รวม 14,212 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ซึ่งเป็นห้องชุดจำนวน 191 ห้องชุด พื้นที่รวม 44,950.32 ตารางเมตร ในอาคารชุดชื่อ อาคารชุดเนชั่นทาวเวอร์

นายธนะชัยกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการขายสินทรัพย์ดังกล่าว เพื่อการปรับปรุง process ในการดำเนินงาน และเพื่อนำเงินที่ได้รับไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินและลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น

ต่อมา NMG แจ้งว่า ได้ลงนามในสัญญาจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท ในส่วนที่เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ (พร้อมด้วยที่ดินที่อาคารตั้งอยู่) และพื้นที่สำนักงานซึ่งเป็นห้องชุดในอาคารเนชั่น ทาวเวอร์แล้ว โดยขายให้กับบริษัท ช.ชนะอนันตพาณิชย์ จำกัดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 30 เมษายน 2551 มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน 955 ล้านบาท ชำระเงินงวดเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์

การขายตึกครั้งนี้เน ชั่นขายถูกกว่่าที่ตั้งไว้ถึง 425 ล้านบาททีเดียว สำหรับบริษัทช.ชนะอนันต์ เป็นกิจการในเครือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้วงการสื่อมองว่าเนชั่นน่าจะถูกกดราคาลงมากเพราะ "ร้อนเงิน"

ขายตึกแล้วแต่NMGอาการหนักกว่าเก่าขาดทุนเพิ่ม แต่บริษัทลูกทำทีวีรวยขึ้่น

ผู้ บริหารNMGบอกว่าหลังขายตึกแล้ว ในงวดปี2552น่าจะพลิกมาเป็นกำไร แต่เรื่องจริงคือครึ่งแรกปี2552นี้ขาดทุนหนักกว่าเก่า ในงวด6เดือนแรกปีนี้ บริษัทแจ้งผลขาดทุนสุทธิ 111 ล้านบาทจากปีก่อนกำไรสุทธิื1.11ล้านบาท

NMGแจ้ง ว่า สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มีขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิและอื่นๆจำนวน 68.22 ล้านบาท หากรวมภาษีเงินได้ 16.17 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิ 25.03 ล้านบาท
และรายการตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยของสินค้าคงเหลือ 1.51 ล้านบาท ผลประกอบการสำหรับ 6 เดือนแรกของปี2552 จะแสดงเป็นขาดทุน 110.93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไร 1.11 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานของบริษัทมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

ราย ได้จากการขายและบริการในช่วง 6 เดือนแรก 2552 ลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2551 เนื่องจาก รายได้จากการขายโฆษณาลดลงร้อยละ 27 โดยมาจากรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 36 เพราะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ในขณะที่รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และรายได้จากการให้บริการข่าวสารและโฆษณาผ่านสื่อระบบอิเลคทรอนิคส์ลดลงร้อย ละ 8 นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 19 โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ลดลงร้อยละ 8 และรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คส์และการ์ตูนลดลงร้อยละ 33 นอกจากนี้รายได้จากบริการด้านการพิมพ์ การเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ และบริการรับขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 35

สุทธิชัยเจอฟูกนิ่มNBCรองรับ แต่"จึงรุ่งเรืองกิจ"ติดดอยบ่นอุบ

คน ทั่วไปมักเข้าใจว่าสุทธิชัยถือหุ้นใหญ่NMG แต่ความจริงเป็นสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งไทยซัมมิต ออโตพาร์ต บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นพี่สะไภ้ของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

คนมักเข้าใจผิดอีกว่า ทักษิณ ชินวิตร เป็นแบ็คให้สุริยะกับพวกจึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาซื้อNMGเพื่อเทกโอเวอร์กิจการเนชั่น เพราะหมั่นไส้ที่ถูกเนชั่นตามล้างตามราวี

สรุปคือผิดทั้ง 2 เรื่อง

รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่NMG : บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 10 มีนาคม 2552

ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวนหุ้น (หุ้น) % หุ้น

1. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 27,093,300 16.44

2. นางมยุรี สุขศรีวงศ์ 16,972,938 10.30

3. นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ 16,272,309 9.88

4. นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 14,600,054 8.86

5. DOW JONES & COMPANY 12,000,000 7.28

6. นายทวีฉัตร จุฬางกูร 8,000,000 4.86

7. นายนิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ 4,485,878 2.72

8. นางสุภาภรณ์ ชื่นวิจิตร 3,641,911 2.21

9. บริษัท กรีนสยาม จำกัด 3,184,779 1.93

10. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 3,053,883 1.85

11. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,500,000 1.52

12. น.ส.สุมาลี ธารพิพิธชัย 2,400,000 1.46

13. นายเอกวุฒิ เนื่องจำนงค์ 2,400,000 1.46

14. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,349,600 1.43

15. นางสุภา สุพรรณธะริดา 2,097,200 1.27

16. น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 2,000,000 1.21

17. นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์ 1,900,000 1.15

18. นายสมศักดิ์ วรรณสินธพ 1,660,000 1.01

19. MELLON NOMINEES (UK) 1,630,188 0.99

20. นายปราบดา หยุ่น 1,319,739 0.80

21. นายยรรยง ภัทรเลาหะ 1,251,800 0.76

22. นางชุลีวรรณ วิวัฒนาเกษม 1,200,000 0.73

23. นายศิริชัย จรุงสถิตพงศ์ 1,164,600 0.71

24. นายพิชัย จิราธิวัฒน์ 1,063,946 0.65


นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง NMG กล่าวเปิดเผยว่า กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเข้าไปซื้อหุ้นเนชั่นตั้งแต่ปี 2546 ด้วยเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาท และปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 20% นั้น หากราคาหุ้นเนชั่นขึ้นมาถึงต้นทุนที่ราคา 10 บาทต้นๆ ก็พร้อมจะขายทิ้ง แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมขายขาดทุนแต่อย่างใด

ราคาปิดของNMGเมื่อวันที่ 29ตุลาคม2550คือ5.50บาท ซึ่งหากนางสมพรต้องการขายที่ราคาทุน10บาทต้นๆก็แปลว่าเวลานี้น่าจะขาดทุนทาง บัญชีอยู่กว่า50%

สาเหตุที่ตัดสินใจอยากขายหุ้นเนชั่นทิ้ง นางสมพร กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น แต่บริษัทไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ทั้งนี้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนร่วมบริหารแต่อย่างใด

“ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น” นางสมพร กล่าว

นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของนางสมพร และหลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีที่ใกล้ชิดทักษิณคนหนึ่ง และเขาเป็นผู้ถือหุ้นเนชั่นมัลติมีเดียอยู่ด้วย เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารสารคดี ถึงเบื้องหลังการเข้าไปซื้อหุ้นNMGว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ คือพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ผมคิดว่าไม่มีอะไรซับซ้อน คือไม่มีเหตุผลเชิงธุรกิจ คุณแม่ไม่ได้ต้องการซื้อหุ้นเนชั่นเพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร และตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงวันนี้ มันไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลยว่าจะซื้อเพื่อทำกำไร หรือเพื่อเข้าไปยึดครอง

"คืออย่างนี้ครับ ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ ผมคิดว่าด้วยความเป็นสื่อ อย่างแรกที่สุดคุณจะต้องมีภาพลักษณ์อะไรบางอย่างในการที่จะเข้าไปบริหารสื่อ ได้ และเรารู้อยู่แล้วว่าด้วยภาพลักษณ์ด้วยนามสกุลของเรา เราไม่สามารถเข้าไปได้ เราไม่ได้คิดว่าจะซื้อเพื่อเข้าไปยึดครอง ทั้งหมดนั้นเป็นความเข้าใจผิดของคนอื่น"

ฐานเศรษฐกิจไม่มีเส้นต้องปลดพนักงานรวดเดียว60คน

กิจการ สื่อมวลชนอีกรายที่มีปัญหาจนต้องขายตึกคือฐานเศรษฐกิจ โดยตอนแรกได้ขายอาคารฐานเศรษฐกิจ 2 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร ที่ในบริเวณใกล้กันกับตึก1ให้กับบริษัท คอม-ลิ้งค์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่อาคาร ไอ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น ถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

ต่อมา บมจ. เจ-มาร์ท ได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เข้าซื้ออาคารฐานเศราฐกิจตึก1 เนื่องจากฐานเศรษฐกิจ มีเจ้าหนี้คือ ธนาคารกรุงเทพ มีมูลหนี้ประมาณ 800 ล้านบาท และการเจรจาซื้อ อาคารฐานเศรษฐกิจครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนการแก้ไขปัญหาหนี้ของบริษัท

ศูนย์เฝ้าระวังการ คุกคามสื่อฯรายงานว่า ภาวะทางเศรษฐกิจที่สั่นคลอนในขณะนี้ ทำให้ภาคธุรกิจหลายส่วนต้องปรับตัวให้อยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่วงการธุรกิจสื่อมวลชน ล่าสุดบริษัทหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมาจำนวน 60 คน

งานเลี้ยงอำลา-บรรยากาศงานเลี้ยงอำลาพนักงานหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจที่ถูกบอกเลิกจ้าง 60 คนในคราวเดียวกัน

นาย ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจให้ข้อมูลว่า บริษัทได้บอกเลิกจ้างพนักงาน 60 คนจริง ซึ่งไม่ใช่นักข่าวทั้งหมด มีพนักงานของแผนกอื่นรวมอยู่ด้วย

สำหรับสาเหตุที่ต้องเลิกจ้าง เพราะปัญหาสภาวะทางการเงินของบริษัทที่มีรายจ่ายมากกว่ารายได้จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยปรับลดขนาดองค์กรเพื่อให้อยู่ได้ และการปรับลดพนักงานครั้งนี้ทางบริษัทได้จ่ายค่าชดเชยตามกฏหมายแรงงาน ซึ่งต้องดูตามอายุงานพนักงานแต่ละคน แต่การจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานนั้น ทางบริษัทไม่สามารถจ่ายครั้งเดียวได้ จึงจำเป็นต้องขอผ่อนจ่ายเป็นรายงวด

ศูนย์ เฝ้าระวังการคุกคามสื่อฯกล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายในรอบปีนี้ ไม่เพียงบริษัทฐานเศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องเลิกจ้าง พนักงานเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ บริษัทจีจีนิวส์เน็ตเวริ์ค หรือคลื่น บิสิเนสเรดิโอของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ก็ต้องปิดตัวลงเพราะภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน รวมถึงเครือเนชั่นก็มีการเปิดให้พนักงานเออลี่รีไทร์มาหลายรอบ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 ตุลาคม 2552

ในรายการ "เก็บตกจากเนชั่น"ทางเนชั่นทีวีเช้าวันนี้ ได้มีการขึ้นข้อความ"ติดต่อจองซื้อหุ้นเนชั่น"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ แม้มีประชาชนร้องเรียนก.ล.ต.ว่าเนชั่นทำผิดกฎหมายของก.ล.ต.ที่กำหนดว่าในการ โฆษณาชี้ชวนขายหุ้นใหม่นั้นต้องขึ้นข้อความคำเตือนว่า"การลงทุนย่อมมีความ เสี่ยง"ควบคู่กันในขนาดตัวอักษรเท่ากับข้อความโฆษณาด้วย ซึ่งเป็นพฤติการณ์อันท้าทายกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง

ทั้งนี้เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น(NBC)จะเริ่มเปิดขายหุ้นจองในวันพรุ่งนี้(28ต.ค.)เป็นต้นไป

หลัง จากสำนักงานคณะักรรมการ กลต.เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียนที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวค่ายเนชั่น และเนชั่นทีวีมีพฤติการณ์พูดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่นคือNBCอันอาจเข้า ข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ล่าสุดมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคอการเมืองนักท่องอินเตอร์เน็ตในเวบบอร์ ดประชาไทว่า แม้อยากให้กลต.เร่งฟันคนทำผิด แต่ก็กลัวจะเป็นการ"เงื้อค้าง"เสียมากกว่า เพราะเจอกับผู้กระทำผิดเส้นใหญ่อย่างเนชั่นที่ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์มา ร์ค-เปรม น่าจะมีการปกป้องพวกเดียวกัน

ชุมชนสนทนาบอร์ดประชาไทวิพากษ์วิจารณ์ว่า ขอให้กลต.เอาจริงตามกฎหมายโดยเคร่งครัดด้วย เพราะตอนนี้คนเชื่อกันว่าอาจทำอะไรได้ไม่ถนัด

"อย่าง เนชั่นมีหรือว่ามันจะไม่รู้ว่าผิดกฏหมาย ถ้ากล้าทำก็แปลว่าเตรียมช่องให้ออกแล้ว ยุคนี้กฏหมายมีที่ไหนมีแต่กฏหมู่"นักท่องเน็ตคอการเมืองรายหนึ่งแสดงความ เห็น

"สงสัยกลต.คงได้แต่เงื้อง่าราคาแพง จนแรงหมดไปเองละมั้ง"คอการเมืองอีกรายระบุ

อย่างไรก็ตามหลายคนก็ยังแอบหวังว่ากลต.จะไม่เป็นเสือกระดาษ ลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายจริงๆให้นายกนกไปเข้าคุกจริงๆตามกฎหมาย

ขณะ ที่อีกรายกล่าวให้ความเห็นว่า แม้มีการทำผิดกฎหมายขนาดนี้ แล้วไม่ยอมเอาผิดตามกฎหมายเพราะเนชั่นมีเส่้นเป็นพรรคพวกบริวารของเปรม เป็นองครักษ์พิทักษ์มาร์ค แต่เสื้อแดงต้องรวมพลังกันบอยคอต "ต่อให้หุ้นของมันเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ขอบอกว่า
หุ้น Nation น่ะชาวเสื้อเเดงไม่ซื้อเว้ย"

กลต.รับเรื่องร้องเรียนเนชั่นปั่นหุ้นNBCรวยเละแล้วเตรียมเงื้อดาบฟัน

นาง จารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำหกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐในการกำกับควบคุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับหุ้น ได้มีหนังสือแจ้งมายังประชาชนที่ร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการก .ล.ต.จำนวนมาก เพื่อชี้เบาะแสและให้ดำเนินคดีต่อผู้บริหารเครือเนชั่น โทษฐานปั่นหุ้น,ประกาศโฆษณาชี้ชวนซื้อหุ้นจองเครือเนชั่นคือNBCอันเป็นเท็จ หรืออำพรางให้นักลงทุนเข้าใจผิด อันเป็นการกระซึ่งไม่เป็นธรรม

เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาด เตือนแมงเม่าจองซื้อต้องระวัง ปัจจัยเสี่ยงการเมืองพลิกขั้ว

*ทำผิดกฎหมายโฆษณาขายหุ้นออกสื่อเนชั่นโจ่งครึ่ม

ไทย อีนิวส์นได้นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวโทรทัศน์สังกัดเนชั่น และยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยเมื่อวันพุธก่อนนายกนกพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันอาจเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ต่อมาเมื่อถูกทักท้วง ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นก็ไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นแล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

โดยเมื่อวันพฤหัสฯก่อน เนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

*เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าขาดทุนบักโกรกกลายเป็นกำไรชั่วพริบตาก่อนแต่งตัวเข้าตลาด

ไทย อีนิวส์ได้ตรวจสอบดูงบการเงินของNBCว่าดีถึงขั้นจะทำให้ผู้จองซื้อหุ้นตัว นี้มีโอกาส"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว"ดังที่นายกนกพูดโฆษณาชี้ชวนหรือไม่ ก็พบว่า นายกนกอาจพูดเกินจริง หรือกระทั่งเข้าข่ายพูดจาอันเป็นเท็จ เพราะบริษัทนี้ไม่กี่ปีก่อนจะ"แต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาด"ฐานะย่ำแย่ถึง ขั้นส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ มียอดขาดทุนสะสมจำนวนมาก โดยเมื่อสิ้นปี2549 มียอดขาดทุนสะสมอยู่ถึง163ล้านบาท ขณะที่มีทุนจดทะเบียน140ล้านบาท ณ ปีนั้น

อย่าง ไรก็ตามก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง2เดือน บริษัทใช้กลวิธีทางบัญชีทำให้ยอดขาดทุนนั้นหายวับไปกับตา โดยการลดทุนจดทะเบียนลง จากนั้นก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือมาเป็นกำไรในทันควันเมื่อสิ้นงวดครึ่งปี 2552นี้

พอแต่งตัวเข้าตลาดในปี50พลิกจากขาดทุนอ่วมมาเริ่มกำไร แต่ยอดขาดทุนสมบักโกรก

งบการเงินงวดสิ้นปี2550ของNBC (รายละเอียด คลิ้ก ) มีผลขาดทุนสะสมจำนวน 153 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสะสมในปีก่อนที่ขาดทุนสะสม163ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นจากที่เคยติดลบ23.8ล้านบาท พลิกมาเป็นบวก86ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิสิ้นปี50เป็นบวก10.6ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนสุทธิ41.8ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น0.54บาท จากขาดทุนต่อหุ้น3.1บาท

ส่วนงบการเงินงวดสิ้นปี2551 (รายละเอียด คลิ้ก )บริษัทรายงานว่ายอดขาดทุนสะสมลดลงเหลือ126.3ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มเป็น26.9ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มเป็น1.12บาท

เสกได้ดังใจนึกจากขาดทุนสะสมบานกลายเป็นกำไร

งบการเงินของNBCงวดล่าสุด คือสิ้นสุดไตรมาส 2/2552 สิ้นสุด30มิถุนายน ( รายละเอียด คลิ้ก )

18 กุมภาพันธ์ 52 ลดทุนจาก240ล้านบาท เหลือ120ล้านบาท โดยลดจำนวนหุ้นลงเหลือ12ล้านหุ้น ราคาพาร์10บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

21เมษายน52แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนตลาดMAI ลดราคาพาร์เหลือ1บาท แตกออกเป็น120ล้านหุ้น

จากนั้นเพิ่มทุนจาก120ล้านบาท เป็น170ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่50ล้านหุ้น รวม50ล้านบาท

ใน จำนวนดังกล่าวนี้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน20ล้านหุ้นให้NMGหรือเนชั่นมัลติมีเดียก รุ๊ป ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่99.99%ให้กรรมการและผู้บริหาร42,129หุ้น และนำมาขายประชาชนทั่วไป 30 ล้านหุ้น รวมทั้งNMGนำส่วนที่ถืออยู่มาขายด้วยรวม65ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ2.90บาท คาดว่าหากขายหมดจะได้เงินราว190ล้านบาท

จากนั้นผู้สอบบัญชีกล่าวว่า ได้"คำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเสมือนว่าการแตกหุ้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่วัน เริ่มต้นของปีแรกที่เสนอรายงานจำนวน120ล้านหุ้น" มีผลให้งบงวดครึ่งปีที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสิ้นสุด30มิถุนายน52พลิกมากำไร 17ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.14บาท จากปีก่อนกำไร13ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.11บาท

ยอดขาดทุนสะสมจาก140ล้านบาท พลิกมาเป็นทุนชำระแล้ว240ล้านบาท


นักวิเคราะห์เตือนแมงเม่าปัจจัยเสี่ยงเพียบ เพราะเลือกขั้วการเมืองชัด

นัก วิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์แห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า NBCมีปัจจัยบวกสำคัญคือมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทำให้ได้เข้าไปจัดรายการในสถานีโทรทัศน์แทบทุกช่อง และได้เงินโฆษณาจากรัฐบาลและภาครัฐ รวมทั้งการจัดกิจกรรมพิเศษ(event)ให้กับรัฐบาล ทำให้พลิกสถานการณ์จากบริษัทที่มียอดขาดทุนสะสมมาโดยตลอดกลับมาเป็นกำไร แต่ช่วงนี้ก็เป็นกำไรทางบัญชีจารการลดทุนจดทะเบียน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกดังกล่าว มองกลับกันก็เป็นปัจจัยลบ เพราะการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงขั้วรัฐบาลบ่อย และขั้วการเมืองเวลานี้แตกเป็นสองขั่วชัดเจน และค่ายเนชั่นก็เลือกข้างชัดเจน ทำให้ได้ผลประโยชน์จากขั้วอำนาจที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ แต่หากขั้วอำนาจเปลี่ยนแปลงไปอีกฝั่ง จะทำให้เจอสถานการณ์ที่ลำบาก

เตือนแมงเม่าอย่าเสี่ยงบินเข้ากองไฟ หากสนใจไปเล่นช่อง3กับMCOTเวิร์คกว่า

"เน ชั่นไม่มีสถานีโทรทัศน์ ไม่มีสัมปทานเป็นของตนเอง อย่างช่องเนชั่นแชนัลทางไททีวีช่อง1ก็เป็นของคุณไกรวัฒน์ ศรีวุฒิวงศ์ ทางเนชั่นเข้าไปเช่าเวลาผลิตเท่านั้น ส่วนการเข้าไปมีรายการทีวีทางช่อง3 5 7 9 NBT ก็น่าสังเกตว่ามามียการเหล่านี้หลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ19กันยา2549 หากการเมืองพลิกขั้วก็อาจเสี่ยงหลุดหมดทุกช่อง เช่นเดียวกับโฆษณาก็ได้จากรัฐบาลเป็นหลัก หากพลิกขั้วจะทำให้ลำบาก"นักวิเคราะห์กล่าว

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ชี้ว่า หากสนใจลงทุนหุ้นที่ทำทีวีหรือสื่อ หุ้นMCOTของอสมท. หรือBECช่อง3น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะเป็นเจ้าของสัปมทาน กิจการมั่นคง มีกระแสเงินสดในมือมาก มีอัตราการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงจากการเมืองเพราะเปลี่ยนขั้วแทบจะไม่มี

NBC แถลงข่าวว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น NBC จำนวน 65 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ไว้ที่ระดับราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้ และมีบล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บล. ไอร่า จำกัด เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ขณะเดียวกันได้เปิดให้ ผู้ถือหุ้นของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ NBC ได้ใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้น (Pre-emptive Right) ในวันที่ 28-30 ตุลาคม 2552 โดยกำหนดสัดส่วนการจองซื้อ 9 หุ้นสามัญของ NMG ต่อ 1 หุ้นสามัญของ NBC

ทั้งนี้ คาดว่า NBC จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ โดยใช้ชื่อย่อว่า NBC

 

โบรกฯคุกคามสื่อ!เตือนแมงเม่าอย่าซื้อหุ้นจองNBC

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา NBC
28 ตุลาคม 2552

เน ชั่นเข็นหุ้นจองNBCออกขายประเดิมวันนี้ หลังเย้ยกฎหมายแหกกฎกลต.มาตลอด ทั้งการโฆษณาขายหุ้นจองโดยไม่แจ้งเตือนความเสี่ยง ทั้งการที่กนกพูดเท็จใครจองแล้วจะรวยเละรวยไม่รู้เรื่อง ทั้งที่เป็นกิจการเน่าขาดทุนสะสมบานทะโรค เพิ่งเล่นกลล้างขาดทุนสะสมพลิกมากำไรทางบัญชี ขนาดกลต.เงื้อดาบจ่อฟันก็ยังคงทำผิดซ้ำซาก โบรกเกอร์เตือนแมงเม่าอย่าบินเข้ากองไฟ เหตุมีปัจจัยเสี่ยงการเมืองสูง ตอนนี้สื่อโล้นได้ผลประโยชน์เพราะแทงข้างอำมาตย์ชัด แต่หากขั้วอำนาจการเมืองเปลี่ยนจะทำให้กลายเป็นปัจจัยลบหนัก

พัฒนาการที่สำคัญข่าวสืบสวน"เนชั่นปั่นหุ้นจองNBC"

-ปี2536ก่อตั้งบริษัท ผลิตโทรทัศน์ เข้าไปบริหารITV ต่อมาคือเนชั่นแชนัล
-ปี2549มียอดขาดทุนสะสม 163 ล้านบาท ล้ำทุนจดทะเบียนที่มีอยู่ 140 ล้านบาท
-18ก.พ.2552 ลดทุนจดทะเบียนเพื่อล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด
-21เม.ย.2552 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นMAI
-30มิ.ย.2552 งบการเงินที่ยังไม่ตรวจสอบ กลายเป็นมีกำไร
-20ต.ค. NBCแถลงข่าวจะขายหุ้นจอง 65 ล้านหุ้น หุ้นละ2.90บาท เริ่มขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของเนชั่น28ต.ค.
-21ต.ค. กนก รัตน์วงศ์สกุล พูดออกเนชั่นทีวีว่าใครจองซื้อหุ้นตัวนี้จะรวยเละรวยไม่รู้เรื่อง เพราะพื้นฐานดี ปันผลงาม
-22ต.ค. เนชั่นทีวีขึ้นป้ายโฆษณา"จองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรติดต่อ แต่ไม่ขึ้นคำเตือนเรื่องความเสี่ยงตามกฎหมาย
-26ต.ค. สำนักงานกลต.เผยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก และจะตรวจสอบความผิดของเนชั่น
-27ต.ค. เนชั่นทีวีขึ้นป้าย"จองซื้อหุ้นNBC"เด่นชัดขึ้นในล้อมกรอบ แต่ยังทำผิดกฎหมายเพราะไม่ขึ้นคำเตือน
-28ต.ค.เริ่มให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้นNBC เนชั่นทีวีทำสกู๊ปโฆษณาขายหุ้นจองในเวลาข่าวภาคเที่ยง โดยไม่แจ้งเตือนความเสี่ยงตามประกาศกลต. ซึ่งเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก
-11พ.ย.หุ้นNBCจะเปิดการซื้อขายในตลาดMAIเป็นครั้งแรก


8 มกราคม 2536 ก่อตั้ง บริษัท แน็ทค่อน มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสายธุรกิจสื่อกระจายภาพและเสียงของ เนชั่น กรุ๊ป ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท เพื่อดำเนินการธุรกิจผลิตรายการข่าวในรูปแบบต่างๆ แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี และเคเบิลทีวี

2539 เปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็นบริษัท เนชั่น เทเลวิชั่น จำกัด และเข้าร่วมเป็นผู้ผลิตรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ปี 2540เปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็นบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ปี 2542 ยุติการเป็นผู้ร่วมผลิตรายการข่าวกับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ปี 2543 จัดตั้งสถานีข่าวโทรทัศน์ 24 ชั่วโมงแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อสถานีโทรทัศน์ "Nation Channel" แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก UBC ช่อง 8

ปี 2546 ยุติการออกอากาศ Nation Channel ทาง UBC ช่อง 8 และเปลี่ยนการแพร่ภาพมายังสถานีโทรทัศน์ไททีวีช่อง 1 (TTV ช่อง 1) ผ่านทางระบบ MMDS คลอบคลุมพื้นที่การรับชมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้ง ขยายช่องทางการแพร่ภาพเพิ่มขึ้นทางเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ และทีวีดาวเทียม ABS1 ระบบ C-Band ครอบคลุมพื้นที่การรับชมทั่วประเทศไทยและบางประเทศในทวีปยุโรป

ปี 2549 เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 100 บาทต่อหุ้น เป็น 10 บาทต่อหุ้น และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 20 ล้านบาท เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG

19 กันยายน 2549 หลังเหตุการณ์รัฐประหาร เนชั่นได้เข้าไปผลิตรายการฟรีทีวีแทบทุกช่องดังนี้

-ช่อง 3 เรื่องเด่นเย็นนี้
-ช่อง 5 สยามเช้านี้
-ช่อง 9 จับชีพจรโลก,ข่าวข้นคนข่าว และ เช้าข่าวข้นคนข่าวเช้า
-ช่อง 11 จับกระแสโลก และ ตรงเป้าเข้าประเด็น
*TPBS อำมาตย์ยุบITVเปลี่ยนเป็นTPBS และเทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่นเข้าไปบริหาร(ไม่เกี่ยวข้องกับNBCทางธุรกิจ)


ปี 2550 รับโอนกิจการธุรกิจรายการวิทยุของ NRN มาดำเนินการแทน

ปี 2552

•เพิ่ม ทุนจดทะเบียนจาก 140 ล้านบาท เป็น 240 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 24,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG

•ลดทุนจดทะเบียนจาก 240 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท เพื่อล้างขาดทุนสะสม

•ดำเนิน การแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของ บริษัทฯ จาก 10 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น พร้อมทั้ง เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เป็น 170 ล้านบาท ด้วยการเพิ่มทุนจำนวน 50 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหญ่ จำนวน 50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก

*NMGหรือเนชั่น มัลติมีเดีย บริษัทแม่ของNBC ระบุในงบการเงินงวดครึ่งปีนี้ว่า รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุของเนชั่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 สวนทางธุรกิจสื่อในภาพรวมที่ลดลง13% และจากการตรวจสอบพบว่าช่วงนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นผู้ซื้อโฆษณารายใหญ่ที่ สุดมากกว้่าโค้ก เป๊บซี่ บริษัทขายมือถือ

 

edit @ 3 Nov 2009 15:53:09 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ตุลาคม 2552

เอาอีก แล้ว สื่อกระบอกเสียงมาร์คเย้ยกฎหมาย คราวนี้โฆษณาโต้งๆให้คนจองซื้อหุ้นใหม่เครือเนชั่นผ่านNATION TVพร้อมเบอร์โทรเสร็จสรรพ ฝ่าฝืนประกาศกลต.ที่ออกกฎเข้มต้องมีข้อความคำเตือน"การลงทุนย่อมมีความ เสี่ยง"ควบคู่กัน หลังโดนแฉกนกพูดปั่นหุ้นจองซื้อแล้ว"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"หากไม่มีอภิสิทธิ์คุ้มหัวมีโทษจำคุก2ปี เผยทำน่าเกลียดเพราะกนกเป็นผู้บริหาร ตั้งเมียเป็นนอมินีคุมบอร์ดNBC แต่ใช้สิทธิ์ในฐานะคนสื่อพูดโฆษณาขายท้ากฎหมายโจ่งครึ่ม ชาวบ้านทนไม่ไหวแห่ร้องกลต.เร่งฟันทั้งหนกและลูกพี่หยุ่น

หลัง จากที่ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือNBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"นั้น มาวันนี้ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นนายกนกได้ยุติการพูดโฆษณานี้แล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

คราวนี้เนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้เนชั่นกระทำผิดกฎหมาย โดยฝ่าฝืนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 18/2547ที่กำหนดไว้ชัดเจนดังนี้

ข้อ 10 การโฆษณาผ่านสื่อจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เสนอขายหลักทรัพย์ได้ส่งข้อความ หรือตัวอย่างสื่อที่จะใช้ในการโฆษณา แล้วแต่กรณี ให้สำนักงานพิจารณาก่อนเริ่มการโฆษณา และสำนักงานมิได้แจ้งทักท้วงเนื้อหาของการโฆษณาดังกล่าวภายในสามวันทำการนับ ตั้งแต่วันถัดจากวันที่สำนักงานได้รับข้อความหรือตัวอย่างสื่อนั้น

ปัญหา มีอยู่ว่าเนชั่นทีวีได้ขออนุญาตกลต.เพื่อขอโฆษณาหรือยัง เพราะหากได้รับอนุญาตก็ต้องทำตามประกาศฉบับนี้ที่กำหนดไว้ว่าการโฆษณาดัง กล่าว ต้องมีข้อความต่อไปนี้แสดงในโฆษณาอย่างชัดเจนด้วย

(1) ข้อความที่เป็นคำเตือนดังนี้ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน”

(2) ข้อความอื่นใดที่สำนักงานกำหนดตามความจำเป็นและสมควรแก่กรณี ทั้งนี้โดยคำนึงถึงการมีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับผู้ลงทุน ประกอบกับภาระต้นทุนของผู้เสนอขายหลักทรัพย์

ในการแสดงข้อความตามวรรคสอง ให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่ใช้ข้อความหรือภาพ ตัวอักษรของคำเตือนต้องมีความคมชัด อ่านได้ชัดเจน และมีขนาดไม่เล็กกว่าตัวอักษรปกติที่ใช้ในการโฆษณา และในกรณีที่โฆษณาดังกล่าวมิใช่ข้อความหรือภาพนิ่ง ต้องจัดให้มีการแสดงคำเตือน (display) ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบวินาที

(2) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่มีเฉพาะการใช้เสียง ต้องจัดให้มีการอ่านออกเสียงคำเตือน โดยมีระดับเสียงและความเร็วไม่แตกต่างจากการอ่านออกเสียงถ้อยคำทั่วไปที่ใช้ ในการโฆษณานั้น

อนึ่งก่อนหน้านี้นายกนกได้พูดโฆษณาผ่านทีวีและวิทยุ เนชั่นก็เข้าข่ายอาจฝ่าฝืนต่อประกาศกลต.ฉบับนี้ซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อ 4 ของประกาศฉบับนี้ โดยระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูล ไม่นอกเหนือไปจากข้อมูลที่ได้แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นต่อสำนัก งาน โดยมีลักษณะหรือ วิธีการแสดงข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ไม่แสดงข้อความที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) เป็นเท็จ เกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ข) เป็นการประมาณการผลตอบแทนจากการลงทุน เว้นแต่เป็นการประมาณการอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหลักทรัพย์ จะได้รับตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
(ค) เป็นการประมาณการผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคตของบริษัทที่ออกหลัก ทรัพย์เว้นแต่เป็นการแสดงข้อความที่แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นต่อ สำนักงาน
(ง) เป็นการชี้นำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขาย


ทั้งนี้ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลาราว09.10-09.15 นายกนกได้พูดออกทางรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นโดย
ได้ โฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นจองNBC โดยชี้นำว่า"ดีมากครับหุ้นNBC คิดดูว่าขนาดคุณธีระก็ยังจองซื้อเป็นแสนหุ้น ผมก็จองซื้อเป็นแสนหุ้น ราคาก็แค่2.90บาทต่อหุ้น แค่2.90บาทครับ แล้วคิดดูว่าแค่ปันผลที่จะได้รับก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จองซื้อไว้ก็รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องครับ" โดยนายกนกย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง

ผิดกฎหมายด้วยน่าเกลียดด้วยเพราะกนก-เมียเป็นผู้บริหารบริษัทที่เสนอขายหุ้น

ยิ่ง สาวยิ่งโฉ่กรณีกนกใช้ ทีวี-วิทยุเนชั่นปั่นหุ้นน้องใหม่เครือสุทธิชัยหยุ่นกลางอากาศ ชวนคนจองซื้อบอกใครจองจะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ทั้งที่ให้เมียเป็นนอมินีนั่งเป็นกรรมการบริษัท ขณะที่กนกเองก็มีตำแหน่งผู้บริหาร แต่ใช้สถานะสื่อคนเล่าข่าวไปตีปี๊บโฆษณาเกินจริง เผยผิดพรบ.หลักทรัพย์โทษจำคุก2ปี และต้องโดนเฉดหัวออกจากตำแหน่งผู้บริหารบริษัทด้วย แต่ยุคนี้ซี้มาร์คเป็นใหญ่เพราะเป็นกองเชียร์รายหลัก หากไม่อยากให้ลอยนวล ขอเชิญร้องเรียนกลต.ทั้งสายด่วนและออนไลน์ให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้ยังปกครอง ด้วยกฎหมายอยู่อีกหรือไม่?

นอมินีของกนก - นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยาของนายกนกเป็นกรรมการของบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง(NBC) ส่วนนายกนกเป็นผู้บริหาร หรือแม้นายกนกจะให้นอมินีเป็นกรรมการบริษัทก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้นเมื่อ กระทำผิด เพราะกฎหมายพรบ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1ระบุว่า"บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง"หมายถึงคู่สมรสของกรรมการบริษัท ด้วย

กฎหมายชี้ทำตัวน่าเกลียดไม่เหมาะสมต้องโดนเฉดหัวพ้นผู้บริหารด้วย

ทั้ง นี้ต้องนับว่านายกนกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงตามกฎหมายพ.ร.บ.หลัก ทรัพย์ มาตรา89/1 เพราะนายกนกมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร มีคู่สมรสคือภรรยาเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการบริหารบริษัท ดังนั้นอาจเข้าข่้ายกระทำผิดมาตรา89/3ซึ่งกำหนดไว้ว่า"ต้องไม่มีลักษณะที่ แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการบริษัท มหาชนเป็นผู้ถือหุ้น" ซึ่งมาตรา89/4กำหนดให้พ้นตำแหน่ง เมื่อกระทำผิดดังกล่าว และจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

มาตรา89/9 วรรค3กำหนดด้วยว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารนั้น ต้องกระทำไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจนั้น

แฉกนกทั้งผิดกฎหมายโทษถึงคุก2ปี ทั้งทำตัวน่าเกลียด

หลัง จากเมื่อวานนี้ไทยอีนิวส์ได้นำเสนอข่าวนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พูดโฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นน้องใหม่เครือเนชั่น คือบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC ในลักษณะ"เกินจริง"ว่าใครจองซื้อหุ้นตัวนี้"แค่ปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่ แล้ว รวยเละ รวยไม่รู้เรื่้อง" ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจฝ่าฝืนต่อกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

เมื่อตรวจสอบจากเวบไซต์ของ NBC ก็ยังพบว่า นายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของNBCในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว(ดู ลิ้งค์ ) และนางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยานายกนก ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท(ดู ลิ้งค์ ) และยังเป็นกรรมการบริหารบริษัทอ้ีีกตำแหน่งหนึ่งด้วย( ดู ลิ้งค์ )

ทั้ง นี้ NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นเรดิโอ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้ แต่แล้วก็เกิดปัญหาหมิ่นเหม่การกระทำเข้าข่ายอาจผิดกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ขึ้น

ข่าวย้อนหลังเกี่ยวเนื่อง

ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เก็บตกจากเนชั่น
21 ตุลาคม 2552

ใคร ปล่อยข่าวทุบหุ้นยังจับมือดมไม่ได้ แต่ใครปล่อยข่าวปั่นหุ้นจับได้คาหนังคาเขา กนกลูกน้องหยุ่นใช้ทีวี-วิทยุเนชั่นปั่นออกอากาศ โฆษณาชี้ชวนโจ่งครึ่มให้คนจองซื้อหุ้นNBCเครือเนชั่น ที่กำลังเปิดขายเข้าตลาดMAI เย้ยกฎหมายบอกใครจองก็"รวยเละรวยไม่รู้เรื่อง แค่ปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว" กลัวคนไม่เชื่อน้ำลายเผยตัวเองก็จองธีระก็จองคนละเป็นแสนหุ้น ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์โทษจำคุก2ปี ลูกพี่โล้นติดร่างแหด้วยคุก1ปีฐานปล่อยลูกน้องซี้ซั้ว แต่เนื่องจากเนชั่นจูบปากกับรัฐบาลเรื่องอาจเงียบ เชิญร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์จี้เอาคนผิดติดคุก

เครือเนชั่นของ สุทธิชัย หยุ่น เข็นบริษัทในเครือคือบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้ แต่แล้วก็เกิดปัญหาหมิ่นเหม่การกระทำเข้าข่ายอาจผิดกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ขึ้น

เนื่องจากช่วงสายวันนี้(21ต.ค.)ในรายการ"เก็บ ตกจากเนชั่น"ทางเนชั่นทีวี และวิทยุเครือเนชั่น ช่วงเวลาราว09.10-09.15 น.ดำเนินรายการโดยนายกนก รัตน์วงศ์สกุล และนายธีระ ธัญไพบูลย์ นั้น หลังจากเล่าข่าวเรื่องการทุบหุ้นและโยงไปว่าอาจเกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรแล้ว นายกนกก็ได้โฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นจองNBC โดยชี้นำว่า"ดีมากครับหุ้นNBC คิดดูว่าขนาดคุณธีระก็ยังจองซื้อเป็นแสนหุ้น ผมก็จองซื้อเป็นแสนหุ้น ราคาก็แค่2.90บาทต่อหุ้น แค่2.90บาทครับ แล้วคิดดูว่าแค่ปันผลที่จะได้รับก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จองซื้อไว้ก็รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องครับ" โดยนายกนกย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง

ท่านสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่วิทยุเนชั่น (คลิ้ก ) หรือเนชั่นทีวี ( คลิ้ก )

ทั้ง ที่นายกนกไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สามารถจะระบุคุณค่าหรือราคา ที่เหมาะสม หรือแนะนำการลงทุนใดๆได้ หรือถึงเป็นนักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาตให้แนะนำการซื้อขายหุ้นได้ ก็ต้องบอกถึงความเสี่ยงต่างๆประกอบด้วย โดยที่ก.ล.ต.มักกำหนดให้แจ้งผู้ลงทุนว่า"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนพึงศึกษาจากรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน และใช้วิจารณญาณในการลงทุน"

ที่สำคัญนายกนกกระทำลงไปดังกล่าวนี้ ยังเสี่ยงเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535หมวด 8 ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ กำหนดไว้ดังนี้

-มาตรา 238 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าว ข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริง เกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

-มาตรา 239 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็นการแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว

-มาตรา 240 ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง

ความผิดติดคุก2ปีลูกพี่โล้นโดนด้วย ช่วยกันร้องก.ล.ต.ทางออนไลน์ได้

ทั้งนี้ในมาตรา 296ร ะบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 238 มาตรา 239 มาตรา 240 ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้นๆได้รับเพราะการกระทำผิด ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนั้นบริษัทNBCอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย เพราะมาตรา80กำหนดไว้ว่า การ โฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งเป็น บริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์จะต้องไม่ใช้ถ้อยคำ หรือข้อความเกินจริง

มาตรา280 ระบุว่า ผู้กระทำผิดตามมาตรา80ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่าง ไรก็ตามเนื่องจากเครือเนชั่นมีพฤติการณ์ที่ใกล้ชิดเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลอาจเพิกเฉยต่อการกระทำผิดครั้งนี้ ท่านสามารถร้องเรียนพฤติการณ์นี้ทางออนไลน์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการก .ล.ต.ได้ตามลิ้งค์นี้ ( คลิ้ก ร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์ )

เนชั่นตัวพ่อคลอดNBCเข้าตลาดMAIเป็นเหตุขี้ข้าหยุ่นโหมโฆษณาเกินจริง

เวบไซต์เครือเนชั่นรายงาน ข่าวว่า เมื่อวานนี้(20ต.ค.)นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะแกนนำผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC แถลงข่าวว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น NBC จำนวน 65 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ไว้ที่ระดับราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้ และมีบล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บล. ไอร่า จำกัด เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ขณะเดียวกันได้เปิดให้ ผู้ถือหุ้นของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ NBC ได้ใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้น (Pre-emptive Right) ในวันที่ 28-30 ตุลาคม 2552 โดยกำหนดสัดส่วนการจองซื้อ 9 หุ้นสามัญของ NMG ต่อ 1 หุ้นสามัญของ NBC

ทั้งนี้ คาดว่า NBC จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ โดยใช้ชื่อย่อว่า NBC

“NBC เป็นหุ้น High growth stock เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนท์ที่มีการขยายตัวสูง ทั้งจากการขยายตัวของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงโฆษณาของเอเจนซี และเจ้าของสินค้า การเติบโตของอินเทอร์เน็ตและบริการผ่านมือถือ ซึ่งจะส่งผลถึงเม็ดเงินจากการโฆษณา และบริษัทยังมีรายได้จากสื่อใหม่ที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก" นายกิตติศักดิ์กล่าว

ขณะเดียวกัน NBC ยังเป็นช่องโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ของโทรทัศน์ที่ไม่ใช่ฟรีทีวีและเป็นอันดับ 2 ของผู้ให้บริการข่าวผ่าน SMS และ MMS ทำให้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G ซึ่งเป็นเครือข่ายข้อมูลความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์มือถือที่จะเกิดขึ้นในปี หน้า อันจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญต่อการเติบโตครั้งใหญ่ของบริษัท

ปันผล40%ของกำไรสุทธิ แต่ไม่ได้บอกถึงขั้นรวยเละแบบกนกพูด

สำหรับ ผลประกอบการของ NBC ในครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 30% และบริษัทมีปริมาณหนี้สินที่ต่ำที่ D/E เพียง 0.87 เท่า ณ สิ้น ไตรมาส 2/2552 โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี

ทางด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ประมาณ 145 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ปรับเทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล รองรับทิศทางธุรกิจของ NBC ที่มีเป้าหมายผลิตคอนเทนท์รองรับสื่อใหม่ทุกรูปแบบ และนำเสนอคอนเทนท์ผ่านทุกช่องทาง โดยโครงการเหล่านี้คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนราว 100-130 ล้านบาทและจะเริ่มดำเนินการในปี 2553 นี้

ทั้งนี้โครงการแรกจะเป็น การพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลและระบบออกอากาศในธุรกิจสื่อ โทรทัศน์ให้เป็นระบบดิจิทัล คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 60-70 ล้านบาท โครงการพัฒนาศักยภาพเว็บไซต์เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายสังคม ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ในอนาคต คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 5-10 ล้านบาท รวมถึงโครงการขยายธุรกิจข่าวสารทางโทรศัพท์มือถือที่จะต้องใช้งบราว 5-10 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีโครงการลงทุนในโทรทัศน์ช่องใหม่ เพราะจากแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของฐานผู้ชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และเคเบิลทีวี จะทำให้สถานีเนชั่น แชนแนล ได้รับประโยชน์จากรายได้ของโฆษณา โดยโทรทัศน์ช่องใหม่จะเน้นสาระความรู้และบันเทิงสำหรับกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น อายุระหว่าง 15-25 ปี เพื่อผู้ชมกลุ่มนี้จะเป็นฐานของเนชั่น แชนแนล ในอนาคต

เขา กล่าวด้วยว่า โทรทัศน์ช่องใหม่ยังสามารถออกอากาศผ่านหลายสื่อ เช่น ช่องทีวีดาวเทียมระบบ KU-Band เคเบิลทีวีท้องถิ่น โทรทัศน์ในสถาบันการศึกษา เว็บไซต์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งโครงการนี้จะต้องใช้เงินประมาณ 30-40 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเผยแพร่รายการได้ภายในปี 2553

“เราต้องการขยายฐานคนดู อีกกลุ่มที่คู่ขนานไปกับเนชั่น แชนแนล จึงทำเป็นช่องไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เป็นความบันเทิงแบบมีสาระ ซึ่งถือว่าจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เหมือนกับที่เราเคยสร้างสถานีข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรกของประเทศไทยมาแล้ว” นายอดิศักดิ์ กล่าว
ร่วมสังคมชุมชนฟ้าเดียวกันไปแล้ว แรกๆก็ไม่คิดจะเป็นModeratorหรอกครับ เพราะภาระมันหนักรับผิดชอบมันหนักมาก แต่เมื่อมีการเสนอให้มีฝ่ายนี้ขึ้นมาผมก็ไม่รอช้า อาสารับเลย หน้าที่ก็ประมาณนี้

ฝ่ายพัฒนาคอนเทนต์(Content Developing Group)

เป้าหมายใหญ่ที่สุดของฝ่ายนี้

ใช้เครื่องมือทั้งหมด ทั้งที่ให้มา เช่น ปักหมุด ย้าย แยกโพสไปตั้งกระทู้ใหม่

และแมนวล เช่น ก๊อปลิงค์แปะ ใช้ pm ตั้งประทู้ปั่น แนะนำกันเอง ปั่นกระทู้ ดันกระทู้

ทำไงก็ได้ให้คนเข้าถึงข้อมูลที่คุณคิดว่าดี /โหวตว่าดี ให้มากที่สุด สะดวกที่สุด เร็วที่สุด

เสนอแนวทางในการปักหมุดออกมา

ต้องไม่ลืมว่าแนวทางนี้เป็นเหมือนไกด์ไลน์มากกว่ากฎที่แบบเป๊ะๆ

แล้วก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยทีม

หรือเมื่อสมาชิกบอร์ดจำนวนหนึ่งคัดค้านหรือมีข้อเสนอของชาวบอร์ดที่ได้รับการยอมรับ


ความสัมพันธ์กับฝ่ายอื่นๆ

ฝ่ายประสานงานอาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม
เช่นว่า อาจต้องมีการปักหมุดช่วยโปรโมทกระทู้จากเว็บอื่น เพื่อรักษาเครือข่ายระหว่างเว็บปชต.ด้วยกัน
อาจต้องปักหมุดเพื่อเพิ่มเรตติ้งกระทู้ ปักหมุดเพื่อการรณรงค์

แต่ :

ถึงที่สุดแล้วคุณมีอำนาจตัดสินใจกันเองว่าในส่วนของทีมพัฒนาคอนเท้นจะปักไม่ปักอะไร

แต่ต้องยอมรับความจริงอยางนึงว่าฝ่ายอื่นๆก็จำเป็นต้องมีสิทธิในการปักหมุด แล้วมันก็มีส่วนที่คาบเกี่ยวทับซ้อนกันบ้าง


เรื่องของพัฒนาการของทีมงาน

เพื่อให้แต่ละทีม มีลักษณะกระจายอำนาจเต็มที่และมีความคล่องตัว
ในตอนแรก ทีมประสานงานก็จะหาสมาชิกรุ่นก่อตั้งของ ฝ่ายพัฒนาคอนเท้นก่อน

เมื่อฝ่ายนี้เริ่มทำงานได้ในทีสุดฝ่ายประสานงานก็จะค่อยถอยออกไป
จนในที่สุด ฝ่ายพัฒนาคอนเท้นก็จะมีการจัดการและ ตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งหมด โดย ก็ถือว่าให้responsibility ต่อสมาชิก

ความเปลี่ยนแปลง

คือสโคปงานไม่ได้จำเป็นต้องตามนี้เป๊ะๆ

อาจจะเพิ่มหรือลดขอบเขตกิจกรรม

สร้างเครือข่ายเพื่อขยายขอบเขตหรือปริมาณงาน

หรือเปลี่ยนวิธีการบริหาร ให้เข้ากับสถานการณ์
หาสมาชิกอาสาสมัครมาช่วยงาน มอบงานให้เค้าช่วย


ไกด์ไลน์ กรณีที่มีความเห็นไม่ตรงกัน

ก็ให้หาฉันทามติก่อน

ไม่ได้ก็ให้โหวตในทีม

ถ้าไม่ได้อีก ก็ นำเสนอ ทางเลือก ต่อคอมมิวนิตี้ ในลักษณะที่เป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้อขัดแย้งส่วนตัว
ถ้าเป็นกติกา ข้อเสนอ ควรบอกว่าเป็นข้อเสนอที่ 1 2 3 ไม่ใช่ของใคร
หลีกเลี่ยงการโจมตีกันในลักษณะส่วนบุคคล
และ มีการดีเบท ระหว่างทางเลือกให้ชัดเจนก่อนเปิดให้โหวต
การโหวตไม่ควรสั้นเกินไป


ข้อเสนอให้ระวัง : (เรียนรู้็จากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา)

(อันนี้สำคัญมาก)ไม่ควรมีการให้ข้อมูลส่วนตัวกัน ในระหว่างทีม ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น

ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งผิดพลาด ควรระวังการแสดงออกในลักษณะที่เป็นการซ้ำเติมโดยไม่ได้ตั้งใจ
ควรจะหาโซลูชั่นที่นิ่มนวลที่สุดในการอธิบาย ไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุด

เราต้องตอบสนองต่อฟีดแบ๊คของสมาชิก แต่อย่าตื่นตระหนกกับการด่าของสมาชิก

เวลาอยู่ต่อหน้าสมาชิก ทีมควรจะมีลักษณะ collective resposibility อยู่บ้าง จะเป็นผลดีกว่า การเป็นปัจเจกสุดๆ
ลองดูความขัดแย้งในทีมโมเดอเรเตอร์คราวที่แล้วก็ได้ มันทำให้คนรู้สึกว่าเว็บไม่มีstability


ใครที่เล่นบอร์ดฟ้าเดียวกัน ถ้าตั้งกระทู้แล้วต้องการให้ผมปักหมุดกระทู้ไหนก็แจ้งมาได้นะครับ

ฐานข้อมูลสมาชิกของกรรมกรที่บอร์ดฟ้าเดียวกัน
ประวัติและกิจกรรมของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

ประมาณ ปี พ.ศ. 2502 มีนักการศึกษากลุ่มหนึ่งประกอบด้วย ฯพณฯ อภัย จันทวิมล ,ม.ล.มานิจ ชุมสาย ,นายกำธร สถิรกุล ผู้อำนวยการองค์การค้าของ มีความปรารถนาพัฒนากิจการพิมพ์ของไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ
แต่ ขณะนั้นสำนักพิมพ์ทั้งหลายต่างอยู่ต่างคนต่างพิมพ์ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ซึ่งประกอบกิจการพิมพ์อยู่ด้วยจึงอาสาเป็นคนกลางนำความปรารถนาดีจากหน่วย ราชการกับสำนักพิมพ์ให้มาพบกัน นั่นคือ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ได้ชักชวนให้ นายจิตต์ แพร่พานิช ซึ่งเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ แพร่พิทยา สำนักพิมพ์เด่นในขณะนั้น กับนายชัย จิตติเดชารักษ์ ผู้จัดจำหน่ายที่มีชื่อเสียงมากมาร่วมกันก่อตั้งสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้ จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยขึ้น

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยจดทะเบียนเป็นสมาคม ปี พ.ศ. 2503
ม.ล.มา นิจ ชุมสาย จึงได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก และท่านบริหารสมาคมฯ ติดต่อกันเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2525 จึงเปลี่ยนนายกสมาคมฯ
• พ.ศ. 2525 นายกสมาคมฯ คือ นายธรรมนูญ เรืองศิลป์ แห่งสำนักพิมพ์เรืองศิลป์
• พ.ศ. 2526 นายกสมาคมฯ คือ นายวาทิน ตันตินิรันดร์ แห่งสำนักพิมพ์ปาณยา
• พ.ศ. 2527 นายกสมาคมฯ คือ นางนงเยาว์ ทวีวัฒนสาร แห่งสำนักพิมพ์รวมสาส์น
• พ.ศ. 2528 ม.ล.มานิจ ชุมสาย กลับมาเป็นนายกสมาคมฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้แก้กฎของสมาคมฯ ให้นายกสมาคมฯ ดำรงอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี
• พ.ศ. 2530 นายวิริยะ สิริสิงห แห่งสำนักพิมพ์ชมรมเด็ก ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯ และในสมัยนี้ได้แก้กฎใหม่ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ จะอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี แต่ไม่เกิน 2 สมัย คือ 4 ปี
• พ.ศ. 2533-2535 นายสมหมาย สีมากุล แห่งศูนย์หนังสือกรุงเทพได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯ แต่นายสมหมาย สีมากุล บริหารสมาคมในวาระที่สองเพียง 1 ปีก็ขอลาออก กรรมการสมาคมจึงมอบหมายให้นายวิริยะ สิริสิงห แห่งสำนักพิมพ์ชมรมเด็กรักษาการต่อจนครบวาระและเมื่อมีการเลือกตั้งกัน นายวิริยะ สิริสิงห ก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคม จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2539
• พ.ศ. 2539 นายกสมาคมฯ คือ นางนิดดา หงษ์วิวัฒน์ แห่งสำนักพิมพ์แสงแดด ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ติดต่อกัน 2 วาระ ครบ 4 ปี
• พ.ศ. 2543 - มิถุนายน พ.ศ. 2546 นายกสมาคมฯ คือ นางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา แห่งบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด
• กรกฎาคม พ.ศ. 2546 – มิถุนายน พ.ศ. 2550 นายกสมาคมฯ คือ นายธนะชัย สันติชัยกูล แห่งบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
• กรกฎาคม พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน นายกสมาคมฯ คือ นางริสรวล อร่ามเจริญ แห่งบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด

กิจกรรม ของสมาคมนับตั้งแต่ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ก่อตั้งและวางรากฐานสืบมาจนปัจจุบัน สมาคมฯ มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับนับถือของสมาคมสิ่งพิมพ์ทั่วโลก

วัตถุประสงค์

1.ร่วม มือกับบุคคล นิติบุคคล องค์กร และสถาบันที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายหนังสือให้มี คุณภาพหนังสือให้มีคุณภาพสูงและกว้างขวางยิ่งขึ้น
2.ให้ผู้จัดพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย และผู้จำหน่ายหนังสือ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ศึกษาหาความรู้และช่วยกันขจัดปัญหาข้อขัดข้อง อันจะเป็นประโยชน์ในการส่ง เสริมการจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่ดีให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เป็นไปในทางส่งเสริมพัฒนาการของผู้อ่านและสังคม
3.เป็นศูนย์กลางประสานงานและติดต่อกับสมาคม องค์กร หรือสถาบันที่เกี่ยวกับการพิมพ์และจำหน่ายหนงสือทั้งในและนอกประเทศ
4.ส่ง เสริมความสามัคคีอันดีให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมทั้งพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์โดยชอบธรรมในระหว่างสมาชิกสมาคมผู้จัด พิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย และผู้จำหน่ายหนังสือในประเทศไทย
5.เป็นศูนย์ดำเนินกิจกรรมอันมีคุณประโยชน์ทางวิชาชีพแก่สมาชิกในทางวิชาการและอื่นๆ
6.เป็นศูนย์ให้คำแนะนำปรึกษาทางธุรกิจด้านการซื้อขายลิขสิทธิ์และจำหน่ายหนังสือกับต่างประเทศให้แก่สมาชิก
7.เป็น ตัวแทนในการเสนอความคิดเห็น หรือยื่นเรื่องราวต่อทางราชการ หรือองค์กรอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือโดยรวม ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
8.ให้บริการแก่สังคมด้านสารประโยชน์เพื่อส่งเสริมการศึกษาในการด้านต่างๆ ทุกระดับอายุ
9.รณรงค์ให้สังคมไทย เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ด้วยการอ่าน

วิสัยทัศน์

มุ่งสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้” เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาอารย ประเทศ

ภารกิจ

มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมรักการอ่านในสังคมไทย

กลยุทธ์

1.มุ่ง พัฒนาธุรกิจหนังสือ ด้วยการจัดทำฐานข้อมูลธุรกิจ พัฒนาระบบงานต่างๆ จัดทำแนวทางหรือข้อตกลงทางการค้าของผู้ประกอบการที่อยู่ในสายธุรกิจเดียว กัน ส่งเสริมจรรยาบรรณในวิชาชีพ ตลอดจนดำเนินการศึกษาวิจัย เพื่อปรับปรุงการจัดการและพัฒนากระบวนการทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้อ่านและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ธุรกิจนี้มีความหลากหลายและมีความแข็งแกร่ง
2.พัฒนาบุคลากรใน ธุรกิจหนังสือเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการพัฒนาหนังสือ และช่องทางการจำหน่าย ให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่มีผู้อ่านเป็นศูนย์กลาง
3.รณรงค์ให้เกิดวัฒนธรรมรักการอ่าน ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ โดยมุ่งเน้นสื่อไปยังกลุ่มเด็กและวัยรุ่น
4.ผลักดันให้มีห้องสมุดและห้องอ่านหนังสือที่เปิดให้บริการประชาชนได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา
5.จัดงานแสดงหนังสือระดับชาติเพื่อเปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์นำหนังสือออกเผยแพร่และประชาชนได้มีโอกาสเลือกหา
6.ขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือกับสมาคมและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหนังสือเพื่อให้เกิดแรงผลักอย่างพร้อมเพรียง
7.ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและผลักดันให้ภาครัฐสนับสนุนธุรกิจหนังสือ

กิจกรรมภายในประเทศของสมาคมผุ้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

1.จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและสัปดาห์หนังสือนานาชาติ
2.จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ
3.จัดงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน
4.จัดการอบรมและสัมมนาให้ความรู้แก่สมาชิก
5.จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านต่างๆ ร่วมกับพันธมิตร
6.จัด ตั้งมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก โดยให้เงินสนับสนุนแรกเริ่มในการก่อตั้ง 200,000 บาท เพื่อกระตุ้นและรณรงค์ให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนสังคมโดยรวมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่าน อีกทั้งส่งเสริมให้มีการผลิตหนังสือเด็กและเยาวชนที่มีคุณภาพ ด้วยการพัฒนานักเขียน นักวาดภาพประกอบของไทย

กิจกรรมต่างประเทศขอสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยสมาคมฯ ได้สมัครเป็นสมาชิกในองค์กรระหว่างประเทศ ดังนี้

1.IPA (International Publishers Association)
2.APPA (Asian Pacific Publishers Association)
3.ABPA (Asean Book Publishers Association)

นอกจากนี้สมาคมฯ ยังได้เข้าร่วมงานแสดงหนังสือในต่างประเทศ เช่น

1. Taipei International Book Exhibition ที่ประเทศไต้หวัน
2. Bologna Children’s Book Fair ที่ประเทศอิตาลี
3. London Book Fair ที่ประเทศอังกฤษ
4. Book Expo America ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
5. Seoul International Book Fair ที่ประเทศเกาหลีใต้
6. Hong Kong Book Fair ที่ฮ่องกง
7. Manila International Book Fair ที่ประเทศฟิลิปปินส์
8. World Book Fair ที่ประเทศสิงคโปร์
9. Brunei Book Fair ที่ประเทศบรูไน
10. Kuala Lumpur International Book Fair ที่ประเทศมาเลเซีย

Offical Website of PUBAT(สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย)
http://www.pubat.or.th/default/index.php

Official Website of Thailand Bookfair(งานมหกรรมหนังสือ,งานสัปดาห์หนังสือและงานหนังสือเด็กและเยาวชนแห่งชาติ)
http://www.thailandbookfair.com
113
1168
4 ล้อ / 4 Wheels Publication
กนกบรรณาสาร / Konok Bannasan (OMF Pub.)
กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล/ Grand Prix Int'l
กรีนปัญญาญาณ/gppbook.com
ก็อด กีฟวิ่ง/Godgiving Publishing
กะทิสำนักพิมพ์/Gati Publishing
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อนุสารอสท.)/Tourism Authority of Thailand
การแพทย์แผนไทยพัฒนา/ Thai Medcine Text Book
ก้าวกระโดด/อักขระบันเทิง/Kaokradod
แก้วกานต์/Kaewkarn
โกมลคีมทอง มูลนิธิ/ Komol Keemthong Found.
ขวัญข้าว'94/ Kwankao'94
ข้าวฟ่าง/Khaofang.com
คบไฟ/Kobfai
คมบาง/Combang
ครีเอชั่นฟอร์คิดส์/Creation for Kids
คอร์ปอร์เรชั่นโฟร์ดี/art4d
คาซาม่าบุคส์/Kasamabooks
คินออเทอร์/Kin Author
คิโนะคูนิยะ บุ๊คสโตร์/Kinokuniya Book Stores
เคทีพี คอมพ์ แอนด์ คอนซัลท์/KTP Comp&Consult
เคล็ดไทย/Kledthai
โครงการสารานุกรมไทยฯ /Thai Junior Encyclopedia
โค-โลคัล/Co-Local
โฆษิต/Kosit
จีเอ็ม มัลติมีเดีย/GM Multimedia
เจเนซิส มีเดียคอม
เจเอ็มที พับลิชชิ่ง/JMT Pub.
แจ่มใส พับลิชชิ่ง/Jamsai Pub.
เฉลิมนิจ/Chalermnit
ชนนิยม/Chonniyom
ชมรมบัณฑิตแนะแนว/Chomrombunditnaenaew
แชงกรี-ลา เพรส/Shangrila-Press
ซัคเซส บุ๊คส์/Success Books
ซิลค์เวอร์ม/Silkworm
ซี.เอส.เอ มกรานุรักษ์/ร้านดอกหญ้า อุดรธานี/C.S.A.Mokaranurak
ซีเอ็ด ยูเคชั่น/Se-education
แซด-ควิซิเนอร์/Z-cuisiner
ไซโค แมนเนจเม้นท์/Psycho Management
ไซเบอร์ดิค เทคโนโลยี/ Cyberdict Technology
ไซเบอร์ฟิซ มีเดีย/Cyberfish Media
เฌ.เดียมอง/ J.Diamant
ฐานการพิมพ์/Than Printing
ณ บ้านวรรณกรรม /Na Banvannagum
ดวงกมล (2520)/Edittions Duangkamol
ดวงกมลพับลิชชิ่ง/Duang Kamol Pub.
ดวงกมลสมัย/D.K.Today
ดับบลิวโอเอฟเอส พับลิชชิง (ประเทศไทย)/WOFS Pub.
ดิ๊กอิทอัพ/Digitup
ดิแอสไพเรอร์ กรุ๊ป/The Aspirer Group
ดีบุ๊คส์/Dbooks
ดีไอดี อินเตอร์เนชั่นแนล/DID Int'l
เดย์ โพเอทส์/Day Poets
เดอะบุ๊คเลิฟเวอร์/The Books Lover
เดอะรีดเดอร์เฮ้าส์/The Reader House
ไดเร็ค มีเดีย กรุ๊ป (ประเทศไทย)/Direct Media Group
ตลาดดอทคอม/Tarad.com
ตลาดนัดหนังสือดวงกมล/D.K.Book Mart
ท้อป/Top
ทิงค์เน็ต/Thinknet
ทิบไทย อินเตอร์บุ๊คส์/Tibthai Inter Book
ศูนย์หนังสือที.จี.อาร์.อี/T.G.R.E Institute Pub.
ทีวีบูรพา/TV Burabha
ทูมอร์โรว์ คอมมิคส์/Tomorrow Comix
ไทยซอฟท์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์/Thai Software Enterprise
ไทยวัฒนาพานิช/Thai Watana Panich
ไทยเวย์ส พับลิเคชั่น/Thaiways Pub.
ไทยแอนนิเมท/Thai Animate
ธนะกุล เอ็นเตอร์ไพรส์/Tanakul Enterprise
ธรรมนิติเพรส/Dhammaniti Press
ธารอักษร/Tharnaksorn
ธีรสาส์น พับลิชเชอร์/Dheerasarn Pub.
นวนิยายบางกอก/Bangkok Fiction Pub.
นานมี/Nanmee
นานมีบุ๊คส์/Nanmeebooks
นาว พับลิชชิง/Now Pub.
นิพนธ์/Nibondh
นีโอ เอ็ดดูเทนเมนท์/Neo Edutainment
เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป/Nation Multimedia Group
บงกช พับลิชชิ่ง/Bongkoch Pub.
บรรลือสาส์น/Banluesarn
บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น/Bridge Communication
บลิส พับลิชชิ่ง/Bliss Pub.
บลูเบลล์เพรส/Bluebell Press
บางกอกไกด์ เทคโนโลยี/Bangkok Guide
บ้านอารีย์ มูลนิธิ/Baan Aree Found.
บิสซี่เดย์/Busy Day
บี พลัส พับลิชชิง/B Plus Pub.
บี มี เดีย กรุ๊ป (ประเทศไทย)/Bee Media Group (Th)
บีทูเอส/B2S
บีเวล พับลิชชิ่ง/Be Well Pub.
บุ๊คไทม์/Book Time
บุ๊ค โฟร์ ยู/Book4U
บุ๊คทาวเวอร์ (ไทยแลนด์)/Book Tower (Th)
บุ๊คพอยท์/bookpoint
บุ๊คส์ทูยู/Books2You
เบอร์ด้า (ประเทศไทย)/Burda (Th)
แบร์ พับลิชชิ่ง/Bear Pub.
ไบรทคิดส์/Brightkids
ประพันธ์สาส์น/Praphansarn
ประสานมิตร/Prasarnmitr Pub.
แปลน ปริทัศน์/Plan Parithat
แปลน ฟอร์ คิดส์/Plan for Kids
แปลน สารา/Plan Sara
โปรวิชั่น/Provision
ผักแว่น/Pakvan
พรานนกวิทยา/Prannok Witthaya
พรีมา พับบลิชชิง/Prima Pub.
พลอยจันทร์/Ploychan

พ.ศ.พัฒนา/P.S.Pattana Pub.
พอดี/Pawdee
พัฒนาคุณภาพวิชากร (พว.)/PW.
พาส เอ็ดดูเคชั่น/Pass Education
พีเพิลมีเดีย/People Media
คิดดี/Kidd Publishing
เพจวัน (ประเทศไทย)/Page One (Th)
เพชรกะรัต/Petchkarat Pub.
เพ็ญวัฒนา จัดจำหน่าย/Penwattana Distributor
เพ็ทแอนด์โฮม/Pet&Home
เพ็นแอนด์อิงค์/Pen&Ink
เพอร์เฟควิชั่น มัลติมีเดีย/Perfection Multimedia
เพอลังอิ พับลิชชิ่ง ประเทศไทย/Pelangi Pub. Thailand
เพิร์ล พับลิชชิ่ง/Pearl Pub.
เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า/Pearson Education
เพื่อนกัน พับลิชชิง/Puengan Pub.
แพนสยาม/Pansiam
ไพบูลย์ ภูมิแสน/Paiboon Poomsan Pub.
โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย/ Post Int'l Media
ฟรีมายด์ พับลิชชิง/Freemind Pub.
ฟิวเจอร์เกมเมอร์/futuregamer
ฟิสิกส์ เซ็นเตอร์/ Physics Center
ภาดา เอ็ดดูเคชั่น/Pada Education
ภาริณาส/Pharinas
มติชน/Matichon<
มัลติมีเดียเมคเกอร์ส/Multimedia Makers
มัลติเอดูเคชั่น/Multi Education
มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น/Marketing Guru Asso.
มาร์เก็ตเธียร์/Marketeer
มาร์แชล คาเวนดิชฯ/Marshall Cavendish
มิวเซียมเพรส/Museumpress
มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย/Thai Appraisal Found.
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย/Mahamakuta
มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์/Metta Dhamma Raksa Found.
มิวเซียมเพรส/Museumpress
เมจิก โปรดักชั่นส์/Magic Production
แมกกาซีน อินเตอร์เนชั่นแนล/Magazine Int'l Th

แม็กซ์พลอยส์ อินเตอร์เนชั่นแนล/Maxploys Int'l
แม็ค/Macpress
แมนดารินไทย คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิส/Mandarin Comm.
แมนดาริน เอดูเคชั่น กรุ๊ป/Mandarin Education Group
แม่บ้าน/Maebann
ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น/Minor Corporation
ไม้ยมก ไม้ยมก ยกกำลังฝัน/Myyamok Myyamok Yokkumlungfun
ยูเนียนเซ้นซ์ เทคโนโลยี/Union Sense Tech.
ใยไหม ครีเอทีฟ กรุ๊ป/Yaimai Creative Group
รวมทรรศน์/Ruamtasana
รักพิมพ์ พับลิชชิ่ง/Luckpim Pub.
รักลูก กรุ๊ป/Rakluke Group
ราชบัณฑิตยสถาน/The Royal Institue
ริเวอร์บุ๊คส์/River Books
รีดเดอร์ไดเจสท์ /Reader Digest
ลอว์ ไดเจสท์/Low Digest
ลายเส้น พับลิชชิ่ง/Li-Zenn Pub.
เลมอนที/Lemon Tea
เลิฟเบอร์รี่บุ๊ค/Loveberrybook
เลี่ยงเชียง/Liang Chiang
โลกสีเขียว (มูลนิธิ)/Green World Found.
ไลบรารี่/Library
วงกลม/Circle Pub.
วงศ์สว่าง พับลิชชิ่ง/Wongsawang Pub.
วรรคสร โปรโมชั่น/Waksorn Promotion
วรรณสาส์น/Vannasarn
วังอนุบาล/Wang Anubal
วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส/Watta Classifieds
วัฒนาพานิช/Watana Phanit
วิญญูชน/Winyuchon
วิตตี้ กรุ๊ป/Witty Group
วิทยพัฒน์/Witthayaphat
วิบูลย์กิจ การพิมพ์/Vibulkij Pub.
วี.ซี.พี.ซัคเซสกรุ๊ป/V.C.P.Success Group
วีบีที คอมมิวนิเคชั่น/VBT Comm.
วีเลิร์น/Welearn
เวิร์คพอยท์ พับลิชชิ่ง/Workpoint Pub.
เวิลด์ทริป/World Trip
ไวท์ โลตัส/White Lotus
ศรีพงษ์กรุ๊ป/Sripong Group
ศรีสยามการพิมพ์/Srisiam Printing Press
ศึกษาภัณฑ์ขอนแก่น/Suksapan Khonkean
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร/Princess Maha Chakri Sirindhorn...
ศูนย์สื่อมวลชนคณะพระมหาไถ่/Redemptorist
ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/Chulalongkorn University Book Center
ศูนย์หนังสือม.เกษตรศาสตร์/Kasetsart University Book Center
ศูนย์หนังสือม.ธรรมศาสตร์/Thammasat University Book Store
ศูนย์หนังสือม.มหาสารคาม/Mahasarakham University Book Center
ศูนย์หนังสือม.ราชภัฎสวนดุสิต/Suandusit Jajabhat University Book Center
สกอลลาร์ วิดีโอ/Scholar Video
สกายบุ๊กส์/Skybook.co.th
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ/FTPI
สถาพรบุ๊คส์/Satapornbooks
สนุกอ่าน/Sanookarn
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น)/Tpa
สมาร์ทเลิร์นนิ่ง/Smart Learning
สมาร์ทเฮด/Smart Head
สมูท ครีเอทีฟ/Smooth Creative
สยามโซนดอทเน็ต/Siamzone.net

สยามบรรณ/Siam Archives
สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย/Siam Inter Multimedia
สร้างสรรค์บุ๊คส์/Sangsanbooks
สวนเงินมีมา/Suan Nguen Mee Ma
สันสกฤต/Sanskrit
สายใยแผ่นดิน(มูลนิธิ)/Earth Net Found.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย/The Thailand Research Fund
สารคดี/Sarakadee
สนพ.คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา/Cabinet&Royal Garette Pub.
สนพ.ม.ธรรมศาสตร์/Thammasat University Press
สนพ.มูลนิธิเด็ก/FFC
สนพ.แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/Chulalongkorn University Press<
สีม่วงอ่อนและคัมออน/Seemuang-oon&Come On
สุขภาพไทย(มูลนิธิ)/Thai Holistic Health Found.
สุวิมลหนังสือเก่า/Suvimol Rare books
สุวีริยาสาส์น/Suweriyasarn
เส้งโห ภูเก็ต/Sengho
เสริมวิทย์ อินฟอร์เมชัน เทคโนโลยี/Sermvit Info.
แสงดาว/Saengdao
แสงแดด/Sangdad
หน้าต่างสู่โลกกว้าง/Windows on the World
หมอชาวบ้าน/Moh Chao Ban
ห้องเรียน/Class Publishing
อทิตตา พับลิเคชั่น/Atitta Pub.
อนิเมท กรุ๊ป/Animate Group
อนิแม็ก/Animag
อนิศ พับลิชชิ่ง/Anit Pub.
อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง/Amarin
อริยชน/Ariyachon
ออร์คิดเพรส พับลิชชิ่ง/Orchid Press Pub.
อักษรเจริญทัศน์/Aksorncharoentat
อักษรโสภณ/Aksornsobhon
อักษราฟอร์คิดส์/Aksaraforkids
อันวีกษณา(มูลนิธิ)/The Quest Found.
อัลเทอเนทีฟไรเตอร์/Altrenative Writer
อารีน่า แกลลอรี่/Areena Gallery
อินเตอร์เนชั่นแนลเฮ้าส์ออฟแสตมป์/Internatonal House of Stamp
อินเตอร์เอ็ดดูเคชั่น ซัพพลายส์/Intereducation Supplies
อินโนเวตีฟ เอ็กเพอริเมนต์/Innovative Experiment
อิมเมจ เอ็นเตอร์ไพร์ส/Image Enter Prise
อิเมจโฟกัส/Image Focus
อี.ไอ.สแควร์พับลิชชิ่ง/E.I.Square Publishing
อี.คิว.พลัส กรุ๊ป/E.Q.Plus Group
เอ.อาร์.อินฟอร์เมชันแอนด์พับลิเคชัน/ARIP
เอ็กซ์พลอเรอร์ชาแนล/Explorer Channel
เอ็กซ์เปอร์เน็ท/Expernet
เอชอาร์เซ็นเตอร์/HR Center
เอเชียบุ๊คส์/Asiabooks
เอเธนส์พับลิชชิ่ง/Ahtens Pub.
เอฟ พี เอ็ม คอนซัลแท้นท์/FPM Consultant
เอฟวิรีติง วีดู/Everything We do
เอ็มไอเอส ซอฟท์เทค/MIS Softtech
เอส.จี.เอส.เจมส์/SGS Gems
เอเอสเค มีเดีย/ASK Media
แอ้ดวานซ์มีเดีย ซัพพลายส์/Advanced Media Supplies
แอนนิมพิคเจอร์/Anim Pictures
โอเคแอลเอส/OKLS
โอ้พระเจ้า พับลิชชิ่ง/Oh My God Pub.

โอเชียนมีเดีย/Ocean Media
โอเพ่น โซไซตี้/Open Society
ไอทีบุ๊คเฮ้าส์/IT Bookhouse
ไอดีซี อินโฟ ดิสทริบิวเตอร์/IDC Info Distributor
ไฮเอ็ด พับลิชชิ่ง/Hi-ed Pub.
โดย : ธาม เชื้อสถาปนศิริ:
นักวิจัยโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (Media Monitor)

ผู้ เขียนสังเกตทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจมานานแล้วในรายการ “ข่าวบันเทิง” ที่ออกอากาศอยู่ในจอโทรทัศน์ ดูมานานจนค้นพบว่า เนื้อหาสาระค่อนข้างที่จะวนเวียน ซ้ำซาก ไม่มีสาระเท่าที่ควร

ใจจริงไม่อยากสรุปว่าไร้สาระ แต่อยากจะบอกว่า ไม่มีสาระที่เป็นประโยชน์ต่อวงการบันเทิงต่างหาก
เป็นข้อสรุปที่มีเหตุจาก “คุณภาพของเนื้อหาสาระ” ที่ผู้เขียนพบว่าเนื้อหามี 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้

1) ข่าวโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของดารา นักร้อง เป็นเนื้อหาข่าวบันเทิงที่พบมากที่สุด เช่น ข่าวละครเรื่องใหม่ที่เตรียมเปิดกล้อง กำลังถ่ายทำ หรือควันหลงในกองถ่าย หรือฉาก/ตอนเด็ดต่างๆ ของละครเช่น ฉากเข้าพระเข้านางที่ต้องมีการกอด จูบ ตบ ตี หรือฉากบู๊ ปะทะคารมกันระหว่างตัวละคร

ข่าวโฆษณาละครแบบนี้มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ จนกว่าละครเรื่องนั้นจะฉายจนจบ

เนื้อหารายการจะนำ “ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ” และมีภาพของดารานำเรื่องนั้นๆ มาแขวะ จิก กัด และแซวกันว่าฉากดังกล่าวนั้นเป็นอย่างไร สนุกสนาน มีมุขหลุด มุขฮาอย่างไรบ้าง

แล้วก็ตบท้ายด้วยว่าฝากให้ติดตามชมละคร และขอเรตติ้ง

มีบ้างที่พูดถึง “ความยาก ง่าย หรือเนื้อหาสาระของฉาก หรือความตั้งใจของผู้กำกับ” แต่น้อยมาก

หรือที่จริง “เราแทบจะไม่เคยเห็นผู้กำกับได้ออกมาพูดถึงละครของตัวเอง”

2) ข่าวเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของดารา พบรองลงมา เนื้อหาข่าวส่วนมากเกี่ยวกับชีวิตรักใคร่ส่วนตัว การทะเลาะ เบาะแว้งระหว่างดารา เบื้องหลังชีวิตส่วนตัว

รักๆ เลิกๆ คบๆ จากๆ ยิ่งข่าวลือดารายิ่งขายดีเทน้ำเทท่า ข่าวซุบซิบ และมี “ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์รักของคู่รักดารา” มาฟันธง คอนเฟริ์ม ว่าจะไปรอดไปไม่รอด

บ่อยครั้งเนื้อหาข่าวลักษณะนี้จะนำเอา “ข่าวลือ หรือ ข้อสงสัย” มาตั้งเป็นคำถาม เพื่อสร้างเนื้อหาแล้วจึงให้โอกาสดาราที่ถูกกล่าวหามาชี้แจง ซึ่งก็มักได้รับคำตอบว่า “ไม่มีอะไร”

บางครั้งถึงขนาดไปสัมภาษณ์ เพื่อนดาราคนนั้น เพื่อค้นหาข้อมูลกันเลย

เสียเวลาไปนานหลายนาที

เนื้อหากลุ่มนี้ดูจะเป็น “ข้อกล่าวหา” ที่ทำให้รายการข่าวบันเทิงดูไร้สาระมากที่สุด

3) การวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ พูดคุยเกี่ยวกับผลงาน เช่นภาพยนตร์ ละคร อัลบั้ม เนื้อหากลุ่มนี้จะลงลึกถึงผลงานของดารา ศิลปินนั้นๆ ที่เป็นเจ้าของผลงาน อาจมีสัมภาษณ์ดารานำ และผู้กำกับบ้าง ส่วนจะลงลึกถึงระดับเนื้อหาได้แก่นสารสาระอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับกึ๋นของผู้ถามและแนวทางของรายการ

บ่อยครั้งรายการสนทนาประเภทดารามาคุยเป็นช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปในตัว

ข่าวบันเทิงบ้านเราจึงเต็มไปด้วย “ความฉาบฉวย รักส่วนตัวดารา และโฆษณาผลงาน” โดยที่ไม่ได้มี “เนื้อแท้แห่งสาระของวงการบันเทิง” เลย
ยิ่งดูข่าวบันเทิงบ้านเรามากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความเบาหวิวของสมอง

การทำแต่ข่าวบันเทิงที่ไร้สาระเช่นนี้จึงเท่ากับว่าคนวงการบันเทิงดูถูกคนในวงการบันเทิงด้วยกันเอง และยังดูถูกคนดูด้วยเช่นกัน

แต่ ถามว่า “เนื้อแท้ของข่าวสารในวงการบันเทิง” นั้นจำเป็นต้องมีข่าว “ชีวิตรักดารา” ด้วยหรือไม่ ก็คงต้องบอกว่าจำเป็น เพราะ “เหตุผลที่มักอ้างกันจริงๆ” ก็คือ “ดาราเป็นบุคคลสาธารณะ” ใครๆ ก็อยากรู้เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของดารา และ “ความสนใจในชีวิตของคนดัง” ก็ดูเป็น “จริตของคนทั้งโลก” แม้ไม่ใช่ทุกคนก็ตามที

ทั้งหมดนี้คือ “เนื้อหาสาระ” ของข่าวบันเทิง

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้การันตีว่าข่าวบันเทิงมีสาระ

เพราะคำว่า “มีสาระ” กับ “ไร้สาระ” นั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองและนิยามว่า อะไรคือสาระ อะไรคือไร้สาระ

โดย ทั่วไปนิยามของคำว่า “มีสาระ” หมายถึง ได้ประโยชน์ มีคุณค่า ช่วยส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น ยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ขณะที่คำว่าไร้สาระ ก็คือตรงกันข้าม

คำถามที่สำคัญคือ “จะทำอย่างไรให้เนื้อหาสาระของข่าวบันเทิงนั้นมีสาระ(ประโยชน์)ขึ้นมาบ้าง” และต้องมีสาระในมุมแบบบันเทิงๆ
ถามง่าย แต่ตอบยาก

ลองเปรียบเทียบกับข่าวอื่นๆ เช่นข่าวการเมือง

ในมุมหนึ่ง ข่าวดารา/บันเทิงก็เหมือนกับข่าวการเมืองเช่นกันเพราะต่างก็เป็นบุคคลสาธารณะด้วยกันทั้งคู่

หาก นักการเมืองถูกซักไซ้เรื่องส่วนตัว โกงกิน คอร์รัปชั่น ก็เพราะมีความสัมพันธ์กับ “ผลประโยชน์สาธารณะ” ของประชาชน คืองบประมาณรัฐ ทรัพยากร การจัดการ สิทธิ ฯลฯ ต่างๆ ที่รัฐพึงกระทำเพื่อประชาชนทุกคน

ดารา ก็ถูกซักไซ้ร ค้นหาเรื่องราวชีวิตรักใคร่ ความลับปกปิดส่วนตัว ก็เพราะมีความสัมพันธ์กับ “ผลประโยชน์สาธารณะ” ของสาธารณชน “ผู้นิยม” ให้ความ “ชื่นชม ชื่นชอบ” กับดารา ซึ่งความนิยมนี้ เป็นมูลค่าทางจิตใจที่สามารถนำไปแปรค่าเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในต้นทุน ค่าตัวของดารานั้นๆ ได้เช่นกัน

เนื้อหาเป้าหมายของการขายข่าวชีวิต รักดารา หากมองในมุมดี (ดีมาก ดีสุดๆ ถึงดีมากที่สุด) ก็เป็นบทบาทของ “การเฝ้าระวัง” มิให้ดาราทำตัวออกนอกลู่นอกทางที่ควร

ข่าวดาราขายได้ด้วย ได้ทำหน้าที่เฝ้าระวังพฤติกรรมดาราด้วย ได้สนองความอยากรู้ส่วนตัวและของสังคมด้วย
ข่าว(ชีวิตรักใคร่)ดาราจึงยังสามารถอยู่ได้ อยู่ดี และอยู่ทนในวงการบันเทิง

สนุก แต่ดูจบแล้วไม่ได้สาระอะไร
บันเทิง แต่ไม่ได้พัฒนาอะไร
มีเนื้อหาสาระ แต่ไม่ได้มีสาระประโยชน์


ข่าว บันเทิงในช่อง 3-5-7-9 นั้นแตกต่างกับข่าวบันเทิงในช่อง 11 และ ทีวีไทย เพราะขณะที่ข่าวบันเทิงของช่อง 3-5-7-9 นั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่ “ดารา” (actors & actress/singers) แต่ข่าวบันเทิงของช่อง 11 และทีวีไทยนั้น เน้นไปที่ “ศิลปิน” (artist)

ที่เรียกว่าข่าวบันเทิงช่องของช่อง 11 และทีวีไทยนั้น แท้จริงเป็น “ข่าวศิลปะบันเทิง” ที่เน้นนำเสนอเรื่องราวในวงการบันเทิงที่ไม่ใช่เชิงพานิชย์ แต่กลับเป็นข่าว “ศิลปะ” เช่นเพลงที่ไม่ใช่จากนักร้องในค่ายใหญ่ หนังที่ไม่ใช่เพื่อการตลาด การแสดงที่ไม่ใช่เพื่อขายตั๋ว แต่เป็นศิลปินที่ไร้ค่าย เป็นนักเขียนภาพที่มีฝีมือ เป็นนักแสดงที่เปี่ยมสุนทรียศาสตร์ เป็นความบันเทิงที่มีสาระประโยชน์ที่ไม่ใช่ถูกผูกติดกับระบบตลาด

ข่าวบันเทิงใน 2 ช่องนี้จึงแทบไม่เห็นหน้า “ดารา” แต่จะเห็นหน้า “ศิลปิน”

พูด กันอย่างยุติธรรม ผู้เขียนคงไม่เสนอว่าช่องอื่นๆ ที่เลหือจะยกหน้าดารานักร้องออกจากหน้าจอข่าวบันเทิงเสียทั้งหมด แต่กำลังจะเสนอแนะว่า จะทำอย่างไรที่จะยกคุณภาพข่าวบันเทิงที่มีเรื่องดารานั้นให้มีสาระประโยชน์ ขึ้นได้บ้าง
ดังนี้

1) ข่าวบันเทิงประเภทโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงาน ที่มักเป็นเพียงการพูดคุยมุขตลกจากกองถ่าย จากขั้นตอนการทำงาน ก็น่าจะเพิ่มสาระลงไปเช่น การพูดคุยถึงเบื้องหลัง ความตั้งใจของละครที่ต้องการสื่อ (อย่าคิดว่าผู้ชมฉลาด ผู้จัด ดารา หรือพิธีกรข่าวบางคนชอบอ้างว่าอย่าดูถูกคนดู เขาคิดเองได้ อย่าสอนคนดู เพราะฉะนั้น เราจึงไม่เคยเห็นผู้กำกับ ดารา ออกมาพูดถึงความตั้งใจในการทำงานของเขาที่มุ่งสื่อสารบางอย่างกับสังคม แต่จะขอเพียงให้ติดตามผลงานกันมากๆ เพื่อเรตติ้งเพียงเท่านั้น)

แน่ นอนว่าการพูดถึง “เบื้องหลังของการทำงาน” อาจมีอะไรที่มากกว่าเบื้องหลังกองถ่าย แต่อาจสอดแทรกให้สาระความรู้แก่ผู้ชมให้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำ หน้าที่ของคนทำงานต่างๆ ในกองถ่าย กว่าจะได้บท ได้ขั้นตอน การคัดเลือกตัวแสดง การกำกับ (คำพูด คำสอน คำสั่ง คำแนะนำของผู้กำกับที่มีต่อกองถ่าย)

2) ข่าวเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของดารา หากทำให้ดี ก็คงต้องเอาให้ถึงที่สุด โดยที่ยังเคารพสิทธิส่วนตัวของบุคคลสาธารณะอยู่บ้าง ไม่ใช้วิธีการหาข่าวที่ผิด หรือเชยๆ เช่น นำเอาข่าวลือมาสอบถามแบบข่าวปิงปอง โต้กันไปมา ฟังความรอบด้านหลายฝ่ายแล้วก็ค้นพบว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แบบนี้เสียเวลาทำข่าวเสียเวลาผู้ชม น่าจะทำข่าวขุดคุ้ยแฉพฤติกรรมที่ไม่ดีของดารา ว่ากันตามความประพฤติที่ออกนอกลู่นอกทาง ความไม่เป็นมืออาชีพ (นักร้องลิปซิ้ง มั่วเซ็กส์ ติดยา ทำผิดฏหมาย ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องต่างๆ) และต้องพิสูจน์ใหแน่ชัด

รายงาน ข่าวเพื่อการควบคุมพฤติกรรมและตรวจสอบ มิใช่รายงานข่าวเพื่อขายได้ เพื่อสร้างกระแส และสร้างโอกาสในทางเด่นดังของดาราที่ต้องการอาศํยกระแสอย่างที่เป็นอยู่ เช่นข่าวรักโปรโมททั้งหลาย

3) การวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ พูดคุยเกี่ยวกับผลงาน ที่สามารถทำให้ดีขึ้นคือ การพูดคุยถึงคุณค่าของผลงาน ที่มา ที่ไป ขั้นตอนการผลิต บุคคลที่เกี่ยวข้อง งบประมาณ เวลา ความทุมเท อาจสัมภาษณ์ให้มีลักษณะข้อมูลเชิงลึกมากกว่าที่เป็น ในสิ่งที่ทำให้ผู้ชมเห็นถึงคุณค่าของเนื้องาน สัมผัสถึงสุนทรียะ ศาสตร์ ศิลป์ ความงามที่ซ่อนอย่ในงานบันเทิง โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกมาในลักษณะเชิงสั่งสอน หรือดูถูกความคิดของผู้ชมก็ทำได้

เพราะที่เป็นอยู่นั้น คือการเด็ดยอด ตัดตอน เอาเฉพาะส่วนที่เป็นผลสำเร็จเสร็จสิ้นออกมาให้ดูให้ชม และไม่เคยมีรายการใดที่กล้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์

ผลงานบันเทิงที่ผลิตออกมาให้ผู้ชมได้มีความรู้ในแง่มุมศิลปะหรือสุนทรียศาสตร์ความงามกันเลย
หรือตัวผลงานจริงๆ มันก็ไม่มีสาระให้พูดถึง?

ทั้งหมดที่นำเสนอ ก็พูดเชียร์เพื่อขาย พูดคุยเพื่อชวนเท่านั้นเอง

ไม่มีติ ไม่มีเตือน เพื่อสร้างสรรค์ มีแต่หยิกๆ กัดๆ แล้วก็แล้วกันไป

งาน วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ อาจมีผู้เชี่ยวชาญทางละคร ดนตรี ภาพยนตร์ มาช่วยสกัด พูดคุย แสดงความคิดเห็น มิใช่เพื่อโปรโมท แต่เพื่อสรรค์สร้างความงามทางศิลปะที่เกิดขึ้นจากงานพานิชย์ศิลป์
แต่บ้านเราก็ไม่มีข่าวบันเทิงเช่นนี้เลย และดูจะเป็นเรื่องยากอย่างถึงที่สุด

การ เพิ่มมูลค่าในรายการข่าวบันเทิงอย่างที่เสนอไปนั้น มิได้ทำให้ความน่าสนใจของรายการข่าวบันเทิงจะไม่สนุกหรือซีเรียสมากขึ้น แต่จะทำให้ข่าวบันเทิงดูมีสาระประโยชน์พร้อมๆ กับแฝงไปด้วยสาระจากเรื่องราวในวงการบันเทิง หากทำได้ก็จะเป็นผลดีต่อวงการบันเทิงเอง

ข่าวบันเทิง เรื่องราวรักใคร่ หรือโฆษณาหนัง-ละครเรื่องใหม่ ก็คงเป็นข่าวบันเทิงราคาถูก คุณภาพแย่ พอกับตัวผลงานของมัน แต่ข่าวบันเทิงที่ดี จะต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า ผลงานของมันดีและมีคุณค่าเสียยิ่งกว่าข่าวที่รายงานออกไปเสียอีก

ที่มา Media Monitor
ที่มา เวบไซต์ มติชน
9 ตุลาคม 2552

ป.ป.ช. กลับลำยกคำร้องข้อกล่าวหา"วิจิตร ศรีสอ้าน" นั่งควบเก้าอี้ รมว.ศึกษา-นายกสภามหาวิทยาลัย 4 แห่ง ไม่ผิด อ้างไม่ใช่ธุรกิจเอกชน สวนทางมติเดิมที่เคยยืนยันผลประโยชน์ส่วนตัว ขัดแย้งกับผลประโยชน์ส่วนรวม

แหล่ง ข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผย "มติชนออนไลน์" ถึงความคืบหน้ากรณีการไต่สวนเรื่องที่มีกล่าวหา นายวิจิตร ศรีสอ้าน ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีพฤติการณ์ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา100 (4) เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนถึง 4 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยรังสิต , มหาวิทยาลัยศรีโสภณ และวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาภิเษกว่า

ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่มีมติให้ยกข้อกล่าวหาดังกล่าว

โดยอ้างว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนมิใช่ธุรกิจเอกชน ตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 และประมวลรัษฎากรซึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนไม่ต้องเสียภาษี

อย่าง ไรก็ตาม ป.ป.ช.เสียงข้างน้อยเห็นว่า ถ้า ป.ป.ช.วินิจฉัยออกมาในแนวทางดังกล่าว ต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลมหาวิทยาลัยเอกชน เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็สามารถไปเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนได้

ผู้สื่อรายงานว่า มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว ขัดแย้งกับมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการประชุมครั้งที่ 65/2551 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งมีความเห็นว่า

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็นธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลควบคุมหรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ การดำรงตำแหน่งเป็นนายกสภาสถาบัน หรือกรรมการสภาสถาบันของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น ถือว่า เป็นกรรมการในธุรกิจของเอกชน ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลควบคุมหรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ

นอกจากนั้น การดำเนินการบางอย่างของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เช่น การอนุมัติแผนการเงิน งบดุล งบการเงินประจำปีของกองทุนประเภทต่างๆ การอนุมัติ การรับนักศึกษา การให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยสภาพของผลประโยชน์ อาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ของทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ
ดังนั้นหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน หรือกรรมการสภาสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จึงเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวมตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 และต้องห้ามมิให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ภายหลังพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วไม่ถึงสองปีด้วย ........



ความเห็นจากชาวเวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน

คุณตระกองขวัญ
อ่าน รายละเอียดดูแล้วจะรู้สึกได้ว่า งานนี้มันเป็นการพยายามตีความ เพื่อช่วยเหลือเอื้ออวยกันชัด ๆ แล้วมาตรฐานความเที่ยงธรรมอยู่ไหน ? จะให้ประชาชนเชื่อถือได้อย่างไร ? หรือถือว่าไม่อาย ไม่ด้าน ทำงานให้เข้าเป้าเป็นหลัก แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร ?

ผมคิดว่า ที่กลับลำแบบนี้ เพราะถ้าชี้มูลออกมาว่า ผิดกฎหมาย ปปช. มาตรา 100 มันก็จะไปอีหรอบเดียวกันกับทักษิณ ทักษิณโดนไป 2 ปี คนนี้ก็ต้องโดนด้วย จะรอลงอาญาก็ไม่สนิท มันก็เลยต้องกลับลำ ตีความออกมาแบบนี้ อีกอย่าง หากตีความว่าผิด มันจะโยงและพัวพันไปอีกหลายเรื่อง เช่น ศาลรัฐธรรมนูญบางคนที่สอนในมหาวิทยาลัยเอกชน แล้วตัดสินให้สมัครหลุดเก้าอี้

ว่าแต่ว่า ป.ป.ช. ครับเรื่องจารุวรรณ เมณฑกา ไปถึงไหนแล้ว คงไม่ดองจนแก่ตายหรอกนะ

คุณ Jampoon
ก็เขาไม่ได้วินิจฉัยโดยใช้พจนานุกรมแบบศาลนี่ แต่วินิจฉัยแบบศรีธนญชัย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ป.ป.ช.

คุณ Namtoa08
ทำ ใจครับ ประเทศไทยยามนี้ จะทำให้คนเล่นตามกติกาที่วางไว้ หายากครับ ต่างคนต่างใช้มาตรฐานโดยเอาตัวเอาพวกเป็นที่ตั้ง อำนาจอยู่ในมือแล้วนี่ จะทำอะไรก็ได้ เศร้าใจจริง ๆ กับองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ถ้ายังเป็นอย่างนี้มีแต่พัง

คุณกิจ กังวาน
เรื่อง นี้เปรียบเทียบได้หมดล่ะครับ กับสิ่งที่เกิดขึ้น มันชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานกฎหมาย สำหรับพวกเอ็งกับพวกข้า.!!!!! แล้วจะทนกันไปอีกสักกี่น้ำเล่าหนอ ..พี่น้องเอย ?????